โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

แฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่ Zero-Day บน Windows CLFS หย่อนแรนซัมแวร์ลงเครื่อง

Thaiware

อัพเดต 22 เม.ย. 2568 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 04.00 น. • Sarun_ss777
แฮกเกอร์จะใช้งานช่องโหว่ดังกล่าวหย่อนมัลแวร์ PipeMagic เพื่อสร้าง Backdoor ในการปล่อยแรนซัมแวร์ต่อไป

ตามการทำงานของระบบ Windows เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น เช่น ข้อผิดพลาดต่าง ๆ ตัวระบบจะทำการบันทึกในรูปแบบ Log ไว้อยู่เสมอผ่านระบบ CLFS หรือ Common Log File System แต่ถ้าระบบดังกล่าวเกิดมีข้อผิดพลาดจนสามารถนำมาใช้ในการปล่อยมัลแวร์ได้ล่ะ ?

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Cyber Security Drive ได้รายงานถึงการตรวจพบช่องโหว่ความปลอดภัยที่เกิดขึ้นระหว่างการพัฒนาระบบ หรือ Zero Day ในส่วนของ Windows CLFS โดยทางทีมวิจัยจาก ESET บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัสชื่อดัง ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวนั้นมีชื่อว่า CVE-2025-29824 โดยช่องโหว่ดังกล่าวนั้นเป็นช่องโหว่ประเภทที่เปิดโอกาสให้แฮกเกอร์เข้าแทรกโค้ดลงในหน่วยความจำที่ถูกตัวโปรแกรมคลายออกมาได้ (Use-After-Free)

ซึ่งช่องโหว่นี้นั้นแฮกเกอร์จะนำมาใช้ในการปล่อยมัลแวร์ที่มีชื่อว่า PipeMagic ซึ่งเป็นมัลแวร์ประเภทเปิดประตูหลังของระบบ (Backdoor) ซึ่งจะถูกใช้เป็นทางผ่านในการวางมัลแวร์ประเภทเพื่อการเรียกค่าไถ่ หรือแรนซัมแวร์ (Ransomware) ลงบนระบบของเหยื่อ โดยมัลแวร์ตัวนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ. 2022 (พ.ศ. 2565) โดยทีมวิจัยจาก Kaspersky อีกหนึ่งบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์แอนตี้ไวรัส ซึ่งในช่วงนั้นทางแฮกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังได้แพร่กระจายมัลแวร์ตัวนี้ผ่านทางแอปพลิเคชัน ChatGPT ปลอม โดยมุ่งเน้นการโจมตีในแถบทวีปเอเชีย

สำหรับแคมเปญของมัลแวร์ดังกล่าวในปัจจุบัน ทางไมโครซอฟท์ได้เปิดเผยว่า แฮกเกอร์จะมุ่งเน้นในการโจมตีกลุ่มอุตสาหกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมไอทีในประเทศสหรัฐอเมริกา, กลุ่มธุรกิจด้านการเงินในประเทศเวเนซุเอลา, กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในประเทศสเปน และกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีกในประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยทางไมโครซอฟท์ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าแฮกเกอร์ใช้วิธีการใดในการแพร่กระจายมัลแวร์ดังกล่าวให้กับเหยื่อในแคมเปญปัจจุบัน

ทางแหล่งข่าวไม่ได้มีการระบุว่าทางไมโครซอฟท์ได้ทำการออกอัปเดตเพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าวแล้วหรือยัง แต่ทางไมโครซอฟท์ก็ได้ยืนยันหนักแน่นว่า ตามผลที่ได้ติดตามจับตามองอยู่ในปัจจุบันนั้น ผู้ที่ใช้งาน Windows 11 24H2 นั้น ยังไม่พบว่าได้รับผลกระทบจากช่องโหว่หรือโดนโจมตีโดยมัลแวร์ดังกล่าวแต่อย่างใด ถึงแม้จะยังมีช่องโหว่อยู่ในระบบอยู่ก็ตาม

➤ Website : https://www.thaiware.com
➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware
➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware
➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...