โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชุดที่ใส่ บอกอะไรได้บ้าง? เมื่อชุดที่ใส่ อาจสะท้อนตัวตน และสภาวะจิตใจของเราได้มากกว่าที่คิดในสายตานักจิตบำบัด

Mirror Thailand

อัพเดต 05 มี.ค. 2568 เวลา 10.28 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2568 เวลา 10.28 น.
ภาพไฮไลต์

แน่นอนว่าการที่ใครสักคนกำลังเจอกับช่วงเวลายากลำบากทางจิตใจ และเลือกเข้ารับบริการจิตบำบัด นั่นแปลว่าเป็นช่วงเวลาที่เขาต้องการจะรู้สึกทั้งสบายใจ สบายตัวมากที่สุด และมันย่อมไม่ได้เรียกร้องว่าเราต้อง ‘ดูดี’ ในช่วงเวลาแบบนั้นด้วย แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้ว สิ่งที่เราไม่ได้ตั้งใจ หรืออาจไม่ได้ใส่มาก่อนอย่างการเลือกเสื้อผ้าหน้าผมเวลาไปพบนักจิตบำบัดนี่แหละ มีแมสเสจสำคัญที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังมากกว่าที่คิด

บทความหนึ่งจาก New York Times ตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้ว่า หลายคนพบว่าเป็นเรื่องยากในการจะเลือกหยิบเสื้อผ้าสักชุดเพื่อใส่ไปพบนักจิตบำบัด โดยเฉพาะเซสชั่นที่ต้องเจอกันแบบตัวต่อตัว แม้ว่าแน่นอนละ เราอาจจะไม่ได้โฟกัส ไม่ได้อยาก หรือไม่ได้ตั้งใจให้เสื้อผ้าที่ใส่ในช่วงเวลายากๆ แบบนั้นสื่อสารแมสเสจอะไรออกไป แต่ก็อาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เสื้อผ้าจะทำหน้าที่เป็นตัว ‘พูด’ แทนสิ่งที่อยู่ใต้จิตสำนึกของเราโดยตัวมันเอง

เพราะอย่าลืมว่าเสื้อผ้าก็คือสเตทเมนต์ชิ้นหนึ่งที่ไม่เพียงบ่งบอกตัวตน มันยังสามารถสะท้อนสภาวะจิตใจของคนที่ใส่มันได้อย่างเหลือเชื่อ

“สำหรับนักจิตบำบัด มากกว่าการที่เคสของเราใส่อะไรมา มันอาจหมายรวมถึงสิ่งที่พวกเขาต่างกำลัง ‘แบก’ มันมาด้วย” Wei Motulsky นักจิตวิทยาคลินิกในพอร์ตแลนด์ให้ความเห็น

“จากประสบการณ์ ผมมีเคสหนึ่งเป็นนักกฎหมายอาวุโส เวลามาหานักบำบัด เธอมักจะแต่งตัวด้วยผ้าพื้นเมืองของเคนย่าเสมอ เพื่อบ่งบอกว่าเธอภูมิใจกับชาติกำเนิดของตัวเองมากแค่ไหน ส่วนอีกเคส เป็นผู้หญิงที่มักจะใส่สร้อยคอรูปกุญแจ เมื่อผมถามเธอถึงสร้อยเส้นนั้น ผมถึงได้รู้ว่าเธอเป็นหนึ่งในคอมมิวนิตี้ B.D.S.M. แม้เธอเองจะไม่ได้พูดเรื่องนี้กับนักบำบัดเลยตั้งแต่แรก” ด้าน Avi Sanders นักจิตวิทยาคลินิกผู้ทำงานในนิวยอร์กเล่า เขามองว่าเสื้อผ้าทุกตัวในทุกๆ เซสชั่นที่คนคนหนึ่งใส่ไปพบนักจิตบำบัด มักจะมี ‘จิตใต้สำนึก’ ของคนคนนั้นเองซ่อนอยู่ เหมือนเป็นฉากหลังเรื่องราวของเเต่ละคน และมันเป็นเหมือนเบาะแสเล็กๆ ที่นักจิตบำบัดสามารถนำมาใช้เป็นองค์ประกอบในการตีความสภาวะจิตใจตอนนั้นได้ด้วย

ในมุมมองของนักจิตบำบัดหลายคน พวกเขายอมรับว่าเสื้อผ้ากับ ‘ตัวตน’ ของคนที่ใส่มันนั้นมีความเชื่อมโยงกัน มันอาจใช้เพื่อเป็นการปิดบังซ่อนเร้นความรู้สึกที่ยุ่งเหยิงภายใน ใช้เพื่อหลบหนีอะไรบางอย่าง (แม้แต่ตัวตนของตัวเอง) มันสามารถเป็นเกราะป้องกันตัว ใช้เบี่ยงเบนประเด็น ใช้บอกระยะและขอบเขตที่อยากให้อีกฝ่ายหนึ่ง (ซึ่งก็คือนักจิตบำบัด) รับรู้ หรือแม้แต่ใช้เพื่อสร้าง ‘ความประทับใจ’ ให้กับนักจิตบำบัดก็เป็นไปได้เหมือนกัน

ไม่เพียงแค่ชุดที่ใส่จะเป็นทั้งเสตทเมนต์ และเครื่องมือบ่งบอกตัวตนทั้งโดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจแล้ว ชุดที่ใส่ไปพบนักจิตบำบัดในแต่ละเซสชั่น ยังสามารถเป็นการสะท้อนถึง ‘เส้นทาง’ ของการ Healing จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งของคนคนนั้น จากวันที่เริ่มต้นมาพบนักจิตบำบัดด้วยสภาวะจิตใจแบบหนึ่ง จนถึงวันที่เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่อีกจุดหนึ่งได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การวิเคาะห์ของนักจิตบำบัดจากองค์ประกอบภายนอกอย่างเสื้อผ้าหน้าผม หรือภาพลักษณ์ของเคสนั้นๆ ก็อาจไม่ได้หมายความว่าจะถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์เสมอไป อีกทั้งบางครั้งมันสามารถสร้างความเข้าใจที่ผิดไป คลาดเคลื่อน ไม่ตรงกับความเป็นจริง และกลายเป็นความอึดอัดในความสัมพันธ์ระหว่างคนไข้กับนักจิตบำบัดแทน ถ้าหากว่าเคสนั้นไม่ได้เต็มใจอยากให้ใครมาจับจ้อง ตีความ หรือรู้สึกว่ากำลังถูก ‘ล้ำเส้น’ เข้ามาในขอบเขตบางอย่างอยู่

อ้างอิง

https://www.nytimes.com/2025/02/13/style/therapy-clothes.html

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...