ตลาดออฟฟิศ อัตราพื้นที่ว่างแตะ 27% สูงสุดนับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้ง ปี 40
ตลาดอาคารสำนักงาน (ออฟฟิศ) ในประเทศไทย เคยมีอัตราพื้นที่ว่าง 36% เมื่อปี 2540 ช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่มีหลายธุรกิจเลิกกิจการและการจ้างงานจำนวนมาก
ทว่าในปี 2568 ออฟฟิศไทยส่อแววชะลอตัวอีกครั้ง จากปัญหาซัพพลายล้น และเทรนด์การทำงานที่เปลี่ยนเป็น Work From Anywhere ขยายตัว
อุกฤษฏ์ พรพัฒนไพโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพื้นที่สำนักงานให้เช่า คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า พื้นที่ออฟฟิศเกรด A โซน CBD (ณ ไตรมาส 4/67) มีจำนวน 2.47 ล้าน ตร.ม. เพิ่มขึ้น 5.5% (QoQ) เข้าสู่ภาวะโอเวอร์ซัพพลาย
“ส่งผลให้มีอัตราการพื้นที่ว่างราว ๆ 6.8 แสน ตร.ม. หรือประมาณ 27% สูงสุดในรอบหลายสิบปี จากช่วงปกติมีอัตราว่างเพียง 5-12% และเคยมีอัตราว่างต่ำสุดที่ 3-5% เท่านั้น“
โดยปี 2568 - 2570 ตลาดออฟฟิศจะมีซัพพลายใหม่เพิ่มขึ้น 725,000 ตร.ม. และกว่า 53% กระจุกตัวอยู่พื้นที่ CBD กทม. ปัจจัยเหล่านี้ซ้ำเติมตลาดแย่ลง
อัตราการเช่าพื้นที่ ปี 2568 เหลือเพียง 72.2% จากช่วงก่อนโควิด ปี 2562 อยู่ที่ 77% และเคยสูงสุดช่วงปี 2555 ที่มีการเช่าแตะ 95%
ค่าเช่าออฟฟิศ ปี 2568 เหลือ 950 บาท/ตร.ม./เดือน จากปี 2563 - 2565 เคยทำได้ 1,100 บาท/ตร.ม./เดือน
นับตั้งแต่ช่วงโควิด ปี 2563 บริษัทหรือองค์กรมีเทรนด์การทำงานที่ยืดหยุ่นขึ้น ทั้งการทำงานแบบไฮบริด ตลอดจนทำงานที่ไหนก็ได้ (Work From Anywhere)
ส่งผลให้ดีมานด์การใช้พื้นที่ออฟฟิศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลายบริษัทปรับลดพื้นที่ลงถึง 20-50% อาทิ
ไมโครซอฟต์ จาก 2,000 ตร.ม. เหลือ 1,500 ตร.ม.
IBM จาก 7,500 ตร.ม. เหลือ 3,500 ตร.ม.
Ericsson จาก 3,700 ตร.ม. เหลือ 2,000 ตร.ม.
ท่ามกลางภาวะโอเวอร์ซัพพลาย และการแข่งขันสูง ทำให้เกิดสงครามราคา ระหว่างโครงการใหม่ และโครงการเดิม เพื่อแย่งชิงฐานลูกค้า
โดยพบว่า ออฟฟิศโครงการใหม่ให้ราคาส่วนลด 30% จากช่วงก่อนโควิดแทบไม่เคยมีการให้ส่วนลด หรือให้มากสุดเพียง 10-15% เท่านั้น
ส่วนออฟฟิศอาคารเก่า จะไม่มีการลดราคา แต่จะให้สิทธิพิเศษ ในลักษณะอยู่ฟรี 6-7 เดือน ทำสัญญาขั้นต่ำ 3 ปี
โดย 3 พื้นที่ออฟฟิศที่ต้องเหนื่อยต่อเนื่อง ได้แก่
บางนา มีราคาเช่า 400-500 บาท/ตร.ม./เดือน จากปัญหาซัพพลายทะลัก
รามคำแหง 400-500 บาท/ตร.ม./เดือน โดยได้รับผลกระทบจากการเลื่อนเปิดโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม
พญาไท-วิภาวดี ราคา 600-800 บาท/ตร.ม./เดือน โดยพบว่า หลายพื้นที่อัตราการเช่าอยู่ในระดับต่ำเพียง 30%
การแข่งขันที่ดุเดือดเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โครงการใหญ่ชะลอการเปิดตัวออกไปอย่างไม่มีกำหนด ประมาณ 200,000 ตร.ม. โดยเฉพาะช่วงถนนพระรามสี่ อาทิ The PARQ เฟส 2 ส่วนซัพพลายที่ใหญ่ที่สุดอยู่ในโครงการ ONE BANGKOK ราว 150,000 ตร.ม.
รวมไปถึงมีโครงการใหญ่ที่ชะลอแผนการก่อสร้างจากปัจจัยอื่น ๆ อาทิ Bangkok Mall, Cloud11
ทั้งนี้ คาดว่าตลาดจะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาสู่ภาวะปกติภายในปี 2573 ภายใต้เงื่อนไขการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ไม่มากจนเกินไป