โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ขับเคลื่อนอุตฯยานยนต์ไทย เดินหน้าสู่ ‘ยานยนต์สมัยใหม่’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 เม.ย. 2568 เวลา 14.35 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2568 เวลา 00.33 น.
สุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

อุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าได้รับแรงกระเพื่อมจากภาวะเศรษฐกิจทั้งในประเทศ และเศรษฐกิจโลก รวมถึงยังต้องท้าทายกับการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีชนิดที่ว่า สร้างแรงกระเพื่อมให้กับอุตสาหกรรมการผลิต และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องครั้งใหญ่

วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้พูดคุยกับ สุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) มือประสาน 10 ทิศ ทำหน้าที่ในการบาลานซ์และขับเคลื่อนความต้องการของสมาชิกกลุ่มที่มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้งค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา และจีน เพื่อร่วมกันผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังคงความแข็งแกร่งและความแข็งแรงในเวทียานยนต์โลก ในฐานะประเทศฐานการผลิต หรือเสือตัวที่ 10 ของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก จะเป็นอย่างไร ไปติดตามกัน

ไทยยังเป็นผู้ผลิต Top 10 โลก

จากตัวเลขการผลิตรถยนต์ปี 2567 ที่ผ่านมา ยังไม่ออกมาอย่างเป็นทางการ แต่จะเห็นว่าปีที่แล้วทั่วโลกผลิตได้ลดลง จากปี 2566 ผลิตได้ 93.5 ล้านคัน โดยจีนยังคงเป็นเบอร์ 1 ในการผลิตรถ เพิ่มจากปี 2566 เป็น 31.3 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 3.7% ส่วนอันดับ 2 คือ สหรัฐอเมริกา มีการผลิตลดลง 3.5% เหลือ 10.2 ล้านคัน ส่วนหนึ่งตรงนี้จะเป็นผลที่ทำให้สหรัฐประกาศขึ้นภาษียานยนต์ และในขณะเดียวกันก็น่าจะเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้รถยนต์จีนทะลักไปทั่วโลก โดยเฉพาะไทย

ส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยนั้นจะเห็นได้ว่า เราเป็นผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 10 ของโลก เดิมในปี 2566 ผลิตได้ 1.8 ล้านคัน แต่ปี 2567 ที่ผ่านมาผลิตเหลือ 1.47 ล้านคัน ลดลงถึง 20.2%

และถือเป็นการผลิตลดลงมากที่สุดในการจัดอันดับ 15 ประเทศผู้ผลิตรถยนต์ของโลก

ตลาดตกต่ำเป็นประวัติการณ์

ส่วนปริมาณการผลิตรถยนต์ในปีที่ผ่านมา มีจำนวน 1.47 ล้านคัน เป็นตัวเลขที่ปรับลงจากเป้าหมายเดิมตั้งไว้ที่ 1.5 ล้านคัน แบ่งเป็นในประเทศ 4.6 แสนคัน ลดลง 32.9% และตลาดส่งออก 1.01 ล้านคัน ลดลง 12% แต่ปรากฏว่า ยอดขายตลาดรถยนต์ ปี 2567 ทำได้ 572,000 คัน ลดลง 26.2% แบ่งเป็น รถยนต์นั่ง 340,000 คัน ลดลง 16.4% ปิกอัพ 160,000 คัน ลดลงถึง 38.3% รถปิกอัพดัดแปลง หรือพีพีวี 37,000 คัน ลดลง 38.9% รถประเภทอื่น ๆ 32,000 คัน ลดลง 25.9%

ตรงนี้สภาพตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก โดยเฉพาะสัดส่วนการขาย จากเดิมที่รถปิกอัพจะมีมากกว่ารถยนต์นั่ง แต่วันนี้ทุกอย่างกลับข้าง เนื่องจากรถปิกอัพมียอดขายลดลงอย่างหนัก ผลมาจากสภาพเศรษฐกิจชะลอตัว และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งยังส่งผลต่อเนื่องไปยังราคารถยนต์มือสองลดลงอย่างมากก่อนหน้านี้ด้วย

