โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มาตรฐาน ISSB กับการเปิดเผยข้อมูล เพื่อยกระดับตลาดทุนไทยอย่างยั่งยืน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 เม.ย. 2568 เวลา 09.39 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2568 เวลา 09.00 น.

สำนักงาน ก.ล.ต. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนไทยได้ติดตามและดำเนินการต่อประเด็น “การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน (ESG)” อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้บริษัทจดทะเบียนและบริษัทที่ออกและเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนในประเทศไทย ทั้ง SET และ mai มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลของกิจการที่ครอบคลุมถึงการจัดการด้านความยั่งยืน ตามแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีหรือรายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report) และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ 69-1) (รวมเรียกว่า “แบบ One Report”) ซึ่งจะช่วยสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2565 และที่ผ่านมา

สำนักงาน ก.ล.ต.ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้จัดให้มีการสื่อสารและทำความเข้าใจให้แก่ภาคธุรกิจในการผนวกประเด็นด้าน ESG ให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินกิจการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและเปิดเผยข้อมูลได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามแบบ One Report แล้วนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. ยังส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนพิจารณาเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนโดยอ้างอิงตามกรอบการรายงาน หรือมาตรฐานการรายงานข้อมูลสากลด้วย อาทิ The Task Force on Climate-related Financial Disclosures (มาตรฐาน TCFD) และ Global Reporting Initiative (GRI) เป็นต้น

ซึ่งจากการติดตาม พบว่า บริษัทจดทะเบียนมีความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของ ESG และมีการเปิดเผยข้อมูลในหัวข้อการจัดการด้านความยั่งยืนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่จัดอยู่ใน SET50 ที่ส่วนใหญ่มีการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานสากล อาทิ TCFD หรือ GRI แล้ว

ที่ผ่านมา สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ติดตามแนวโน้มและพัฒนาการของการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2566 หน่วยงาน The International Sustainability Standards Board (ISSB) ซึ่งอยู่ภายใต้ International Financial Reporting Standards (IFRS) Foundation ได้ถูกจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างมาตรฐานการรายงานข้อมูลด้านความยั่งยืนให้เป็นไปในบรรทัดฐานเดียวกันในระดับสากล (Global Baseline) ได้ออกมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับความยั่งยืนของบริษัท จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่

1. IFRS S1 เป็นข้อกำหนดทั่วไปสำหรับการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของกิจการเกี่ยวกับความยั่งยืน ซึ่งรวมถึงโอกาสและความเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยด้าน ESG และ 2. IFRS S2 เป็นข้อกำหนดสำหรับการเปิดเผยข้อมูลของกิจการในด้านโอกาสและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) (“มาตรฐาน ISSB”) ซึ่งต่อมาได้ถูกให้การยอมรับโดยหน่วยงาน International Organization of Securities Commissions (IOSCO) เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2566

สำหรับมาตรฐาน ISSB 2 ฉบับดังกล่าว เป็นการต่อยอดโดยได้รับอิทธิพลและแนวคิดจากมาตรฐาน TCFD และ GRI อันจะเป็นตัวช่วยสำหรับกิจการในการลดภาระและความสับสนที่ต้องรายงานข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานหรือกรอบความร่วมมือที่มีอยู่หลากหลายให้เป็นไปในบรรทัดฐานเดียวกัน

โดยหลักการสำคัญของ IFRS S1 และ IFRS S2 คือการเปิดเผยให้เห็นถึงความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนและสภาพภูมิอากาศ ที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีสาระสำคัญ (Materiality) ต่อโอกาสทางธุรกิจ ข้อมูลทางการเงินของกิจการ ความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยกิจการจะต้องระบุความเชื่อมโยงของข้อมูล ผลกระทบต่องบการเงินที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลภายใต้ IFRS S1 และ IFRS S2 ด้วย

