โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

พ่อแม่ร่ำไห้รอคอยลูกสาวอย่างมีความหวัง หลังสูญหายจากเหตุ ตึก สตง.ถล่ม

สยามนิวส์

อัพเดต 30 มี.ค. 2568 เวลา 11.29 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2568 เวลา 09.15 น. • สยามนิวส์
พ่อแม่ร่ำไห้รอคอยลูกสาวอย่างมีความหวัง หลังสูญหายจากเหตุ ตึก สตง.ถล่ม

วันที่ 30 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 40 หมู่ 7 บ้านแสงสุวรรณ ตำบลสามัคคี อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นบ้านของ นางสาวอาทิตยา ยืนยาว หรือ น้องเนย อายุ 23 ปี ผู้สูญหายจากเหตุการณ์ตึกถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยที่บ้านมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านจำนวนหนึ่งเข้าไปให้กำลังใจกับ นายมะลิ ยืนยาว อายุ 59 ปี และนางดาระณี ประทุมวัน อายุ 53 ปี พ่อแม่ของน้องเนยพร้อมได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและติดตามความคืบหน้าในการค้นหาน้องเนย โดยพ่อแม่ของน้องเนยยังอยู่ในอาการโศกเศร้าและรอข่าวดีจากการค้นหาติดตามหาน้องเนยจากซากตึกที่พังถล่ม ซึ่งมีการโทรศัพท์ติดต่อสอบถามกับญาติที่ทำงานอยู่ที่เดียวกันกับน้องเนยและรอดชีวิตจากเหตุการณ์ตึกถล่มมาได้อย่างหวุดหวิดที่ได้เฝ้าติดตามการค้นหาน้องเนยอยู่ตรงจุดเกิดเหตุตลอดเวลาแต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับรายงานว่าน้องเนยอยู่ตรงไหนและสภาพเป็นอย่างไรบ้าง

ขณะเดียวกัน นายสมชัย บูรณะ ปลัดจังหวัดยโสธร ได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวและญาติของน้องเนยที่บ้านพักด้วยพร้อมกับได้มอบวัตถุมงคลและภาพถ่ายของพระราชวชิรมงคลญาณ หรือ หลวงปู่ประสาร สุมโน เกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดยโสธร เพื่อขอให้น้องเนยปลอดภัยและรับปากว่าขณะนี้ทางจังหวัดยโสธรและส่วนราชการกำลังประสานขอความช่วยเหลือให้เร่งหาน้องเนยให้พบโดยเร็วและเตรียมให้การช่วยเหลือครอบครัวอย่างเต็มที่

นางดาระณี ประทุมวัน เล่าว่า ตนมีลูก 2 คน ซึ่งน้องเนยเป็นลูกสาวคนสุดท้องหลังเรียนจบระดับ ปวช.จึงอยากจะไปทำงานหาเงินมาจุลเจือครอบครัวโดยน้องเนยบอกว่าจะเป็นงานอะไรก็ทำได้ไม่เลือกงานอยู่แล้วตนจึงได้โทรศัพท์สอบถามไปหาญาติที่ทำงานก่อสร้างอยู่ในกรุงเทพฯเพื่อหางานให้ญาติจึงแจ้งว่าที่บริษัทฯรับพนักงานพอดีซึ่งเป็นพนักงานสโตรฯน้องเนยจึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2568 และไปทำงานอยู่ในไซต์งานก่อสร้างตึกโดยพึ่งจะย้ายเข้ามาทำในตึกของ สตง.ที่พังถล่มได้เพียง 3 วัน เท่านั้นในแผนกสโตรฯคอยจ่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าให้กับช่างไฟฟ้าที่ทำงานภายในตึกดังกล่าว แต่ก่อนที่น้องเนยจะเดินทางไปกรุงเทพฯตนรู้สึกผิดสังเกตุว่าน้องเนยไม่ได้เอาเสื้อผ้าไปเยอะนักบอกว่าจะไปหาเอาใหม่ เครื่องสำอางค์ก็ไม่เอาไปและที่สำคัญกระปุกออมสินของน้องเนยที่วางอยู่หัวที่นอนที่เก็บสะสมเงินเหรียญเอาไว้น้องเนยก็เอามาให้ตนบอกว่าเก็บเอาไว้ไปทำบุญนะจากนั้นก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯทันที จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

ก่อนเกิดเหตุในช่วงเที่ยงน้องเนยยังโทรศัพท์มาหาพ่อกับแม่ว่าอยู่ระหว่างพักเที่ยงและกำลังรับประทานอาหารอยู่ที่ชั้น 7 ซึ่งเป็นแผนกสโตรฯ แล้วก็วางสายไป จนกระทั่งตนมาทราบข่าวว่าตึกที่น้องทำงานอยู่ได้ถล่มลงมา จึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามญาติที่ทำงานด้วยกันจึงทราบว่าช่วงเกิดเหตุในระหว่างที่ตัวตึกสั่นขณะนั้นพากันทำงานอยู่ชั้น 7 อยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 คน จึงได้พากันวิ่งหนีลงมาถึงชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นลานจอดรถ เพื่อนๆรวมทั้งญาติที่ไปด้วยกันได้พากันวิ่งข้ามไปยังลานจอดรถได้ทันเวลาพอดีแต่น้องเนยกับเพื่อนอีก 3 คน ที่วิ่งตามหลังกันมาในระหว่างที่กำลังก้าวขาข้ามไปยังลานจอดรถแผ่นพื้นของตึกได้ทรุดตัวลงไปอย่างรวดเร็วและมีแผ่นพื้นจากชั้นอื่นที่อยู่สูงขึ้นไปพังถล่มทับลงมาอย่างแรงจนทำให้ตัวน้องเนยและเพื่อนรวม 3 คน ร่วงตามไปด้วยโดยไม่รู้ชะตากรรมก่อนที่เพื่อนที่รอดชีวิตพากันวิ่งหนีตายออกจากตัวตึกมาได้ ซึ่งตนก็ยังมีความหวังว่าน้องเนยจะปลอดภัยและรอปาฏิหาริย์พร้อมกับภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องคุ้มครองน้องเนยให้ปลอดภัยด้วยและอย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะพบน้องเนยในสภาพไหนก็ตามก็ก็ยังรักและรอคอยการกลับมาของน้อยเนยในทุกสภาพ

ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จ. ยโสธร รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...