โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คาด แผ่นดินไหว กระทบความเชื่อมั่น ภาคอสังหาฯ นาน 3 เดือน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 เม.ย. 2568 เวลา 17.19 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 10.19 น.

กรุงไทย -ธอส. ชี้ แผ่นดินไหว กระทบความเชื่อมั่น คนชะลอซื้ออสังหาฯ แต่เชื่อกระทบระยะสั้นไม่เกิน 3 เดือน มั่นใจไม่มีการยกเลิกสัญญา มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ภาครัฐช่วยได้

2 เม.ย. 2568 สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย จัดงานสัมมนาประจำปี 2568 ในหัวข้อ “ทิศทางและมาตรการส่งเสริมที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์”

นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ทีม Business Risk and Macro Research ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เศรษฐกิจปัจจุบันมีปัจจัยลบค่อนข้างมาก สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีความท้าทายจากความเชื่อมั่นที่ลดลงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2567 ซึ่งส่งผลให้ประชาชนมีการชะลอหรือเปลี่ยนใจในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้คาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะกระทบกับภาคอสังหาฯ ในระยะสั้น

อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยอื่นที่กระทบภาคอสังหาฯ ได้แก่ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับ โดยปัจจุบันหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 7.08 แสนล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ 1 แสนล้านบาทเป็นหนี้นอกระบบ ซึ่งหากรวมสินเชื่อนอกระบบเข้าในการคำนวนหนี้ครัวเรือนด้วยด้วยจะทำให้หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 104% ต่อจีดีพี จาก 89% ต่อจีดีพี

นอกจากนี้ยังต้องจับตาผลของมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทย รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2568 อาจไม่ถึง 39 ล้านคน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขณะที่ภาวะการเงินยังตึงตัว โดยสินเชื่ออุปโภคบริโภคปรับตัวลดลง ขณะที่ยังมีความท้าทายจากคุณภาพสินเชื่อที่ลดลง

“ปีนี้มีหลายปัจจัยที่จะเข้ามากระทบต่อตลาดอสังหาฯ ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่การไปถึง 3% อาจไม่ใช้เรื่องง่าย หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่การเป็นสังคมผู้สูงอายุที่ทำให้ราคาอสังหาฯ ปรับลดลง นอกจากนี้เศรษฐกิจนอกระบบที่มีขนาดใหญ่ยังทำให้การเข้าถึงสินเชื่อทำได้ยากขึ้น เรียกได้ว่าตอนนี้อาจเป็น Perfect Storm ของสินเชื่อที่อยู่อาศัย”

นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ปี 2567 ที่ผ่านมาสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั้งระบบปรับตัวลดลง โดยในไตรมาส 1 ปี 2567 สินเชื่อที่อยู่อาศัยปรับลดลง 20% ส่วนไตรมาส 2 ปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ของภาครัฐ สำหรับไตรมาส 3 อยู่ที่ -17% ขณะที่ไตรมาส 4 อยู่ที่ -5% เนื่องจากสถาบันการเงินเร่งปล่อยสินเชื่อ

ทั้งนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ภาพรวมปี 2567 อยู่ที่ -13% ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

นายกมลภพ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการผ่อนปรนมาตรการ LTV จะช่วยให้สินเชื่ออสังหาฯ ปรับตัวดีขึ้น ดังนั้นเชื่อว่าการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนเกณฑ์ LTV ในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นสินเชื่อปล่อยใหม่ในปี 2568 ได้

โดยคาดว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ทั้งระบบในปี 2568 จะเติบโตที่ 1.1% มูลค่า 5.93 แสนล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนมากจากการภาวะเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.2-3.2% อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่มีแนวโน้มลดลง การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยลบจากหน้าครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่กระทบความเชื่อมั่นภาคอสังหาฯ โดยเฉพาะอาคารสูง และความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว

“ช่วงวันที่ 28 มี.ค. 2568 พบว่าลูกค้าที่นัดทำนิติกรรมของธอส. ได้เลื่อนและยกเลิกไป แต่เชื่อว่าผลกระทบจะอยู่ระยะสั้นไม่เกิน 3 เดือน”

อย่างไรก็ตามสถานการณ์การโอนที่อยู่อาศัย และคอนโดมิเนียม เริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว โดยในช่วง 3 วันที่ผ่านมา โดยธอส. มียอดโอน เฉลี่ยใกล้เคียงสถานการณ์ปกติวันละ 400 ราย หลังจากธนาคารและผู้ประกอบการคอนโดมิเนียม มีการร่วมมือกันเร่งสร้างความเชื่อมั่นตรวจรับรองว่าโครงสร้างอาคารว่า มีความแข็งแกร่งและสามารถเข้าอยู่อาศัยได้ก็ทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นมากขึ้นและกลับมาโอนเป็นปกติ

“ยอมรับว่าในช่วงวันแรก หลังเกิดแผ่นเหตุแผ่นดินไหว มีลูกค้าชะลอการตัดสินใจโอนคอนโดฯ ไปบ้างแต่เป็นแค่ช่วงระยะสั้น และเชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหาเรื่องการทิ้งใบจองหรือยกเลิกสัญญาอย่างที่กังวลแต่อย่างใด เนื่องจากตอนนี้ความต้องการที่อยู่อาศัยยังคงมีต่อเนื่องทั้งในส่วนของบ้านเดี่ยวทาวน์เฮาส์รวมถึงคอนโดคอนโดมิเนียม”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...