โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผวาแก๊งลักเด็กอาละวาด ป.4 เล่าหนีระทึก ซ่อนตัว3ไอ้โม่งขับกระบะ สพป.เขต 2 ร่อนหนังสือด่วนแจ้งเตือนภัย

Khaosod

อัพเดต 20 ก.พ. 2568 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2568 เวลา 13.19 น.

ผวาแก๊งลักเด็กอาละวาด ป.4 เล่าหนีระทึก ซ่อนตัว3ไอ้โม่งขับกระบะ สพป.เขต 2 ร่อนหนังสือด่วนแจ้งเตือนภัย ยายเผยคนร้ายใช้ขนมมาล่อเด็ก

วันที่ 19 ก.พ.2568 จากกรณีมีเหตุการณ์แก๊งลักเด็ก ใช้รถกระบะขับมาจอดหน้ารั้วโรงเรียนบ้านพะทาย ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พบชายต้องสงสัย 3 คนมาเรียกนักเรียนให้ไปรับขนมหวานและน้ำหวาน ซึ่งไม่ใช่ผู้ปกครองของนักเรียน หวั่นเกรงว่าจะเป็นคนร้ายแก๊งลักเด็ก สร้างความหวาดผวาให้กับผู้ปกครองและครูในพื้นที่ จนมีกระแสข่าวสะพัดในโลกออนไลน์

ด.ช.น้อย (นามสมมติ) อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านพะทาย เล่าว่า ขณะเกิดเหตุเวลา 12.00 น. วันที่ 17 ก.พ.2568 (วานนี้) ขณะขับรถจักรยานไฟฟ้าออกจากโรงเรียนเพื่อมากินข้าวเที่ยงที่บ้านพัก บ.โนนสวรรค์ ต.พะทาย อ.ท่าอุเทน ห่างจากสวนยางพาราฯและโรงเรียนราว 1 กิโลเมตรเศษ พบชาย 3 คนขับรถยนต์กระบะสีขาว มาจอดขณะจะไปสวนยางฯของผู้เป็นยาย แต่ไม่พบยาย อยู่คนเดียวจึงหวาดกลัว

ผวาแก๊งลักเด็กอาละวาด ป.4 เล่าหนีระทึก ซ่อนตัว3ไอ้โม่งขับกระบะ สพป.เขต 2 ร่อนหนังสือด่วนแจ้งเตือนภัย

ผวาแก๊งลักเด็กอาละวาด ป.4 เล่าหนีระทึก ซ่อนตัว3ไอ้โม่งขับกระบะ สพป.เขต 2 ร่อนหนังสือด่วนแจ้งเตือนภัย

ด.ช.น้อย กล่าวต่อว่า หลังไม่พบยาย ขณะจะไปซื้อกับข้าวมากินเที่ยง ต่อมาคนร้าย 3 คนสวมหมวกไอ้โม่งคล้ายคนกรีดยางไม่ใช่คนแถวนี้เดินลงจากรถ จึงหวาดกลัวรีบวิ่งไปหลบบนบ้านชั้น 2 ตามลำพัง หลบอยู่ราว 30 นาที คนร้าย 3 คนเฝ้าซุ่มหน้าบ้านราว 10 นาที ก่อนรีบขับรถหนีไป จึงโทรศัพท์ตามแม่อีก 20 นาที ก่อนที่แม่จะมารับตัวไป รุ่งเช้าจึงไปโรงเรียนตามปกติ ก่อนมีข่าวแพร่สะพัดออกไป

ขณะที่นางแจ่มจันทร์ อายุ 49 ปี ผู้เป็นยาย ด.ช.น้อย กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนไปทำรั้วบ้านเพื่อน หลานเล่าว่าขับขี่รถจักรยานไฟฟ้าปากทาง พบรถกระบะคนร้ายขับมาจากฝั่ง บ.ท่าหนามแก้ว เห็นรถเด็กจึงวกรถกระบะกลับ ก่อนขับตามหลานไป ขณะคนร้ายกลับรถกระบะได้ลื่นไถลตกคันดินที่วางท่อริมถนน รถคนร้ายจึงเสียเวลาไล่ตามหลานไม่ทัน หลานขับรถผ่านร้านค้าในหมู่บ้าน

หลานจึงแวะหลบที่ลานยางพาราฯใกล้กัน ขณะเลี้ยวรถกลับคนร้ายขับตามอีก จึงเร่งเครื่องเลี้ยวเข้าบ้านไปหลบปิดประตูหนีขึ้นหลบบนบ้าน คนร้ายก็ยังเฝ้าวนเวียนหน้าบ้าน หลานจึงมองลอดผ่านช่องพบคนร้าย 3 คนตระเวนไปค้นหาเรียกหลานว่า “หนูๆมารับขนม” หลานจึงรีบโทรศัพท์บอกแม่ว่ามีคนร้ายขับรถกระบะไล่ตาม คนร้ายหนีไปแม่จึงมารับเอา คาดว่าจะเป็นแก๊งลักเด็ก ส่วนจะลักเด็กไปเพื่อเจาะเอาดวงตาตามที่เป็นกระแสข่าวหรือไม่ ก็ยังหวาดกลัวแทนหลาน

ล่าสุด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม(สพป.) เขต 2 อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ประกาศออกหนังสือด่วนที่สุด ที่ ศธ 04061476 เรื่องแจ้งเตือนการเฝ้าระวังเหตุการณ์คนแปลกหน้าต้องสงสัยจะหลอกลวงเด็กนักเรียน พร้อมเรียนผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดทุกแห่ง เนื้อหาระบุว่า ด้วยสำนักงาน สพป. เขต 2 ได้รับแจ้งจากโรงเรียนในสังกัด เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ก.พ.2568 เวลาประมาณ 12.20 น. ซึ่งในขณะนั้นมีนักเรียนเล่นอยู่บริเวณสนามกีฬาในโรงเรียน

และมีคุณครูคอยดูแลอยู่ คุณครูสังเกตเห็นรถกระบะคันหนึ่งสีบรอนซ์ทอง มาจอดบริเวณด้านหน้ารั้วโรงเรียนและมีคนสวมหมวกแก๊ปมาเรียกนักเรียนให้เข้าไปรับขนมและน้ำหวาน คุณครูสังเกตว่าไม่ใช่ผู้ปกครองของนักเรียน จึงได้เรียกให้กลับเข้ามาในห้องเรียน และสอบถามพบว่าไม่ใช่ญาติ รถคันดังกล่าวก็รีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว

ในการนี้ สำนักงาน สพป. เขต 2 จึงเน้นย้ำ และกำชับโรงเรียนในสังกัดทุกแห่ง ดำเนินการเฝ้าระวังเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัย ดังนี้คือ 1.ประสานผู้นำชุมชน ประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักให้แก่ผู้ปกครองและนักเรียนให้ระมัดระวังคนแปลกหน้า

2.ผู้บริหารโรงเรียนและครู ดูแลนักเรียนอย่างเข้มงวด สร้างความรู้ในการป้องกันตนเอง 3.แจ้งผู้ปกครองนักเรียน ให้ระมัดระวังเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัย ที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักเรียน 4.หากเกิดเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัย ให้รายงานสำนักงานเขต สพป.นครพนม เขต 1 ทันที ผ่านไลน์กลุ่มศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สพป.นครพนม เขต 2

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผวาแก๊งลักเด็กอาละวาด ป.4 เล่าหนีระทึก ซ่อนตัว3ไอ้โม่งขับกระบะ สพป.เขต 2 ร่อนหนังสือด่วนแจ้งเตือนภัย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...