คาด แผ่นดินไหว กระทบความเชื่อมั่น ภาคอสังหาฯ นาน 3 เดือน
กรุงไทย -ธอส. ชี้ แผ่นดินไหว กระทบความเชื่อมั่น คนชะลอซื้ออสังหาฯ แต่เชื่อกระทบระยะสั้นไม่เกิน 3 เดือน มั่นใจไม่มีการยกเลิกสัญญา มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ภาครัฐช่วยได้
2 เม.ย. 2568 สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย จัดงานสัมมนาประจำปี 2568 ในหัวข้อ “ทิศทางและมาตรการส่งเสริมที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์”
นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ทีม Business Risk and Macro Research ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เศรษฐกิจปัจจุบันมีปัจจัยลบค่อนข้างมาก สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีความท้าทายจากความเชื่อมั่นที่ลดลงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2567 ซึ่งส่งผลให้ประชาชนมีการชะลอหรือเปลี่ยนใจในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้คาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะกระทบกับภาคอสังหาฯ ในระยะสั้น
อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยอื่นที่กระทบภาคอสังหาฯ ได้แก่ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับ โดยปัจจุบันหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 7.08 แสนล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ 1 แสนล้านบาทเป็นหนี้นอกระบบ ซึ่งหากรวมสินเชื่อนอกระบบเข้าในการคำนวนหนี้ครัวเรือนด้วยด้วยจะทำให้หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 104% ต่อจีดีพี จาก 89% ต่อจีดีพี
นอกจากนี้ยังต้องจับตาผลของมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทย รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 อาจไม่ถึง 39 ล้านคน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขณะที่ภาวะการเงินยังตึงตัว โดยสินเชื่ออุปโภคบริโภคปรับตัวลดลง ขณะที่ยังมีความท้าทายจากคุณภาพสินเชื่อที่ลดลง
“ปีนี้มีหลายปัจจัยที่จะเข้ามากระทบต่อตลาดอสังหาฯ ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่การไปถึง 3% อาจไม่ใช้เรื่องง่าย หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่การเป็นสังคมผู้สูงอายุที่ทำให้ราคาอสังหาฯ ปรับลดลง นอกจากนี้เศรษฐกิจนอกระบบที่มีขนาดใหญ่ยังทำให้การเข้าถึงสินเชื่อทำได้ยากขึ้น เรียกได้ว่าตอนนี้อาจเป็น Perfect Storm ของสินเชื่อที่อยู่อาศัย”
นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ปี 2567 ที่ผ่านมาสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งระบบปรับตัวลดลง โดยในไตรมาส 1 ปี 2567 สินเชื่อที่อยู่อาศัยปรับลดลง 20% ส่วนไตรมาส 2 ปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ของภาครัฐ สำหรับไตรมาส 3 อยู่ที่ -17% ขณะที่ไตรมาส 4 อยู่ที่ -5% เนื่องจากสถาบันการเงินเร่งปล่อยสินเชื่อ
ทั้งนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ภาพรวมปี 2567 อยู่ที่ -13% ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
นายกมลภพ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการผ่อนปรนมาตรการ LTV จะช่วยให้สินเชื่ออสังหาฯ ปรับตัวดีขึ้น ดังนั้นเชื่อว่าการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนเกณฑ์ LTV ในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นสินเชื่อปล่อยใหม่ในปี 2568 ได้
โดยคาดว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ทั้งระบบในปี 2568 จะเติบโตที่ 1.1% มูลค่า 5.93 แสนล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนมากจากการภาวะเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.2-3.2% อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่มีแนวโน้มลดลง การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยลบจากหน้าครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่กระทบความเชื่อมั่นภาคอสังหาฯ โดยเฉพาะอาคารสูง และความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
“ช่วงวันที่ 28 มี.ค. 2568 พบว่าลูกค้าที่นัดทำนิติกรรมของธอส. ได้เลื่อนและยกเลิกไป แต่เชื่อว่าผลกระทบจะอยู่ระยะสั้นไม่เกิน 3 เดือน”
อย่างไรก็ตามสถานการณ์การโอนที่อยู่อาศัย และคอนโดมิเนียม เริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว โดยในช่วง 3 วันที่ผ่านมา โดยธอส. มียอดโอน เฉลี่ยใกล้เคียงสถานการณ์ปกติวันละ 400 ราย หลังจากธนาคารและผู้ประกอบการคอนโดมิเนียม มีการร่วมมือกันเร่งสร้างความเชื่อมั่นตรวจรับรองว่าโครงสร้างอาคารว่า มีความแข็งแกร่งและสามารถเข้าอยู่อาศัยได้ก็ทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นมากขึ้นและกลับมาโอนเป็นปกติ
“ยอมรับว่าในช่วงวันแรก หลังเกิดแผ่นเหตุแผ่นดินไหว มีลูกค้าชะลอการตัดสินใจโอนคอนโดฯ ไปบ้างแต่เป็นแค่ช่วงระยะสั้น และเชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหาเรื่องการทิ้งใบจองหรือยกเลิกสัญญาอย่างที่กังวลแต่อย่างใด เนื่องจากตอนนี้ความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงมีต่อเนื่องทั้งในส่วนของบ้านเดี่ยวทาวน์เฮาส์รวมถึงคอนโดคอนโดมิเนียม”