โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จัก ลัทธิโยเร ที่เชื่อว่ามีการปล่อยแสงทิพย์ รักษาโรคภัยได้

tvpoolonline.com

อัพเดต 03 ม.ค. 2567 เวลา 14.25 น. • เผยแพร่ 03 ม.ค. 2567 เวลา 07.25 น. • TV Pool

หลายคนสงสัยหลังมีชื่อ ลัทธิโยเร โผล่ขึ้นมาจากเหตุการณ์ สัตวแพทย์หญิงเมืองบ้านฉาง ซดไซยาไนด์ฆ่าตัวตายพร้อมลูกสาววัย 12 ปีและนกเลี้ยงอีก 2 ตัวเหตุเกิดภายในห้องนอนบ้านพักชั้นเดียวซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านเนินกระปรอก ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยผู้ตายได้ทิ้งจดหมายระบุให้นำร่างตัวเองและลูกกับนกใส่โลงเดียวกัน และทำการเผาทันที ซึ่งสามีที่เลิกรากันมานานเชื่อว่าเป็นเพราะภรรยาป่วยซึมเศร้าก่อนเข้าร่วมเป็นผู้นับถือลัทธิโยเร

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 3 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ลัทธิโยเร” นั้น มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “เซไกคีวเซ” เป็นหนึ่งในศาสนาใหม่ของญี่ปุ่น ซึ่งเกิดขึ้นจากการผสานความเชื่อของลัทธิชินโต ศาสนาพุทธนิกายมหายาน และหลักจริยธรรมสากล ก่อตั้งโดย นายโมกิจิ โอกาดะ เมื่อ พ.ศ. 2478 มีความเชื่อเรื่องการส่งพลังแสง เรียกว่า แสงทิพย์ ผ่านฝ่ามือสู่ร่างกายเพื่อจุดประสงค์ในการรักษา ตามกระบวนการที่เรียกว่า “โยเร” และยังมีแนวปฏิบัติอื่นโดยเฉพาะเรื่องความงามและศิลปะจากธรรมชาติ เช่น เกษตรกรรมธรรมชาติ และการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่น

โดย นายโมกิจิ โอกาดะ ผู้ก่อตั้งอ้างตัวว่าได้รับวิวรณ์จากพระเป็นเจ้า มอบอำนาจให้เขาใช้พลังของพระเป็นเจ้าด้วยการใช้แสงสำหรับการรักษา เพื่อขจัดความเจ็บป่วย ความยากจน ความขัดแย้ง และชำระอาณาจักรแห่งจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์ เขาจึงรับหน้าที่เป็นศาสนทูตคอยเผยแผ่ศาสนาของตนเองแก่ผู้คน โดยสาวกจะเรียกเขาว่า “เมชูซามะ” หรือเอกสารไทยเรียก “เมซึซามะ” ศาสนิกชนจะสวมจี้ โอฮิการิ ซึ่งในไทยจะเรียกว่า เหรียญโยเร ซึ่งมีลักษณะเป็นสัญลักษณ์ของลัทธิเปล่งรัศมี การรับเหรียญดังกล่าวจะเรียกว่า การรับพระ ซึ่งต้องใช้เงินซื้อมา และต้องอบรมศาสนาราว 2-3 วัน จึงจะเข้าเป็นศาสนิกโดยสมบูรณ์

จากข้อมูลของวิกิพีเดีย ระบุ “ลัทธิโยเร” เข้าสู่ประเทศไทยใน พ.ศ.2511 โดย “คาซูโอะ วากูกามิ” ศาสนาจารย์คณะผู้เผยแผ่มาตั้งรกรากในประเทศไทย โดยเริ่มการเผยแผ่คำสอนด้วยการแปลเอกสารทางศาสนา และก่อตั้งโรงเรียนเกษตรกรรมในประเทศไทย จึงได้ทำการจดทะเบียนโดยใช้ชื่อว่า “มูลนิธิบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ด้วยกิจกรรมทางศาสนา” เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2513 มีสำนักงานใหญ่แห่งแรกอยู่ที่ถนนสุรวงศ์ กรุงเทพมหานคร ขณะนั้นมีศาสนิกชนอยู่ทั้งหมด 40 คน

