'หมอเลี้ยบ' พี่เลี้ยงนายกฯ เจน Y เปิดสูตรรัฐบาลเพื่อไทย 3+4+4 ปี ปั้น TACCA เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
บทความพิเศษ | ศัลยา ประชาชาติ
‘หมอเลี้ยบ’ พี่เลี้ยงนายกฯ เจน Y
เปิดสูตรรัฐบาลเพื่อไทย 3+4+4 ปี
ปั้น TACCA เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือหมอเลี้ยบ ถือว่าเป็นคนใกล้ชิดวงในบ้านจันทร์ส่องหล้า รุ่นแรก-รุ่นตั้งต้นนโยบายประชานิยมต้นตำรับ “30 บาทรักษาทุกโรค” และเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ “ทักษิโณมิกส์” อยู่คู่ทั้ง 3 พรรค 3 ชื่อตั้งแต่ไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทย
หากคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ จะไว้วางใจพี่เลี้ยงทางการเมืองให้ลูกสาว 1 ในคนที่ถูกเลือกคือ นพ.สุรพงษ์
เป็น “อาหมอ” ที่ทำงานการเมือง กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ตั้งแต่บันไดขั้นแรกในพรรคเพื่อไทย จนก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 31
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายหัวหอก ที่นำทางให้ น.ส.แพทองธารอยู่ในสปอตไลน์ร่วมวงกับนักธุรกิจคนสำคัญของประเทศ ในหัวโต๊ะ “กรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ” ที่เดินทางมาถึงจุดที่จะผลักดันให้เปลี่ยนเกมเศรษฐกิจ
แต่ระหว่างทางต้องฝ่าวิกฤตหนักๆ ทั้งการผลักดันกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ในสถานการณ์กลเกมพรรคร่วมรัฐบาลประชิดทุกทิศ, แก้วิกฤตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทั้งแผ่นดินไหว-การขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
เป็นวิกฤตใหม่ที่ไม่มีนายกรัฐมนตรีคนไหนในพรรคทักษิณ เคยเผชิญหน้ามาก่อน
ดังนั้น เมื่อ น.ส.แพทองธารเดินทางไปในเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศ มักจะต้องตอบคำถามเรื่อง “วาระของรัฐบาล” จะอยู่จนจบ 4 ปีหรือไม่
แน่นอนว่า คำถามเช่นนี้ “นายกฯ เจน Y” ตอบไว้และคนฟังโล่งใจ เพราะบอกว่าจะอยู่ครบเทอม ดังที่ นพ.สุรพงษ์เล่าไว้ในเวทีระหว่างประเทศ ล่าสุดท่ามกลางการประชุม-พบปะกับกลุ่มผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ซึ่งเป็นการประชุมคู่ขนาน กับเวที World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ต้นปีที่ผ่านมา น.ส.แพทองธารกล่าวโดยสรุปถึงวาระรัฐบาลและของพรรคเพื่อไทย จะเป็นไปตามสูตร 3+4+4
ที่มาของสูตรวาระรัฐบาล 3+4+4 นั้น นพ.สุรพงษ์เล่าว่า
“ผมได้มีโอกาสตามนายกฯ ไปประชุม World Economic Forum ในห้องประชุมที่พูดคุยถึงเรื่องโอกาสของประเทศไทย มีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกร่วมฟัง เขาถามว่าจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ประเทศไทยจะไม่เปลี่ยนนโยบายกลับไปกลับมาอีก”
เสียงที่ “พี่เลี้ยง” ข้างเวทีได้ยินนายกรัฐมนตรีตอบเป็นแมสเสจการเมืองที่ชัดเจนคือ “เชื่อมั่นว่าจะเป็นนายกฯ จนครบวาระ (3 ปี) ในปี 2570 และเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทย จะชนะเลือกตั้งเป็นนายกฯ ต่อไปอีก 4 และถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นนายกฯ ต่อหลังจากครบวาระสมัยที่ 2 แล้ว ก็เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นแกนนำรัฐบาลบริหารประเทศต่อไปอย่างน้อยอีก 4 ปี”
คำตอบสูตร 3+4+4 นี้บังเอิญสอดคล้องกับคำปราศรัยของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ห้องประชุมรดน้ำดำหัวช่วงสงกรานต์ ที่มีนัยว่า
“รัฐบาลนี้อยู่ครบวาระ และเลือกตั้งครั้งหน้าเพื่อไทยก็จะชนะและเป็นรัฐบาลอีกครั้ง”
หมอเลี้ยบในวัย 68 เจน Baby boomer เข้าใจสไตล์การบริหารของนายกฯ เจน Y เขาบอกว่า “ข้อดีของนายกฯ เจน Y คือ มีชีวิตชีวา ฉับไว เป็นสัญลักษณ์ของวัยที่มีพลังมากมาย ถ้าเป็นนายกฯ รุ่น Baby Boomer ก็จะเหนื่อยหน่อย ทำงานช้าหน่อย ด้วยข้อจำกัดของร่างกาย”