ชู xEV ขับเคลื่อนอุตฯ

วันนี้หากนับรวมกำลังการผลิตรถยนต์ที่ประเทศไทยมีอยู่ในมือจากค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ที่เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานผลิต จะเห็นว่าตัวเลขกลม ๆ ที่อุตสาหกรรมยานยนต์มีกำลังผลิตอยู่ที่ 3 ล้านคันต่อปี แต่วันนี้ใช้ไปราว ๆ 1.5 ล้านคัน

สิ่งที่น่าคิดว่าจากนี้ไป อุตสาหกรรมยานยนต์จะบริหารจัดการกำลังผลิตจากนี้อย่างไร เพื่อขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมไปต่อได้อย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง ไทยยังคงเป็นฐานการผลิตรถยนต์อย่างแท้จริง โดยเฉพาะการเป็นฐานผลิตยานยนต์สมัยใหม่ ที่เราจะต้องขับเคลื่อนต่อไป

วันนี้จะมองแค่เครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือ ICE เพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่เราต้องสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มความหลากหลายในส่วนของเครื่องยนต์ xEV (HEV, PHEV, EV) เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปข้างหน้า

เพราะเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ให้กับทุกแบรนด์ได้อย่างแข็งแรง

เพราะไทยมีห่วงโซ่ยานยนต์ที่แข็งแรง ทั้งระบบซัพพลายเชน แรงงานฝีมือ ความเชี่ยวชาญ เพียงแต่วันนี้เราหวังว่ามาตรการสนับสนุนส่งเสริมจากภาครัฐจะเข้ามาช่วย

แนะรัฐเร่งมาตรการส่งเสริม

เพราะวันนี้ หากเราคิดมาก เขา (รัฐบาล) คิดมาก จนมาตรการต่าง ๆ ไม่ออกมา สุดท้ายตลาดก็จะวาย

ปีนี้สมาคมมองว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะมีแนวโน้มการเติบโตใกล้เคียงกับปีที่แล้ว อาจจะดีขึ้นหากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ยอดการผลิตรถยนต์ของไทยน่าจะอยู่ที่ 1.5 ล้านคัน เติบโต 2.1% แบ่งเป็น การผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 500,000 คัน และการผลิตเพื่อส่งออก 1 ล้านคัน ส่วนรถจักรยานยนต์ คาดการณ์ยอดผลิต 2.1 ล้านคัน โตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 11.2%

หากประเทศไทยไม่ดำเนินการใด ๆ คู่แข่งในภูมิภาคอาเซียนก็จะต้องพยายามดึงดูดความน่าสนใจของการลงทุนจากไทยไป เพราะต้องไม่ลืมว่าวันนี้บริษัทแม่ของค่ายรถยนต์ต่าง ๆ จะเลือกลงทุนไปที่ประเทศใดก็ได้

และต้องไม่ลืมว่า การที่ค่ายรถยนต์จะเลือกปักหลักลงทุน เขาต้องมองตลาดภายในประเทศนั้น ๆ เป็นสำคัญก่อน ส่วนตลาดส่งออกจะเป็นผลพวงสเต็ปต่อไป

วันนี้ประเทศไทย รัฐบาลไทย สามารถเดินหน้าเจรจาเพื่อขอทำข้อตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ได้แล้ว ปัจจุบันมี 17 ฉบับ 24 ประเทศคู่ค้า อยู่ระหว่างเจรจาอีก 4 ฉบับ มีฉบับสำคัญช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ตรงนี้รัฐบาลควรเร่งดำเนินการต่อ

สุดท้าย นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ยังได้ย้ำว่า สิ่งสำคัญที่จะคงให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสามารถเดินต่อไปอย่างแข็งแกร่ง และเป็นฐานผลิตยานยนต์ที่สำคัญของโลกได้อย่างแท้จริง เขาเชื่อว่าการเดินไปสู่ฐานการผลิตยานยนต์สมัยใหม่ คือ สิ่งที่อุตสาหกรรมยานยนต์จะต้องขับเคลื่อนคู่ขนานไปกับการใช้ประโยชน์จากฐานผลิตเครื่องยนต์ IEC ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง ที่สำคัญ ประเทศไทยมีศักยภาพครบเครื่องที่จะเป็นฐานการผลิตรถยนต์ให้กับทุก ๆ แบรนด์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขับเคลื่อนอุตฯยานยนต์ไทย เดินหน้าสู่ ‘ยานยนต์สมัยใหม่’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...