โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สุชาติ ตอบกระทู้ ราคามันสำปะหลังตก พาณิชย์เดินหน้า 4 โครงการช่วยเหลืออยู่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.พ. 2568 เวลา 06.25 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2568 เวลา 06.11 น.

สุชาติ รมช.พาณิชย์ ได้รับมอบตอบกระทู้ พร้อมแจงเดินหน้า 4 โครงการ ช่วยเหลือมันสำปะหลัง “เพิ่ม” มูลค่า “ลด” ต้นทุนการผลิต ย้ำพาณิชย์ลุยตลาดขยายส่งออก เร่งช่วยเกษตรกร

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบกระทู้แทนท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นกระทู้ถามของท่านเศรณี อนิลบล สมาชิกวุฒิสภา เกี่ยวกับประเด็นราคามันสำปะหลัง ว่า “กระผมในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้มาชี้แจงประเด็นต่อท่านสมาชิกวุฒิสภาในวันนี้ ก่อนอื่นขอเรียนท่านว่า ท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ให้ความสำคัญกับพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกพืชทุกชนิด ไม่ใช่แค่มันสำปะหลัง รัฐบาลจึงได้ระดมความคิด และทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อหาแนวทางเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”

“ในประเด็นราคามันสำปะหลัง รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายส่งเสริมการผลิตและจำหน่ายมันสำปะหลังให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังมาโดยตลอด โดยเฉพาะการส่งออก ที่ผ่านมาระหว่างปี 2564-2566 ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังปริมาณ 8-10 ล้านตัน

โดยเป็นตลาดจีนสูงถึง 99% แต่ตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนชะลอตัว จึงมีความต้องการใช้มันสำปะหลังเพื่อผลิตแอลกอฮอล์ลดลง และเปลี่ยนไปใช้ข้าวโพดเพิ่มขึ้น ทำให้การส่งออกมันสำปะหลังไทยลดลงเหลือ 6.46 ล้านตัน และส่งผลให้ราคาแอลกอฮอล์และมันเส้นในตลาดต่างประเทศปรับตัวลดลง โดยราคาหัวมันสดเชื้อแป้ง 25%

คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 เห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคามันสำปะหลัง ปี’67/68 จำนวน 4 โครงการ รวมงบประมาณทั้งสิ้น 368.90 ล้านบาท เพื่อดึงอุปทานในช่วงออกสู่ตลาดมาก สร้างมูลค่าเพิ่มและลดต้นทุนการผลิต ดังนี้

1.ชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการเก็บสต๊อกมันสำปะหลัง วงเงิน 300 ล้านบาท เป้าหมาย 6 ล้านตันหัวมันสด โดยจะชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ 3% ต่อปี ตามระยะเวลาเก็บสต๊อก 60-180 วัน ระยะเวลาเก็บสต๊อก 1 มกราคม-30 พฤศจิกายน 2568 ขณะนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 112 ราย ใน 36 จังหวัดทั่วประเทศ

2.ชดเชยดอกเบี้ยให้สถาบันเกษตรกร รวบรวมมันสำปะหลัง วงเงิน 17.5 ล้านบาท เป้าหมาย 2 แสนตัน ธ.ก.ส. ให้สินเชื่อรับซื้อมันสำปะหลังในอัตราดอกเบี้ย 4.50% ต่อปี (สถาบันเกษตรกร 1% รัฐบาลชดเชยให้ ธ.ก.ส. 3.50%)

3.สนับสนุนการแปรรูปหัวมันสำปะหลังเป็นมันเส้น วงเงิน 10 ล้านบาท โดยสนับสนุนเครื่องสับมันขนาดเล็ก เป้าหมาย 650 เครื่อง เครื่องละไม่เกิน 15,000 บาท ให้กลุ่มเกษตรกรนำไปแปรรูปเป็นมันเส้นได้ด้วยตนเอง และจำหน่ายแก่ผู้ซื้อโดยตรงเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากหัวมันสดเป็นมันเส้น ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น (ราคาหัวมันสด 2.00 บาท/กก. ถ้าแปรรูปเป็นมันเส้น 5.50 บาท/กก.)

4. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกมันสำปะหลัง ปี’67/68 วงเงิน 41.40 ล้านบาท โดย ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อแก่เกษตรกรนำไปใช้เป็นเงินทุนในการพัฒนาการผลิตของเกษตรกร โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนการผลิต เช่น ระบบน้ำหยด วงเงินรายละไม่เกิน 230,000 บาท รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ย 3% เป้าหมาย 3,000 ราย ธ.ก.ส. คิดดอกเบี้ย MRR (6.975%) รัฐบาลชดเชยดอกเบี้ย 3% ต่อปี”

“ในส่วนของการแก้ปัญหาเรื่องการส่งออกมันเส้น กระทรวงพาณิชย์ได้เดินหน้าขยายตลาดส่งออกโดยการลงนาม สัญญาซื้อขาย และทำ MOU ระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้นำเข้าของประเทศจีนแล้ว รวมทั้งสิ้น 980,000 ตัน (คิดเป็นหัวมันสด 2.96 ล้านตัน) มูลค่ารวม 8,803.95 ล้านบาททั้งนี้ ตั้งแต่ลงนาม MOU พบว่า ในช่วงเดือนมกราคม-ปัจจุบัน มีการขออนุญาตส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เฉพาะในส่วนของมันเส้นและมันอัดเม็ดแล้วรวมกว่า 870,000 ตัน

มูลค่ารวมประมาณ 5,333 ล้านบาท และเพิ่มการใช้ภายในประเทศ โดยผลักดันให้ภาคปศุสัตว์และผู้ผลิตอาหารสัตว์ใช้มันเส้นเพิ่มขึ้นแทนการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ พบว่า ผู้ผลิตอาหารสัตว์รายใหญ่ ได้มีการใช้มันเส้นมาผลิตอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น โดยเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2567 ถึง 15% และจะเพิ่มขึ้นอีก 15% ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม 2568 นี้

นอกจากนี้ยังเพิ่มช่องทางการตลาดโดยเปิดจุดรับซื้อเพิ่ม เพื่อกระตุ้นการรับซื้อในประเทศโดยเฉพาะในพื้นที่ที่เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขายผลผลิตในราคาต่ำกว่าพื้นที่อื่น เนื่องจากผลผลิตออกกระจุกตัว และผู้ประกอบการมีไม่เพียงพอรองรับผลผลิต โดยการดึงผู้ผลิตจากนอกพื้นที่เข้ามารับซื้อและรัฐบาลสนับสนุนค่าบริหารจัดการให้ผู้ประกอบการที่เข้าไปรับซื้อไม่เกินตันละ 500 บาท เป้าหมายรวมทั่วประเทศ 2 แสนตัน ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่จะได้รับราคาที่สูงกว่าราคาตลาดทั่วไป

ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2568 ถึงปัจจุบัน ได้เปิดจุดรับซื้อในจังหวัดกาญจนบุรี และนครสวรรค์ โดยมีผู้ประกอบการจากจังหวัดนครราชสีมา และชัยภูมิ โดยมีเกษตรกรมาขายผลผลิตแล้ว 2,222 ราย ผลผลิต 11,989 ตัน และอยู่ระหว่างประสานการเปิดจุดเพิ่มเติมในจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเกษตรกรมีความพึงพอใจมากเนื่องจากขายได้สูงกว่าราคาตลาด ที่เชื้อแป้ง 25% ในราคา 2.05-2.10 บาท/กก. ในขณะที่ราคาตลาดทั่วไป อยู่ที่ราคา 1.60-1.70 บาท/กก.”

“จากการดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์ทั้งการผลักดันส่งออก เพิ่มการใช้ภายในประเทศและเพิ่มการแข่งขันรับซื้อในพื้นที่ที่มีปัญหาทางด้านราคาส่งผลให้ราคาหัวมันสดที่เกษตรกรจำหน่ายได้ไม่ลดต่ำลงไป โดยราคามันเส้นเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ณ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 ราคา 6.10-6.44 บาท/กก. สูงขึ้น จากเดือนธันวาคม 2567 ที่ 5.40-5.60 บาท/กก. (เพิ่มขึ้น 14%) ซึ่งจะส่งผลต่อราคาหัวมันสดที่เกษตรกรจำหน่ายได้มีแนวโน้มที่จะขยับสูงขึ้นในอนาคตรัฐบาลให้ความสำคัญมันสำปะหลังในฐานะพืชเศรษฐกิจของไทย

ทั้งนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ มีกำหนดจัดงานประชุมสัมมนามันสำปะหลังโลก (WTC 2025) ที่กรุงเทพฯ ในเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งจะเป็นเวทีแสดงศักยภาพของไทยในฐานะผู้ส่งออกมันสำปะหลังอันดับ 1 ของโลก และเป็นช่องทางแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ซื้อ-ผู้ขายมันสำปะหลังโดยตรง เพิ่มช่องทางการตลาดแบบเชิงรุก ช่วยลดภาวะการขายตัดราคากันเอง และช่วยผลักดันการส่งออกมันสำปะหลังไทย ไปสู่ตลาดเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ส่งผลดีต่อห่วงโซ่การผลิตและการส่งออกของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยทั้งระบบ” นายสุชาติกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุชาติ ตอบกระทู้ ราคามันสำปะหลังตก พาณิชย์เดินหน้า 4 โครงการช่วยเหลืออยู่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...