‘วิโรจน์’ แฉ 3 ปมสำคัญทางวิศวกรรม ตึกสตง. ถล่ม จี้ตรวจสอบ ‘คุณภาพคอนกรีต’
The Bangkok Insight
อัพเดต 20 เม.ย. 2568 เวลา 11.25 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2568 เวลา 11.25 น. • The Bangkok Insight"วิโรจน์" เดินหน้าหาสาเหตุ ตึกสตง. ถล่ม ลั่นต้องตรวจสอบ 3 ปมสำคัญ โดยเฉพาะคุณภาพคอนกรีต ที่ยังไม่ถูกพูดถึงมากนัก
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะทำงานช่วยเหตุภัยพิบัติพรรคประชาชน โพสต์เพจเฟซบุ๊ก เกาะติดหาสาเหตุตึกสตง. ถล่ม โดยระบุว่า
3 ปมสำคัญทางวิศวกรรม กรณีอาคาร สตง. ถล่ม และปมใหม่ในเรื่องคุณภาพคอนกรีต ที่ต้องเร่งเก็บตัวอย่างมาตรวจพิสูจน์ ก่อนที่หลักฐานจะถูกทำลาย
เมื่อวานนี้ (19 เม.ย.68) ผม คุณสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ และคุณวรภพ วิริยะโรจน์ ได้มีโอกาสประชุมหารือกับวิศวกรผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์การวิบัติของอาคาร (Building Failure Analyst) เพื่อสรุปประเด็นสำคัญในการตรวจสอบการพังถล่มของอาคาร สตง. ซึ่งปัจจุบันมีหลายปมประเด็นให้พิจารณา ทั้งในเรื่องคุณภาพของเหล็กข้ออ้อย วิธีการต่อเหล็กข้ออ้อย การออกแบบอาคาร การแก้ไขแบบ และล่าสุดที่ต้องสงสัยอย่างมาก ก็คือ คุณภาพคอนกรีต
จากการหารือกับวิศวกรผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์การวิบัติของอาคาร ได้ข้อสรุปในเบื้องต้น เชื่อว่า การที่อาคาร สตง. พังถล่มลงมาแบบแพนเค้ก (Pancake Collapse) สาเหตุหลักน่าจะมาจาก คุณภาพของงานโครงสร้างอาคาร
เพราะหากเป็นปัญหามาจากองค์ประกอบอื่น ๆ อาคารจะไม่พังครืนลงมาทันทีทันใดแบบนี้ ด้วยค่าปัจจัยความปลอดภัย หรือ Safety Factor ที่เผื่อเอาไว้ในการออกแบบ มักจะทำให้อาคารทรุดตัว หรือเอียง โดยที่ยังมีเวลาในการตัดสินใจดำเนินการทางด้านวิศวกรรม
ดังนั้น สาเหตุหลักของการวิบัติของอาคาร สตง. ที่จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียด น่าจะมีอยู่ทั้งสิ้น 3 ปม ด้วยกัน คือ
1. การออกแบบอาคาร คือโดยปกติแล้ว การออกแบบอาคาร จะต้องมีการใส่ค่าปัจจัยความปลอดภัย (Safety Factor) เอาไว้ พูดง่าย ๆ ก็คือ ออกแบบเผื่อเอาไว้นั่นเอง ในกรณีนี้ก็ต้องมาพิจารณาแบบของอาคาร สตง. ที่ออกแบบโดย บริษัท ฟอ-รัม อาร์คิเทค จำกัด และบริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด ว่ามีการออกแบบที่มีการใส่ค่าปัจจัยความปลอดภัยไว้มาน้อยอย่างไร มีความแตกต่างจากแบบของอาคารอื่น ที่ออกแบบโดยบริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด หรือไม่