ซึ่งต่อมาใน พ.ศ. 2519 กรมการศาสนารับรองให้มูลนิธิบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ด้วยกิจกรรมทางศาสนา เป็นองค์กรศาสนาย่อยของศาสนาพุทธนิกายมหายาน ลัทธิเซไกคีวเซ หรือ ลัทธิโยเร เริ่มวางนโยบายเผยแผ่ศาสนาแก่ลูกหล่านเกษตรกรในอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยในช่วง พ.ศ. 2521–2524 มีศาสนิกชนเพิ่มขึ้นเท่าตัว มีการสร้างสถานปฏิบัติธรรมหรือโบสถ์ของลัทธิในจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง สุโขทัย สระบุรี และย้ายสำนักงานใหญ่ไปที่ซอยสีฟ้า ถนนพหลโยธิน กรุงเทพมหานคร

กระทั่ง พ.ศ. 2527 ได้ทำการเพิกถอนสถานะการเป็นนิกายของศาสนาพุทธนิกายมหายานลง จึงถูกลดสถานะกลับเป็นมูลนิธิบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ด้วยกิจกรรมทางศาสนาตามเดิม พวกเขามีกิจกรรมสนับสนุนทุนการศึกษาศาสนาพุทธแก่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นประจำทุกปี และการต่อต้านยาเสพติด รวมทั้งปรับปรุงวิธีการเผยแผ่ศาสนาด้วยการสนับสนุนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และวัฒนธรรมไทย

ผู้ที่จะเข้าลัทธิเซไกคีวเซจะต้องรับจี้ โอฮิการิ หรือที่เข้าเรียกว่า การรับพระ ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ต้องคอยปฏิบัติศาสนกิจเรียกว่า กิจกรรมพระ (หมายถึงพระศรีอริยเมตไตรย) ได้แก่ การซัมไป (สักการะ) การโยเร และ การโฮชิ (บำเพ็ญประโยชน์) รวมทั้งต้องเผยแผ่ศาสนาเพื่อเพิ่มจำนวนศาสนิกชนให้มากขึ้น มีคำสอนสำคัญแก่สมาชิกคือ ความสุภาพอ่อนโยน ความสงบเสงี่ยม และความสะอาด ที่สำคัญที่สุดคือการทำโยเร หลังการรับพระพวกเขาจะบูชาเหรียญพระโยเร

โดยกล่าวคาถาบูชาว่า “ขออำนาจพระศรีรัตนตรัยและท่านเมซึซามะ ขอให้คนข้างหน้าจงมีความสุข” หรือบ้างก็กล่าวว่า “ขออำนาจบารมี คุณพระศรีอริยเมตไตรย และท่านเมซึซามะ โปรดประทานแสงทิพย์ เพื่อชำระเมฆหมอกความขุ่นมัว” จากนั้นจะยกมือขึ้นระดับศีรษะ หันมือเข้าหาผู้รับแสง ยกค้างไว้ 10-15 นาที วันละครั้งหรือสองครั้ง เพราะเชื่อว่าเป็นการรักษาโรคภัย

กระทั่งกาลเวลาเนิ่นนานขึ้นมีผู้บิดเบือนคำสอนและเจตนารมย์เดิมของผู้ก่อตั้ง มีการตั้งองค์กรเป็นกลุ่มธุรกิจเชิงพาณิชย์มากขึ้น หลังพบข้อมูลผู้ร่วมลัทธิโยเร ส่วนหนึ่งแตกกระจายมาจากกลุ่มของวัดธรรมกาย ในช่วงที่ธัมมชโย ประสบปัญหา ช่วงนั้นผู้ศรัทธาต่างหันหน้าไปแสวงบุญ บริจาคเงินทำบุญกับมูลนิธิ ที่มีอยู่ จำนวน 24 สาขาทั่วประเทศ โดยสำนักงานใหญ่จะอยู่ที่ จ.สระบุรี มีการเรียกเก็บเงินแรกเข้ากับสมาชิกรายละ 100 บาท เรียกเก็บเงินค่าเหรียญโยเร รายละ 1,000-3,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีการเรียกเก็บค่าสมาชิกรายปีอีก รายละ 150 บาท

