อาชีพเชฟ ไม่ได้อยู่แค่ในครัว ต้องปรับตัวตามกระแส ก่อนต่อยอดไปถึงเจ้าของธุรกิจ
อาชีพเชฟ ไม่ได้อยู่แค่ในครัว ต้องปรับตัวตามกระแส ก่อนต่อยอดไปถึงเจ้าของธุรกิจ
ใครที่รักในการทำอาหาร คงคุ้นหูกับคำว่า “เชฟ” หรือที่เราเรียกกันว่า พ่อครัวหรือแม่ครัว ผู้ที่คอยรังสรรค์อาหารหลากรสชาติมาให้กับลูกค้าทุกคน นับว่าเป็นอาชีพที่ขาดหายไปคงไม่ได้ แต่ใครรู้บ้างว่า เชฟ ไม่ได้มีเพียงหน้าที่ในการทำอาหารเท่านั้น แต่ต่อยอดไปได้มากกว่าที่คุณรู้ แล้วงานนี้ทำอะไรได้อีก? เรียนจบหลักสูตรไหน? จบมาทำงานอะไรได้บ้าง?
อั้ม-นางสาวเสาวภาคย์ เพียรภูเขา นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต เล่าให้ฟังว่า เพราะการใช้ชีวิต ต้องมีอาหารเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลัก ทำให้มีโอกาสเรียนรู้และลองทำอาหารทานเองอยู่บ่อยครั้ง จนค้นพบว่าการทำอาหารเป็นเรื่องสนุก จนกลายเป็นความหลงใหลอย่างหลีกหนีไม่ได้ ที่ม.รังสิต เปิดหลักสูตรการสอนระดับปริญญาตรี สาขาวิชาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร ที่พร้อมสอนนักศึกษาให้เรียนรู้มากกว่าการเป็นเชฟ ทำให้เลือกเข้าศึกษาในสาขานี้ ที่ ว.การท่องเที่ยวฯ ม.รังสิต
“นอกจากการทำอาหาร เราชอบถ่ายรูปอาหารทุกครั้งเวลาทานที่ร้านต่างๆ เพราะรู้สึกว่าการจัดจานเป็นเหมือนศิลปะที่ทานได้ สามารถเพิ่มมูลค่าให้อาหารได้ด้วย ความสนใจนี้ทำให้อยากเรียนรู้วิธีการจัดจานในแต่ละแบบด้วยว่า ควรจัดอย่างไรให้สวยงาม และตั้งใจจะนำความรู้ที่ได้เรียน มาใช้เพิ่มมูลค่าให้อาหารของตัวเองในอนาคต”
อั้ม รีวิวให้ฟังว่า สาขาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร ม.รังสิต หรือเรียกสั้นๆ ว่า RSU Chef School มุ่งสอนให้นักศึกษาเรียนรู้ในทุกกระบวนการทำอาหาร เป็นการสอนแบบ Innovative Chef ที่ช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหาอย่างยืดหยุ่น และการพัฒนาทักษะที่สามารถปรับตัวตามสถานการณ์ใหม่ๆ ได้ เหมาะกับอาชีพเชฟที่ต้องปรับตัวตามแนวโน้มกระแสอาหารที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
เพราะฉะนั้น ที่ม.รังสิต ไม่ได้สอนให้เรียนรู้เพียงเทคนิคการทำอาหาร แต่ครอบคลุมไปถึงการคัดสรรวัตถุดิบ นอกจากจะเป็นวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ต้องคำนึงถึงราคาที่สอดคล้องต่อการจัดจำหน่าย ตลอดจนการพัฒนาทักษะการบริหารจัดการในด้านการบริหารธุรกิจอาหารด้วย อั้ม บอกว่าตัวเธอเองคงต้องมองภาพของการเป็นเชฟให้กว้างมากขึ้น อาชีพเชฟไม่ได้อยู่เพียงในครัวแต่ต่อยอดไปถึงการเป็นเจ้าของธุรกิจ
อั้ม รีวิวเพิ่มเติมว่า ในช่วงปี 1 จะได้เรียนปรับพื้นฐานเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ครัว การจับอุปกรณ์ให้ถนัดมือ และเทคนิคพื้นฐาน เช่น การหั่นผัก การต้มไข่ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงาน ปีที่ 2 และ 3 จะเริ่มเรียนรู้การทำอาหารในสัญชาติที่ต่างกันออกไปและเลือกเอกเฉพาะที่ตนเองต้องการ ที่ RSU Chef School มีอุปกรณ์ที่ครบครัน และห้องครัวที่ทันสมัย
รวมไปถึงห้องเบเกอรี่ของหวาน นับว่าเป็นหลักสูตรที่ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเทคนิคขั้นสูง ทำให้สามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะได้อย่างครบถ้วน เสริมสร้างศักยภาพให้นักศึกษาพร้อมสู่การเป็นเชฟมืออาชีพ
“รู้สึกตื่นเต้นและสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ถึงตอนนี้ก็อยู่ชั้นปีที่ 3 แล้ว มีโอกาสได้เลือกเรียนในเอกอาหารตะวันตก ศึกษาการทำอาหารอเมริกัน อิตาลี และเทคนิคการชิมไวน์ ซึ่งมีเชฟผู้เชี่ยวชาญมาสอนโดยตรง อั้มมีความสุขที่ได้แบ่งปันรสชาติอาหารที่ทำให้กับคนรอบข้าง อยากให้ได้ลองชิมและรู้สึกชื่นชอบอาหารที่เราทำ การได้รับคำชมจากผู้ที่ได้ชิม เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีแรงบันดาลใจในการพัฒนาทักษะการทำอาหารต่อไป”
หากเรียนจบในหลักสูตรศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลาย อาทิ ผู้ประกอบอาชีพเชฟ ผู้ประกอบอาชีพด้านการโรงแรม ผู้ประกอบธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่ม ผู้ประกอบธุรกิจงานด้านการจัดกิจกรรมพิเศษ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความสะดวกสบายในการจัดเลี้ยง นักพัฒนาอาหารและผลิตภัณฑ์ เป็นต้น
เป็นอีกหลักสูตรที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับน้องๆ ที่ชื่นชอบในการทำอาหาร ทั้งคาวและหวาน อยากเรียนรู้การปรุงอาหาร การจัดจาน รวมถึงการบริหารจัดการในธุรกิจร้านอาหาร ต้องสาขาวิชาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต สามารถสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรได้ที่เพจ facebook : RSU Chef School
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อาชีพเชฟ ไม่ได้อยู่แค่ในครัว ต้องปรับตัวตามกระแส ก่อนต่อยอดไปถึงเจ้าของธุรกิจ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.sentangsedtee.com