“เป็นสิ่งที่ดีที่เรามีนายกฯ ที่ทุ่มเท ใช้พลัง พร้อมเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็มีคนรุ่นอาวุโสที่คอยช่วยนำเสนอ คอยบอกว่าตรงนี้ต้องระวังอะไร ตรงนี้ต้องไม่ประมาท ให้การเดินฉับไว เป็นการเดินที่มีโอกาสพลาดน้อยที่สุด”
มีข้อวิเคราะห์ที่ “หมอเลี้ยบ” ประเมินนายกฯ แพทองธาร แล้วไม่ผิดไปจากที่คาด คือ นายกฯ แพทองธารเป็นคน “รับฟัง” และเมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจ ก็จะเด็ดเดี่ยว แตกต่างจากอดีตนายกฯ ทักษิณ กรณีการถอย 1 ก้าว ในการผลักดันร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ คือตัวอย่าวที่สะท้อนทัศนะดังกล่าว
พี่เลี้ยงใน-นอกทำเนียบ เปรียบเทียบการทำงานระหว่าง 2 นายกฯ ชินวัตร ระหว่าง “พ่อของนายกฯ” กับนายกฯ คนปัจจุบัน ว่า
“ส่วนที่เหมือนกันคือ เป็นผู้นำที่รับฟังความเห็น บางคนอาจจะมองว่านายกฯ ทักษิณ เป็นคนที่มีความเชื่อมั่น เวลาคิดอะไรท่านคิดเร็ว แต่เวลาทำงาน ท่านฟังเยอะมาก ทั้งที่เป็นข้อมูลเชิงเป็นวิเคราะห์ หรือข้อมูลดิบ ท่านก็จะนำไปแล้วก็ไปคิดต่อ ผมพบกับตัวเอง คือท่านเปลี่ยนได้เลย เมื่อมีข้อมูลที่แตกต่างออกไป”
“ส่วนนายกฯ แพทองธาร แบบเดียวกันเลยเป็นนักฟังที่ดี ในที่ประชุมก็จะนั่งฟังไปคิดไป เป็นคนที่อยากจะรับข้อมูลใหม่ๆ หากไม่ได้ติดภารกิจสำคัญ จะต้องมาประชุมกับคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีทุกสัปดาห์ ถ้าหากตรงไหนไม่เห็นด้วย ท่านก็จะบอกเลยว่าไม่เห็นด้วย แล้วถ้าคณะที่ปรึกษาไม่เห็นด้วย ก็บอกได้ทันที”
ข้อแตกต่างที่เป็นขั้นกว่าของนายกฯ รุ่นพ่อกับลูกชินวัตร คือ “นายกฯ แพทองธารพูดตรงไปตรงมามากกว่า มีลักษณะเดินหน้าเต็มที่ คิดอย่างไรเดินหน้าแบบนั้น บางครั้งอาจจะไม่ได้รีรออะไร ตัดสินใจได้ทันที อันนี้ก็จะเป็นบุคลิกที่มีความเด็ดเดี่ยว มากกว่าท่านอดีตนายกฯ”
“หมอเลี้ยบ” เชื่ออย่างที่เห็น และเห็นอย่างที่เชื่อว่า เมื่อนายกฯ แพทองธารตัดสินใจ จะใช้ข้อมูลของทุกคน รวมกับนายกฯ พ่อ
“ท่านจะถามอาจารย์พันศักดิ์ วิญญรัตน์ ว่าคิดเรื่องนี้อย่างไร แล้วกลั่นกรองทั้งหมด จากประสบการณ์ตรงผมคิดว่า นายกฯ แพทองธารไม่ได้ตัดสินใจเหมือนกับที่ท่านนายกฯ ทักษิณเสนอทุกครั้ง”
“นพ.สุรพงษ์” ในหมวกของรองประธานที่ปรึกษา คณะที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ขับเคลื่อนคู่ขนานกับนายกฯ แพทองธาร มาถึงจุดที่จะใช้นโยบายซอฟต์เพาเวอร์เป็นนโยบายสำคัญที่จะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ และสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศ
เขาบอกว่า ซอฟต์เพาเวอร์เป็นเสมือนไพ่ในมือที่สามารถสร้างให้เป็นอุตสาหกรรมและแข่งขันทางเศรษฐกิจได้
ความคืบหน้าในเชิงรูปธรรม คือ ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมวัฒนธรรม ขณะนี้เตรียมที่จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วๆ นี้ จากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร คาดว่าจะผ่านร่างกฎหมายได้ภายในช่วงต้นปี 2569
จะเดินหน้าตั้งสำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (THACCA) หรือ “ทักก้า” เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนซอฟต์เพาเวอร์ คาดว่าจะตั้งสำนักงานภายในไตรมาส 1 ปี 2569
งบประมาณในการสนับสนุนซอฟต์เพาเวอร์ ก็จะยุบบางหน่วยงานข้ามารวมอยู่ภายใต้ TACCA มีโครงสร้างการบริหารตามร่าง พ.ร.บ.ประกอบไปด้วยบอร์ด 3 ระดับคือ บอร์ดคณะกรรมการนโยบาย ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ระดับรองลงมาคือบอร์ดคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ และในระดับสุดท้ายก็คือบอร์ดย่อยของแต่ละอุตสาหกรรม
ภารกิจของพี่เลี้ยงนายกฯ เจน Y ต้องดำเนินต่อไป ในภาวะที่ประเทศไทยเผชิญหน้ากับแผ่นดินไหวทั้งทางเศรษฐกิจ-การเมือง ตามด้วยอาฟเตอร์ช็อก ตลอดเวลา จนกว่าจะหมดวาระ
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘หมอเลี้ยบ’ พี่เลี้ยงนายกฯ เจน Y เปิดสูตรรัฐบาลเพื่อไทย 3+4+4 ปี ปั้น TACCA เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com