สาวกที่คลั่งไคล้คำสอนซึ่งปัจจุบัน ถูกแปรสภาพจากข้อเท็จจริงไปมาก ส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ และแม่บ้าน ที่ค่อนข้างมีเวลาและทุนทรัพย์ไปบำเพ็ญบุญร่วมกิจกรรม ส่วนใหญ่สถานะภาพทางครอบครัวของสาวกเหล่านี้ค่อนข้างร้าวฉาน เนื่องจากเอาเวลาไปละลายกับกิจกรรมของกลุ่มมากกว่า ที่จะสนใจใส่ใจดูแลคนในครอบครัวของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่เป็นเรื่องอันตรายไปกว่านั้น คือ สาวกต่างเชื่อว่า กรรมวิธีรักษาอาการป่วยด้วยวิธีโยเร การเกณฑ์สมาชิกมาร่วมสวดและหันมือเข้าหาผู้ป่วย จะเกิดประสิทธิภาพมากกว่าการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบัน ทำให้ที่ผ่านมามีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากการปฏิเสธการรักษาด้วยวิธีการของแพทย์แผนปัจจุบัน เพราะพึ่งพาความเชื่อผิดๆ เหล่านี้มากมายจนเป็นข่าวมาแล้วนักต่อนัก

ข่าวที่น่าสนใจ

สุดยอด!! ความเพียรพยายาม “เจ๊เปิ้ลขายไก่สด” ออมเงินแบงก์ 50 ใส่ถัง นาน 1 ปี ทุบแล้วได้เงิน 3.3 แสนบาท

สุดสลด เหยื่อแผ่นเดินไหวญี่ปุ่น พุ่ง 30 คน แล้ว รายงานพบแรงสะเทือนกว่า 140 ครั้ง

ปัจจุบันหลายคนชอบนอนดึกกันจนติดเป็นนิสัย จะให้แก้ก็ยากเย็น แต่หารู้ไม่ว่ายิ่งนอนดึก ยิ่งเสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับ และโรคตับอื่นๆ อีกหลายชนิด! เพราะตับเป็นอวัยวะที่รับของเสีย หากตับพังสุขภาพพัง
กดลิ้งค์รับข้อมูล อาหารเสริมบำรุงตับ จากเกาหลีเพิ่มเติ่มได้ที่ Link ด้านล่าง
https://www.tvpoolreward.com/salepageheokkaetioneoffice/contactpage

เมื่อสุขภาพดีแล้วจำเป็นต้องดูแลสุขภาพผิวด้วย
เราขอแนะนำ
โฟมล้างหน้า24พลัส หนึ่งเดียวที่มีเซรั่มสาหร่ายตัวท๊อป มาสต์ทิ้งไว้30วิ ป้องกันสิว
แล้วล้างออก เติมเซรั่มเข้มข้น 24พลัส ป้องกันเหี่ยว
หลังจากนั้นทาครีมกันแดด24พลัส ป้องกันแสงยูวีและแสงสีฟ้า
ใช้3ผลิตภัณฑ์นี้ ควบคู่ผิวหน้าของคุณจะเปลี่ยนไปทันทีที่ใช้ครั้งแรก ใช้ดีแล้วบอกต่อคนที่รัก
กดลิ้งค์รับข้อมูล โฟมเซรั่ม และครีมกันแดดและเซรั่มเข้มข้นเพิ่มเติ่มได้ที่ Link ด้านล่าง
https://24plusthailand.com/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...