โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิด 4 ความเสี่ยง ต้องรู้! ก่อนตัดสินใจลงทุน “ตราสารหนี้-หุ้นกู้”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ม.ค. 2567 เวลา 04.16 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2567 เวลา 02.00 น.

บทความโดย “สาธิต บวรสันติสุทธิ์” นักวางแผนการเงิน CFP®

วันที่ 10 มกราคม 2567 เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED ให้สัญญาณการลดดอกเบี้ยอย่างชัดเจน นอกจากผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นจะปรับเพิ่มขึ้น จนหลายสำนักก็ออกมาให้คำแนะนำสนับสนุนการลงทุนในหุ้น

การลงทุนอีกอย่างที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน ก็คือ การลงทุนในตราสารหนี้ เพราะราคาของตราสารหนี้จะแปรผกผันกับอัตราดอกเบี้ยในตลาดเสมอ คือ อัตราดอกเบี้ยในตลาดขึ้น ราคาตราสารหนี้จะลง อัตราดอกเบี้ยในตลาดลง ราคาตราสารหนี้จะขึ้น ยิ่งตราสารหนี้ที่มีอายุคงเหลือ (duration) ยิ่งยาว ราคาก็จะยิ่งแปรผกผันกับอัตราดอกเบี้ยในตลาดมากขึ้น

ที่เป็นอย่างนี้ เราสามารถอธิบายได้ง่าย ๆ ดังนี้

สมมติ วันนี้ เราซื้อตราสารหนี้มาตัวหนึ่งที่ราคา 100 บาท อายุ 10 ปี ที่อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว 3% ต่อปี ซื้อมาได้แค่เดือนเดียว ธนาคารกลาง (ถ้าเป็นประเทศไทย ก็คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ทำให้ตราสารหนี้อายุ 10 ปี แบบที่เราซื้อตัวใหม่ ให้อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วลดลงมาอยู่ที่ 2.75% ต่อปี

ถ้ามีคนรู้ว่าเรามีตราสารหนี้แบบเดียวกันอยู่ แต่ได้ดอกเบี้ยที่ 3% ต่อปี ก็เลยมาขอซื้อต่อจากเรา ถามว่าเราจะขายที่ราคาเท่าไร

  • เท่ากับ 100 บาท ที่เราซื้อมา
  • มากกว่า 100 บาท
  • น้อยกว่า 100 บาท

แน่นอน เราจะขายที่ราคามากกว่า 100 บาทแน่นอน เหตุผลเพราะถ้าเราขายไปแล้ว จะไปซื้อใหม่ เราจะได้ดอกเบี้ยแค่ 2.75% ต่อปีเท่านั้น แล้วเราจะขายแพงกว่า 100 บาทเท่าไหร่ดี

เราก็จะต้องมาดูว่า เราจะได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าตัวเดิมที่เราได้ไปอีกกี่ปี เราก็จะขายในราคาที่เมื่อเราได้รับดอกเบี้ยในอัตรา 2.75% ต่อปีแล้ว ผลตอบแทนทั้งหมดที่เราได้อย่างน้อยจะต้องเท่ากับเราถือตราสารหนี้ตัวเก่าของเราไปจนครบอายุ

และหากตราสารหนี้ที่เราถืออยู่มีอายุคงเหลืออีกยาวหลายปี เราก็จะยิ่งขายในราคาที่แพงขึ้น เพราะเราต้องการผลตอบแทนที่ชดเชยกับดอกเบี้ยที่ลดลงมากขึ้น

แต่เหรียญมี 2 ด้าน เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดมีแนวโน้มลดลง ทำให้ราคาตราสารหนี้เพิ่มขึ้น แปลว่า เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ราคาตราสารหนี้ลดลงได้เช่นกัน

อย่างเช่น หากมีสัญญาณทางเศรษฐกิจบ่งบอกว่า อัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้น FED ก็อาจกลับทิศหันมาเพิ่มดอกเบี้ยนโยบายเพื่อคุมเงินเฟ้อต่อก็เป็นไปได้

ดังนั้น การลงทุนในตราสารหนี้ ที่แม้เราจะได้รับดอกเบี้ยตามที่ระบุไว้ที่หน้าตั๋วตราสารหนี้ก็ตาม ก็ยังมีความเสี่ยงที่ราคาตราสารหนี้ที่เราถือไว้ ราคาจะขึ้นหรือลงได้ตามแต่อัตราดอกเบี้ยในตลาดจะขึ้นหรือลงเท่าไหร่

ความเสี่ยงด้านราคาจากอัตราดอกเบี้ยในตลาด

ความเสี่ยงของการลงทุนในตราสารหนี้แบบนี้ เรียกว่า “ความเสี่ยงด้านราคาจากอัตราดอกเบี้ยในตลาด” แต่อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านราคาจากอัตราดอกเบี้ยในตลาดจะมีผลกระทบกับเรา ก็เฉพาะกรณีเราขายตราสารหนี้ที่เราถือก่อนครบอายุตราสารเท่านั้น

เพราะถ้าเราถือตราสารหนี้จนครบอายุ ผู้ที่ออกตราสารก็จะต้องจ่ายคืนเงินต้นเราตามที่ระบุไว้ในหน้าตั๋วตราสารหนี้ (คนถือตราสารหนี้ คือ เจ้าหนี้ ผู้ออกตราสารหนี้ คือ ลูกหนี้ต้องจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินให้คนถือตราสารหนี้ตามที่ระบุในตราสารหนี้)

