ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ความเชื่อมั่นยังอ่อนแรง ราคาน้ำมันต่ำสุดรอบ 4 ปี
#หุ้นสหรัฐ #ทันหุ้น - ดัชนีหุ้นล่วงหน้าของสหรัฐฯ ขยับขึ้นเล็กน้อยในวันพุธ หลังจากก่อนหน้านี้ปรับตัวลดลงอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นโดยรวมของตลาดยังคงเปราะบาง ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้มาตรการภาษี “ตอบโต้เท่าเทียม” อย่างเป็นทางการ รวมถึงการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติม ซึ่งทำให้สงครามการค้าระดับโลกยิ่งทวีความรุนแรง และเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก
.
เวลา 05:15 น. ตามเวลาตะวันออก (ET) หรือ 09:15 น. ตามเวลา GMT
- ดัชนี Dow Jones Futures เพิ่มขึ้น 25 จุด หรือ 0.1%
- S&P 500Futures เพิ่มขึ้น 20 จุด หรือ 0.4%
- Nasdaq 100Futures ลดลง 140 จุด หรือ 0.8%
.
เมื่อวันอังคาร ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนอย่างรุนแรง โดย S&P 500 ปิดลบ 1.6% ที่ระดับ 4,982.77 ซึ่งเป็นการปิดต่ำกว่า 5,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งปี และต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เกือบ 19% ใกล้เข้าสู่ภาวะ “ตลาดหมี” (bear market)
.
ในช่วงเวลา 4 วัน ดัชนี Dow Jones สูญเสียไปมากกว่า 4,500 จุด หรือกว่า 10%
S&P 500 ขาดทุนไปราว 12%
ขณะที่ Nasdaq Composite ร่วงลงมากกว่า 13%
.
ทรัมป์ยกระดับสงครามภาษีกับจีน
มาตรการภาษีศุลกากร “ตอบโต้เท่าเทียม” ของทรัมป์มีผลบังคับใช้แล้ว โดยรวมถึงการเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีก 50% ทำให้ยอดรวมภาษีที่เรียกเก็บจากสินค้าจีนสูงถึง 104% ขณะที่จีนตอบโต้ด้วยการเก็บภาษี 34% ส่งผลให้ความตึงเครียดระหว่างสองเศรษฐกิจใหญ่สุดของโลกกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง
.
กระทรวงการต่างประเทศของจีนย้ำในวันพุธว่า ปักกิ่งจะดำเนินมาตรการที่ “เด็ดขาดและจริงจัง” เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน
.
“หากสหรัฐฯ ต้องการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาอย่างแท้จริง ก็ควรแสดงท่าทีแห่งความเท่าเทียม เคารพ และได้ประโยชน์ร่วมกัน” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ หลิน เจี้ยน กล่าวในการแถลงข่าวประจำวัน
.
ภาษีอื่นๆ ที่โดดเด่นยังรวมถึง
- ภาษี 20% กับสหภาพยุโรป
- 24% กับญี่ปุ่น
- 46% กับเวียดนาม
- 25% กับเกาหลีใต้
- 32% กับไต้หวัน
.
มาตรการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การค้าของสหรัฐฯ ที่มุ่งเรียกเก็บภาษีสูงกับประเทศที่ถูกมองว่ามีข้อได้เปรียบด้านการค้าอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดทั่วโลก กระตุ้นให้เกิดการตอบโต้ทางภาษีจากคู่ค้าหลักของสหรัฐฯ และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย
.
โกลด์แมน แซคส์เตือน ตลาดยังไม่สะท้อนความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยเต็มที่
แม้ตลาดจะเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก แต่นักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์กล่าวว่า ตลาดยังไม่ได้สะท้อนความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกอย่างเต็มที่
.
“ในบรรดาตัวชี้วัดภาวะถดถอย มีเพียง VIX เท่านั้นที่อยู่ในระดับที่เกี่ยวข้องกับภาวะถดถอยในอดีต ขณะที่ความผันผวนระยะยาวของหุ้น สเปรดเครดิต และส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังไม่อยู่ในระดับนั้น” นักวิเคราะห์ระบุ
.
“เราคาดว่ามีโอกาสสูงที่ตลาดจะยังคงเคลื่อนไปสู่ภาวะการสะท้อนถดถอยเต็มรูปแบบ ซึ่งหมายถึงราคาหุ้นอ่อนตัว สเปรดเครดิตกว้างขึ้น เฟดลดดอกเบี้ยมากขึ้น และความผันผวนของหุ้นระยะยาวสูงขึ้น”
.
ทางออกที่ชัดเจนที่สุดในตอนนี้ คือการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากราคาปัจจุบันและสัญญาณเศรษฐกิจยังไม่สามารถรองรับความเสี่ยงด้านลบได้
.
จับตารายงานการประชุมเฟด
นอกจากเรื่องภาษี นักลงทุนยังจับตารายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่จะเปิดเผยในวันนี้ด้วย
.
ประธานธนาคารกลางสาขาซานฟรานซิสโก แมรี่ ดาลี กล่าวเมื่อวันอังคารว่า ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับลดดอกเบี้ย แม้จะมีความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีของทรัมป์
.
อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังที่ว่า Fed จะลดดอกเบี้ยเร็วขึ้นยังคงเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้ตลาดประเมินว่ามีโอกาส 56% ที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้นจาก 40% เมื่อต้นวัน (อิงจากข้อมูลของ CME Group)
.
หุ้นเดลต้า-คอนสเตลเลชัน แบรนด์ส เตรียมรายงานผลประกอบการ
ในภาคธุรกิจ นักลงทุนกำลังจับตาผลประกอบการล่าสุดของสายการบิน Delta Air Lines (NYSE: DAL) หลังจากออกคำเตือนกำไรเมื่อเดือนที่แล้วโดยอ้างความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในสหรัฐฯ
.
CEO เอ็ด บาสเตียน เคยกล่าวไว้ในเดือนมีนาคมว่า “ผู้บริโภคในธุรกิจที่ไม่จำเป็น (discretionary) ไม่ชอบความไม่แน่นอน” พร้อมระบุว่า การใช้จ่ายภาคธุรกิจเริ่มชะลอตัวลง
.
Constellation Brands (NYSE: STZ) ผู้ผลิตเบียร์แบรนด์ Modelo และ Pacifico ก็เตรียมประกาศผลประกอบการหลังตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการเช่นกัน
.
ราคาน้ำมันร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี
ราคาน้ำมันร่วงลงในวันพุธ แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 4 ปี เนื่องจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ทวีความรุนแรงขึ้น
.
เวลา 05:15 ET
- น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ร่วง 2.6% มาอยู่ที่ 61.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ร่วง 2.7% เหลือ 57.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
.
นับตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน ซึ่งทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีการค้ากับประเทศคู่ค้า ราคาน้ำมันได้สูญเสียมูลค่าไปแล้วประมาณหนึ่งในห้า ถือเป็นการลดลงในช่วง 5 วันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022