โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิสราเอลโจมตีกาซาเสียชีวิต 855 คน ตั้งแต่ยกเลิกหยุดยิง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 00.35 น.
อิสราเอลยังโจมตีฉนวนกาซา ยอดรวมผู้เสียชีวิตตั้งแต่อิสราเอลเริ่มโจมตีอีกครั้งเมื่อวันที่ 18 มีนาคม อยู่ที่ 855 คนแล้ว ส่วนยูเอ็นกังวลเกิดวิกฤตในกาซา เนื่องจากอาหารและสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ ลดลงเหลือใช้ได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในฉนวนกาซา ระบุในแถลงการณ์ฉบับหนึ่งเมื่อวานนี้ (พฤหัสบดี) ว่า มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 855 คน และบาดเจ็บ 1,869 คน ในกาซาตั้งแต่กองทัพอิสราเอลกลับมาโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงทั่วกาซาเมื่อวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้สิ้นสุดข้อตกลงหยุด 2 เดือนระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส

ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในกาซา มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 25 คน และบาดเจ็บ 82 คน รวมตัวเลขชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮามาสปะทุขึ้นในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2566 อยู่ที่ 50,208 คน และผู้บาดเจ็บ 113,910 คน

ด้านสำนักงานความร่วมมือกิจกรรมด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติ หรือโอซีเอชเอ (OCHA) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตในกาซาที่เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้เสบียงอาหารลดลงอย่างรวดเร็วและพื้นที่อยู่อาศัยลดลง ส่งผลให้ผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกปิดล้อมต้องประสบกับสถานการณ์ที่เลวร้ายลง

โอซีเอชเอ รายงนว่า มีผู้คนกว่า 142,000 คน ไร้ที่อยู่อาศัยในกาซาภายในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากคำสั่งอพยพของอิสราเอลและการโจมตีอย่างหนักหน่วงยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง

ตามข้อมูลของสำนักงาน OCHA คำสั่งให้อพยพของอิสราเอลครอบคลุมพื้นที่ประมาณร้อยละ 17 ของภูมิภาค การปิดกั้นความช่วยเหลือตามจุดผ่านแดนทั้งหมดของอิสราเอล เข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ส่งผลให้ราคาสินค้าพุ่งสูง อุปกรณ์ทางการแพทย์ลดลงอย่างวิกฤต และขาดแคลนเชื้อเพลิงทั่วกาซา โดยทรัพยากรที่จำเป็นบางส่วนคาดว่าจะเหลือใช้ได้อีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...