โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ไข้สูงไม่ลดสักที ลดไข้ยังไงดี พร้อมวิธีลดไข้ที่ถูกต้อง

GedGoodLife

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 12.50 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 04.53 น. • GED good life ชีวิตดีดี เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ฟรี

บทความโดย เภสัชกร ฐิตาภา ภาษานนท์

อาการไข้ คืออะไร

อาการไข้ (Fever) เป็นภาวะที่อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ อันเป็นผลจากกลไกการตอบสนองของร่างกายต่อการติดเชื้อหรือภาวะอักเสบต่าง ๆ โดยทั่วไป อุณหภูมิร่างกายปกติของมนุษย์อยู่ที่ประมาณ 36.5-37.5 องศาเซลเซียส หากสูงเกิน 38 องศาเซลเซียส ถือว่ามีอาการไข้

อาการไข้ แบ่งออกเป็นกี่ระดับ

ระดับของไข้สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่

1. ข้ระดับต่ำ (ต่ำกว่า 38°C)

อุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ 37.6-38.3 องศาเซลเซียส ไข้ในระดับนี้มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรืออาการอักเสบเล็กน้อย อาจมีอาการหนาวสั่นหรือรู้สึกร้อนๆ เย็นๆ แต่จะหายไปภายในไม่กี่วัน

2. ไข้ระดับปานกลาง (38°C - 39°C)

อุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ 38.4-39.9 องศาเซลเซียส มักเกิดจากการติดเชื้อที่รุนแรงขึ้น อาการปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ และรู้สึกเหนื่อยล้า การพักผ่อนและยาลดไข้ช่วยได้

3. ไข้ระดับสูง (สูงกว่า 39°C)

อุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป ไข้สูงเกิดจากการติดเชื้อรุนแรงและอาจทำให้เกิดอาการเสี่ยงอื่นๆ เช่น อาการชักหรือภาวะขาดน้ำ ควรได้รับการรักษาจากแพทย์ทันที

ไข้สูงไม่ลดสักที ทำยังไงดี

หากมีไข้สูงที่ไม่ลดลง ควรปฏิบัติตามวิธีการดูแลที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดไข้และบรรเทาอาการ โดยมีวิธีดังนี้

1. การเช็ดตัวลดไข้

การเช็ดตัวลดไข้ด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นสามารถช่วยลดอุณหภูมิร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเช็ดบริเวณข้อพับ เช่น รักแร้ คอ และขาหนีบ เพื่อให้การลดไข้เกิดขึ้นเร็วขึ้น

2. ดื่มน้ำมาก ๆ

การดื่มน้ำจะช่วยป้องกันการขาดน้ำจากการมีไข้และช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนออกได้ดีขึ้น ควรดื่มน้ำมาก ๆ ในระหว่างที่มีไข้

3. พักผ่อนให้เพียงพอ

การพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูร่างกายจากอาการไข้ พยายามหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่หนักหรือเครียด และนอนพักให้เต็มที่

อาการแทรกซ้อนจากไข้สูง มีอะไรบ้าง

หากมีไข้สูงเป็นเวลานาน โดยไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ดังนี้

  • ภาวะชักจากไข้สูง (Febrile Seizures): พบมากในเด็กเล็ก อาจมีอาการเกร็งตัว หมดสติ
  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง: หากดื่มน้ำไม่เพียงพอ อาจเกิดอาการมึนงง ปัสสาวะน้อยลง
  • ภาวะช็อกจากไข้สูง: ไข้ที่สูงเกินไป อาจทำให้ระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลว และต้องได้รับการรักษาทันที
  • การติดเชื้อรุนแรง: เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดบวม ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

หากมีไข้สูงต่อเนื่อง เกิน 48 ชั่วโมง หรือมีอาการผิดปกติ เช่น ซึม หายใจลำบาก หรือหมดสติ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง

อยากหายไข้เร็ว กินยาลดไข้ได้ไหม

การใช้ยาลดไข้สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ โดยยาที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่ ได้แก่ พาราเซตามอล (Paracetamol) หรือ ยาลดไข้ บรรเทาหวัดสูตรผสม ที่มีตัวยา 2 ชนิด ใน 1 เม็ด หรือผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นยาลดไข้ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ควรรับประทานตามขนาดที่กำหนด ห้ามใช้ยาเกินขนาด

วิธีลดไข้ด้วยการเช็ดตัวที่ถูกต้อง

การเช็ดตัวเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดอุณหภูมิร่างกายจากไข้ได้ โดยการใช้เทคนิคที่ถูกต้องจะช่วยให้ร่างกายเย็นลงอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ดังนี้

1. ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น บิดหมาด ๆ

การใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นจะช่วยให้ร่างกายเย็นลงโดยไม่ทำให้เกิดความตกใจหรือตอบสนองร่างกายเกินไป น้ำอุ่นช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลดความรู้สึกไม่สบายจากไข้ได้

2. เช็ดบริเวณข้อพับ

เช่น รักแร้ คอ ขาหนีบ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย บริเวณข้อพับเป็นจุดที่มีหลอดเลือดใหญ่ใกล้ผิวหนังมาก การเช็ดที่จุดเหล่านี้จะช่วยลดอุณหภูมิได้เร็วขึ้น การเช็ดที่รักแร้ คอ และขาหนีบจึงมีประสิทธิภาพในการลดไข้

3. ห้ามใช้น้ำเย็นจัด

เพราะจะทำให้ร่างกายตอบสนองด้วยการหนาวสั่น การใช้น้ำเย็นจัดอาจทำให้ร่างกายตอบสนองด้วยการหนาวสั่น ซึ่งอาจทำให้ไข้สูงขึ้นหรือทำให้ร่างกายต้องใช้พลังงานในการปรับอุณหภูมิ เพิ่มความไม่สบายตัว

4. ควรเช็ดตัวอย่างน้อย 15-20 นาที

การเช็ดตัวควรใช้เวลาอย่างน้อย 15-20 นาที เพื่อให้การลดอุณหภูมิร่างกายเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ หากทำเร็วเกินไปอาจไม่ได้ผลที่ต้องการ

5. หากไข้ยังสูง ควรเช็ดตัวซ้ำทุก 1-2 ชั่วโมง

หากไข้ยังคงสูง การเช็ดตัวซ้ำทุก 1-2 ชั่วโมงจะช่วยควบคุมอุณหภูมิให้คงที่และไม่สูงเกินไป การทำซ้ำจะช่วยให้ร่างกายเย็นลงอย่างต่อเนื่อง

ไข้ไม่ลดแบบไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์

หากมีอาการไข้สูงไม่ลดลงเป็นเวลานาน หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตราย โดยสัญญาณที่ควรระวัง ได้แก่

  • ไข้สูงเกิน 5 องศาเซลเซียส และไม่ลดลงภายใน 48 ชั่วโมง อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อรุนแรง
  • อาการซึม สับสน หรือหมดสติ อาจบ่งบอกถึงภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด มีผื่นขึ้นร่วมกับไข้ อาจเป็นสัญญาณของโรครุนแรง เช่น ไข้เลือดออก
  • มีผื่นขึ้นร่วมกับไข้ อาการผื่นแพ้ที่มาพร้อมกับไข้ อาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง เช่น ไข้เลือดออก หรือหัด
  • หายใจลำบาก แน่นหน้าอก อาจบ่งชี้ถึงภาวะติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ปอดบวม
  • อาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง เสี่ยงต่อ ภาวะขาดน้ำ และอาจต้องได้รับสารน้ำทดแทน
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...