ดังนั้นการลงทุนในตราสารหนี้ คือ การให้เงินแก่คนออกตราสารหนี้ (ลูกหนี้) ยืมในวันนี้ โดยมีสัญญา คือ ตราสารหนี้ที่ระบุว่าจะจ่ายดอกเบี้ยให้คนถือตราสารหนี้เท่าไหร่ จ่ายถี่แค่ไหน จ่ายคืนเงินต้นวันไหนในอนาคต

ความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้

ถ้าเกิดคนออกตราสารหนี้เบี้ยวไม่จ่าย เราก็อาจสูญทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยที่ควรได้รับ ความเสี่ยงที่คนถือตราสารหนี้จะโดนเบี้ยวหนี้เรียกว่า “ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้” ยิ่งตราสารหนี้ที่ให้ดอกเบี้ยสูง จะยิ่งมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้สูง (เทียบกับตราสารหนี้ที่อายุเท่ากัน)

เพราะไม่มีลูกหนี้คนไหนอยากจ่ายดอกเบี้ยแพง แต่ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยแพง ก็เพราะตัวลูกหนี้ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้สูงนั่นเอง

ก่อนจะลงทุนในตราสารหนี้ อย่ามองหาแต่ตราสารหนี้ที่ให้ดอกเบี้ยสูง ให้มองดูว่าจะมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้สูงหรือไม่ วิธีดูง่าย ๆ ก็คือ

ดูอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ที่บริษัทจัดอันดับ (Credit rating agency) เป็นผู้ประเมิน โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านต่าง ๆ ในปัจจุบัน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนดให้ตราสารหนี้ภาคเอกชนที่จะออกขายแก่บุคคลทั่วไปต้องได้รับการจัดอันดับเครดิต โดยทั่วไปจะแบ่งอันดับเครดิตออกเป็น 2 ระดับคือ

1.ระดับที่ยอมรับว่าเหมาะสมแก่การลงทุน คือ ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ ตั้งแต่ BBB- ขึ้นไป

2.ระดับที่พิจารณาว่ามีความเสี่ยงสูงในการลงทุน คือ ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่า BBB- หรือไม่ได้รับการจัดอันดับ ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูง แต่ก็มักจะให้ผลตอบแทนสูงเช่นกัน

เมื่อเราดูภาวะอัตราดอกเบี้ยในตลาดก็แล้ว ดูความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ก็แล้ว เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาดมีแนวโน้มลงชัดเจน ตราสารหนี้ที่เราสนใจก็มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำ ก็อย่าเพิ่งผลีผลามเข้าไปลงทุน

เราต้องพิจารณาอีกด้วยว่า เงินที่เราลงทุนสามารถลงทุนได้ระยะยาวหรือไม่ เพราะหากมีความจำเป็นในอนาคตที่เราต้องขายตราสารหนี้ก่อนครบอายุ แปลว่าเราต้องขายตราสารหนี้ออกไปในราคาตลาด

ดังนั้นหากเราไปลงทุนในตราสารหนี้ที่มีการซื้อขายในตลาดน้อย (ไม่เป็นที่ต้องการในตลาด) เราอาจขายไม่ได้ในเวลาที่ต้องการ หรืออาจต้องขายในราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็นมาก

ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง

ความเสี่ยงแบบนี้ เรียกว่า “ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง” แต่หากเรามั่นใจว่าจะถือตราสารหนี้ไปจนครบกำหนด ก็ไม่ต้องกังวลกับความเสี่ยงนี้

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะซื้อตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้ต่ำ และถือได้จนครบอายุตราสารหนี้ก็ตาม แต่เนื่องจากตราสารหนี้โดยส่วนใหญ่จะกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่เราจะได้คงที่

อย่างเช่น 2% ต่อปี แปลว่าหากเราซื้อตราสารหนี้ที่ราคาหน้าตั๋ว 100 บาท เราจะได้ดอกเบี้ยปีละ 2 บาทตลอดอายุตราสาร แต่มูลค่าของดอกเบี้ย 2 บาทที่เราได้รับในปีแรก ๆ จะสูงกว่ามูลค่าของ 2 บาทที่เราจะได้รับในปีท้าย ๆ ของตราสารหนี้

เพราะของที่เราใช้ราคาแพงขึ้นทุกปีตามอัตราเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย 2 บาทที่เราได้รับในปีแรก ๆ อาจดูเยอะ แต่ดอกเบี้ย 2 บาทเท่าเดิมที่เราได้รับในปีท้าย ๆ อาจดูน้อยไม่คุ้มค่าการลงทุนก็เป็นได้

ความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อ

เราเรียกความเสี่ยงแบบนี้ว่า “ความเสี่ยงด้านอัตราเงินเฟ้อ” การลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ดอกเบี้ยคงที่และมีอายุยาวจะยิ่งมีความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อมากกว่าตราสารหนี้ที่มีอายุสั้น

ที่กล่าวมาเป็นความเสี่ยงบางส่วนของตราสารหนี้ที่เราควรจะคำนึงก่อนการลงทุนเสมอ เหมือนอย่างที่สำนักงาน ก.ล.ต. มักจะเตือนบ่อย ๆ คือ “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิด 4 ความเสี่ยง ต้องรู้! ก่อนตัดสินใจลงทุน “ตราสารหนี้-หุ้นกู้”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...