ถ้าพบว่ามีการเผื่อค่า Safety Factor เอาไว้ต่ำกว่าแบบของอาคารอื่นๆ ที่บริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด ก็ต้องเจาะหาคำตอบต่อไปว่า อะไรเป็นตัวการที่บีบให้ผู้ออกแบบต้องเผื่อค่า Safety Factor ให้ต่ำลง หรือต้องออกแบบเพื่อจำกัดต้นทุนของานโครงสร้างอาคารขนาดนั้น เป็นเพราะว่า มีการล็อคสเปควัสดุอุปกรณ์ และงานสถาปัตยกรรมต่าง ๆ เอาไว้แล้วใช่หรือไม่ จนเหลือวงเงินงบประมาณสำหรับงานโครงสร้างที่จำกัดมาก ๆ เพื่อคุมวงเงินงบประมาณทั้งหมดไม่ให้เกิน 2,560 ล้านบาท
2. การแก้ไขแบบในภายหลัง จะต้องตั้งคำถามว่า วิศวกรคนใดของกิจการร่วมค้า PKW (บริษัท พี เอ็น ซิงโครไนซ์ จำกัด บริษัท ว. และสหาย คอนซัลเตนตส์ และบริษัท เค พี คอนซัลแทนส์ จำกัด) เป็นผู้เสนอให้มีการแก้ไขแบบที่เกี่ยวพันกับโครงสร้างอาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขแบบให้ปรับลดความหนาของผนังลิฟต์ SW5 และ SW6 เฉพาะด้านทางเดิน 2 จากเดิม 30 ซม.เป็น 25 ซม.
โดยปกติแล้ว การแก้ไขแบบที่เกิดจากข้อจำกัดหน้างาน จะแก้ไขนส่วนของงานสถาปัตยกรรม โดยหลีกเลี่ยงการแก้ไขแบบที่งานโครงสร้าง ซึ่งเกี่ยวพันกับความแข็งแรงของอาคารโดยตรง และการที่คุณสมเกียรติ ชูแสงสุข วิศวกรที่เป็นผู้เซ็นแก้ไขแบบ แจ้งว่า ตนไม่ได้เป็นผู้เซ็นแบบ
ดังนั้น จึงต้องมีการตรวจสอบโดยละเอียดว่า เหตุใดเมื่อมีการแก้ไขแบบที่งานโครงสร้าง จึงไม่ส่งให้ผู้ออกแบบเป็นคนทานสอบ และลงนาม ตกลงแล้วใครเป็นคนเซ็นแก้ไขแบบ เหตุผลในการแก้ไขแบบ คืออะไร ทำไมไม่ไปแก้ไขที่งานสถาปัตยกรรม มาแก้ที่งานโครงสร้างทำไม หรือเป็นเพราะว่า มีการล็อคสเปควัสดุอุปกรณ์ในงานสถาปัตยกรรมไว้แล้ว จึงต้องมาแก้แบบที่โครงสร้างอาคาร แล้วทำไมคุณสมเกียรติ ชูแสงสุข ที่อ้างว่าถูกปลอมลายเซ็น จึงไม่ฟ้องร้องดำเนินคดีกับกิจการร่วมค้า PKW
3. คุณภาพคอนกรีต ที่ใช้งานโครงสร้างอาคาร สตง. ถือเป็นปมประเด็นสำคัญ ที่ยังไม่ถูกพูดถึงมากนัก เบื้องต้นจากลักษณะทางกายภาพของเศษซากอาคาร สตง. พบว่า เนื้อคอนกรีตมีความเป็นฝุ่น สีซีดจาง และมีรูพรุนในคอนกรีต จึงมีข้อสงสัยทางวิศวกรรมว่า ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กรับแรงเฉือน หรือ Shear Wall และเสาของอาคาร นั้นมีค่ากำลังอัดคอนกรีต เป็นไปตามสเปค หรือไม่
ซึ่งจำเป็นต้องมีการเก็บตัวอย่างของผนัง Shear Wall และเสา จากเศษซากอาคาร สตง. มาตรวจพิสูจน์ เพื่อหาค่ากำลังอัดคอนกรีตว่าเป็นไปตามมาตรฐาน หรือไม่ โดยสเปคถูกกำหนดเอาไว้ที่ 350-500 ksc. (ค่ามาตรฐานของพื้นคอนกรีตอัดแรงภายหลัง (Post-Tension) อยู่ที่ 350 ksc. ผนัง Shear Wall และเสา อยู่ที่ 500 ksc. ฐานรากหรือ Footing อยู่ที่ 280 ksc.) ซึ่งโดยมาตรฐานการตรวจสอบ ค่าเฉลี่ยของค่ากำลังอัดคอนกรีตจากกลุ่มตัวอย่าง จะต้องไม่ต่ำกว่า 85% และค่าที่ต่ำที่สุดจะต้องไม่ต่ำกว่า 75%