นอกจากประโยชน์ของกิจการในการลดภาระการรายงานที่มีความหลากหลาย การเปิดเผยข้อมูล
ตามมาตรฐาน ISSB นี้ ยังช่วยให้ผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่ากิจการได้มีข้อมูลที่สะท้อนและเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลด้าน ESG กับข้อมูลทางการเงินของกิจการได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ซึ่ง ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นกระจกที่จะช่วยสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของกิจการในการรับมือกับความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน อันอาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน การสร้างกำไร และความยั่งยืนของกิจการได้ดียิ่งขึ้น และผู้ลงทุนเองก็สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการเปรียบเทียบและตัดสินใจลงทุนได้อีกด้วย

สำหรับการดำเนินการที่ผ่านมาเกี่ยวกับมาตรฐาน ISSB ของประเทศไทย สำนักงาน ก.ล.ต. โดยความร่วมมือกับ Asian Development Bank (ADB) ภายใต้โครงการ “The technical in-depth analysis and comparison of current sustainability related disclosure requirements and international standards” ได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญเพื่อดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างแบบ One Report ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน กับมาตรฐาน ISSB ตลอดจนเพื่อศึกษาเปรียบเทียบแนวทางการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนในระดับสากลด้วย

โดยจากผลการศึกษาเบื้องต้นของผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ในส่วนรายละเอียดที่ต้องเปิดเผยซึ่งกำหนดไว้ในมาตรฐาน ISSB นั้นเป็นลักษณะภาคบังคับ (Mandatory) และรายละเอียดเนื้อหาที่ต้องเปิดเผยที่มีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่าแบบ One Report โดยส่วนที่เพิ่มเติมมาของมาตรฐาน ISSB นั้น จะช่วยให้ข้อมูลด้านการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง กลยุทธ์ และตัวชี้วัดและเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมถึงด้านสภาพภูมิอากาศมีความชัดเจน และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

สำหรับแนวทางการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐาน ISSB ในต่างประเทศนั้น พบว่า หลายประเทศได้เริ่มออกแนวทางเกี่ยวกับการปรับใช้มาตรฐาน ISSB แล้ว โดยส่วนใหญ่จะเริ่มบังคับใช้ระยะแรกในช่วงปี 2568-2570 โดยเป็นลักษณะของการกำหนดกลุ่มกิจการที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่ขึ้นอยู่กับขนาดของกิจการ และกำหนดมาตรการผ่อนปรนต่างๆ เพื่อยกระดับให้เป็นไปตามมาตรฐาน ISSB

ในส่วนของการยกระดับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดทุนไทยนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ดำเนินการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ “หลักการแนวทางการยกระดับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตาม ISSB Roadmap” ไปเมื่อช่วงปลายปี 2567 ที่ผ่านมา

โดยหลักการดังกล่าวได้กำหนดให้ กิจการที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐาน ISSB ด้วยวิธีการนำไปใช้เป็นลำดับและสัดส่วน (phrased-in approach) พร้อมกำหนดมาตรการผ่อนปรนช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน (Transition Reliefs) ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงบริบทและความพร้อมของบริษัทจดทะเบียนไทย และเพื่อไม่ก่อให้เกิดภาระหรือการดำเนินการที่เกินสมควร (undue cost or effort)

โดยปัจจุบัน สำนักงาน ก.ล.ต. อยู่ระหว่างรวบรวม และสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นเพื่อใช้ประกอบการจัดทำร่างประกาศ แบบและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป และในทางขนาน สำนักงาน ก.ล.ต. จะได้จัดให้มีการอบรมเพื่อการสร้างขีดความสามารถ (Capacity Building) ของบริษัทจดทะเบียนไทยและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเสริมความพร้อม และสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐาน ISSB

นอกจากนี้ จะได้ติดตามแนวโน้มการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของไทยสอดรับและทัดเทียมกับมาตรฐานสากล ช่วยลดภาระและทำให้การเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน รวมทั้งด้านสภาพภูมิอากาศของบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยมีความเป็นเอกภาพ

ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของภาคธุรกิจ และเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่ากิจการ ให้มีข้อมูลที่เพียงพอและสามารถใช้เปรียบเทียบเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน ซึ่งจะขับเคลื่อนให้ภาคตลาดทุนไทยเป็นส่วนหนึ่งของกลไกสู่ความยั่งยืนทางการเงินโดยแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...