โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ดอลลาร์สหรัฐ” อ่อนค่าต่อเนื่อง ดัน “เยน-ฟรังก์สวิส” แข็งค่าขึ้น 1% หลังนักลงทุนเทขายสินทรัพย์สหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 29 เม.ย. 2568 เวลา 11.03 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2568 เวลา 04.03 น.

"ดอลลาร์สหรัฐ" อ่อนค่าต่อเนื่อง ดัน "เยน-ฟรังก์สวิส" แข็งค่าขึ้น 1% ขณะที่ JPMorgan เตือนว่าแนวโน้มอ่อนค่าของดอลลาร์อาจยืดเยื้อหลายไตรมาส

วันที่ 29 เมษายน 2568 เวลา 03.33 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงในวันจันทร์ (28 เม.ย.68) โดยดัชนี Bloomberg Dollar Spot ลดลง 0.5% และปรับลดลงเกือบ 7% นับตั้งแต่ต้นปี ท่ามกลางความล่าช้าในการบรรลุข้อตกลงการค้าและข้อมูลภาคการผลิตของสหรัฐที่น่าผิดหวัง

สกุลเงินปลอดภัย (safe haven) อย่างเงินเยนของญี่ปุ่น และฟรังก์สวิส ต่างแข็งค่าขึ้นราว 1% ขณะที่เงินปอนด์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี

JPMorgan Chase & Co. คาดว่าแนวโน้มการอ่อนค่าของดอลลาร์จะดำเนินต่อไป โดย Meera Chandan ผู้ร่วมบริหารฝ่ายกลยุทธ์ค่าเงินโลก กล่าวว่า “นี่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงวัฏจักรที่น่าจะยืดเยื้อหลายไตรมาส”

ทั้งนี้นโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และท่าทีแข็งกร้าวต่อจีน ได้ผลักดันให้นักลงทุนหันไปถือครองสินทรัพย์นอกสหรัฐมากขึ้น ดัชนีค่าเงินอีกตัวหนึ่งของดอลลาร์อ่อนลงกว่า 9% นับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้าทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 20 มกราคม – 28 เมษายน ซึ่งถือว่าเป็นการลดลงรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1973

กลุ่มนักลงทุนเก็งกำไร เช่น เฮดจ์ฟันด์และผู้จัดการสินทรัพย์ ได้เพิ่มสถานะ “short” ซึ่งคาดการณ์ว่าดอลลาร์จะอ่อนค่า ตามรายงานของ CFTC โดยสถานะ short ในขณะนี้มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2567

Meera Chandan กล่าวว่า “นโยบายของรัฐบาลทรัมป์กำลังบั่นทอนความเป็นผู้นำพิเศษของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเคยเป็นปัจจัยหลักที่ดันตลาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา” พร้อมเสริมว่า “สองเสาหลักของการเติบโตของสหรัฐ คือ แรงงานอพยพ และนโยบายการคลัง กำลังถูกควบคุมเข้มขึ้น ขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของสหรัฐกลายเป็นลบมากขึ้น เพราะภาษีเป็นปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น”

โดยผลจากนโยบายเหล่านี้ทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดลง โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 4.2%

นอกจากนี้ Chandan ยังระบุว่าค่าเงินยูโรจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สำคัญจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ โดยยูโรแข็งค่ากว่า 10% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในปีนี้ ซึ่งใกล้เคียงกับเงินเยนและฟรังก์สวิส

ทีมวิจัยของ JPMorgan ปรับคาดการณ์ค่าเงินยูโรเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจากแตะเป้าหมายเดิมเร็วกว่าคาด โดยล่าสุดคาดว่า ยูโรจะอยู่ที่ 1.20 ดอลลาร์ ภายในสิ้นปีนี้ จากเป้าหมายเดิมที่ 1.14 โดยการปรับคาดการณ์นี้เกิดขึ้นหลังเยอรมนีประกาศเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐครั้งใหญ่เมื่อต้นเดือนมีนาคม

ทั้งนี้เงินปอนด์อังกฤษก็ได้รับแรงหนุนจากกระแสเทขายสินทรัพย์สหรัฐฯ แม้ว่าตลาดจะคาดว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) จะลดดอกเบี้ยอีกในปีนี้ Goldman Sachs ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อเงินปอนด์ โดยคาดว่าในอีก 12 เดือนข้างหน้า ปอนด์จะขึ้นไปแตะ 1.39 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นตั้งแต่ปี 2564

Kamakshya Trivedi นักกลยุทธ์จาก Goldman นำโดย กล่าวว่า “เราเชื่อว่าแนวโน้มแข็งค่าของปอนด์ยังคงอยู่ โดยได้แรงหนุนจากการแข็งค่าของสกุลเงินยุโรปโดยรวม และเศรษฐกิจอังกฤษที่ไม่เปราะบางต่อภาษีของสหรัฐมากนัก”

ขณะเดียวกันยังมีความหวังว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรกับสหภาพยุโรป อาจกลับมาใกล้ชิดอีกครั้ง โดยจะมีการประชุมด้านความมั่นคงในกรุงลอนดอนวันที่ 19 พฤษภาคม ซึ่งอาจนำไปสู่การทบทวนความสัมพันธ์หลัง Brexit ในวงกว้าง

Elias Haddad จาก Brown Brothers Harriman & Co. กล่าวว่า “ความสัมพันธ์ทางการค้าที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างอังกฤษกับสหภาพยุโรป จะช่วยให้แนวโน้มการลงทุนในอังกฤษดีขึ้น และส่งผลบวกต่อเงินปอนด์”

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...