โดยในกรณีนี้ ควรจะมีการส่งตัวอย่างไปตรวจสอบอย่างละเอียดด้วยวิธี Petrographic ร่วมด้วย โดยอาจพิจารณาส่งตรวจสอบไปที่ห้องปฏิบัติการต่างประเทศ เพื่อให้ผลการตรวจสอบมีความน่าเชื่อถือในระดับที่สูง
ในกรณีที่พบว่า ค่ากำลังอัดคอนกรีตต่ำกว่าสเปค ก็ต้องตรวจสอบต่อว่า มีการเติมน้ำลงในคอนกรีต หรือไม่ เพราะการเทเสาต้นเล็ก และผนัง Shear Wall ที่แคบ อันเนื่องมาจากการแก้ไขแบบให้ลดความกว้างของผนัง Shear Wall ลงจาก 30 ซม. เป็น 25 ซม. ทำให้การเทคอนกรีตทำได้ยาก การเติมน้ำเข้าไปจะทำให้คอนกรีตเหลวขึ้น เทได้ง่ายขึ้น แต่ต้องแลกด้วยค่ากำลังอัดคอนกรีตที่ลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความแข็งแรงของอาคารโดยตรง
ในการตรวจสอบอาจจะต้องตรวจสอบใบส่งปูน เพื่อดูการบันทึกว่ามีการสั่งให้เติมน้ำที่หน้างานหรือไม่ รวมทั้งอาจจะต้องดูข้อมูล GPS ของรถปูน ว่าแวะจอดที่ไซต์ก่อสร้างนานเพียงใด ก็จะสามารถสรุปได้ว่ามีการเติมน้ำในคอนกรีต หรือไม่ อย่างไร
3 ปมประเด็นนี้ เป็นปมที่เกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของอาคารโดยตรง ซึ่งจำเป็นต้องเร่งจัดเก็บตัวอย่าง จากเศษซากอาคาร สตง. หากปล่อยให้การรื้อถอนดำเนินการจนแล้วเสร็จ หลักฐานต่างๆ จะถูกทำลายจนหมด จนไม่สามารถตรวจสอบ เพื่อเอาผิดกับตัวการสำคัญได้
สำหรับประเด็นในเรื่องคุณภาพเหล็ก มาตรฐานเหล็ก และคุณภาพของการเชื่อมต่อเหล็ก การลักลอบเข้ามาทำงานของวิศวกรจีน หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นต่างๆ ก็ถือว่าเป็นประเด็นประกอบ ที่ต้องตรวจสอบคู่ขนานกันไป
ผมยืนยันว่า การวิบัติของอาคาร สตง. นั้นเกิดขึ้นจากความล้มเหลว และการทุจริตคอร์รัปชั่น จากหลายองค์ประกอบด้วยกัน ประหนึ่งมีโจรหลายคนร่วมกันปล้น ดังนั้นการสืบสวน สอบสวน จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อให้จับโจรทั้งขบวนการได้ทุกคน ไม่อย่างนั้นจะจับได้แต่สมุนโจร โดยที่หัวหน้าโจรจะสามารถหลบหนีลอยนวลไปได้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘วิโรจน์’ เดินหน้ารื้อเอกสารตึก สตง. ขอเวลา 2-3 วัน
- จ่อยกเลิกสัญญา สร้างเทอร์มินัลใหม่ 'สนามบินนราธิวาส' ล่าช้า เผยเป็นผู้รับเหมารายเดียวกับ ตึกสตง.ถล่ม
- 'อุ๊งอิ๊ง' เข้าเยี่ยมญาติผู้ประสบภัยตึกสตง.ถล่ม บอกเรายังคงมีความหวัง
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์ : https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg