เกิดใหม่ครานี้ ไม่ขอเป็นภรรยาไร้ค่า (ยุค80)
ข้อมูลเบื้องต้น
เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้ดาราสาวตัวแม่ย้อนอดีตเข้ามาอยู่ในร่างของเซี่ยเหมยลี่ หญิงสาวผู้แสนอาภัพที่ถูกสามีนอกใจแอบไปมีชู้กับเพื่อนรักของเธอ และทิ้งให้อยู่ดูแลลูกน้อยแต่เพียงลำพัง มิหนำซ้ำครอบครัวสกุลหลี่ยังชังน้ำหน้าลูกสะใภ้คนนี้นักหนา
ทำไมชีวิตถึงได้รันทดเช่นนี้ พอกันทีกับผู้ชายเฮงซวยพรรค์นั้น หย่าสิคะ…จะมัวรออะไร !!
E-Book วางจำหน่ายใน MEB แล้วนะคะ
คลิกลิงค์ด้านล่างนี้
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNzgyMjc3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI2Njk3MyI7fQ
ฝากกดติดตามและมอบหัวใจเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
จะได้ไม่พลาดเวลาอัพนิยายเรื่องใหม่
นวนิยายเรื่องนี้สงวนสิทธิ์
ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายไปเผยแพร่ต่อ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงานการกระทำโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด
ตอนที่ 1
ในยามค่ำคืนที่มืดมิด บรรยากาศภายในบ้านคหบดีเก่าแก่หลังหนึ่งค่อนข้างเงียบเชียบ ยกเว้นก็แต่ห้องนอนของคุณชายหลี่ที่บัดนี้มีเสียงครางของหญิงสาวดังแว่วเล็ดลอดออกมานอกห้อง
‘อ่ะ…พอเถอะค่ะเหวินเซียว เดี๋ยวเหมยลี่รู้เข้า ต้องโกรธฉันแน่เลย’ คนใต้ร่างที่เปลือยเปล่าไปทั้งตัวแสร้งทำเป็นพูดห้ามปรามขณะที่กำลังแอ่นอกให้ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งดูดดึงเม็ดทับทิมสีหวานของเธออย่างกระหาย
‘ช่างปะไร ผู้หญิงคนนั้นน่าเบื่อจะตายไป วันๆ เอาแต่เลี้ยงลูก แต่เรื่องบนเตียงกลับจืดชืด สู้คุณก็ไม่ได้ ดูน่ากลืนกินไปทั้งตัว’ หลี่เหวินเซียวพูดอย่างไม่ใส่ใจขณะที่ใช้ปลายลิ้นเลียวนรอบเต้างามจนชื้นแฉะไปหมด
‘คุณแน่ใจนะคะว่าคืนนี้เธอไม่ได้กลับมานอนที่นี่’
‘แน่ใจสิ เขาเป็นคนบอกผมเองว่าจะขอกลับไปเยี่ยมบ้าน ตอนนี้ตระกูลเซี่ยใกล้ล้มละลายแล้ว ผมไม่น่าโง่ไปแต่งงานด้วยเลย หากรู้ตั้งแต่แรกมาแต่งกับลูกสาวนายธนาคารใหญ่อย่างคุณดีกว่า’
คนฟังถึงกับยิ้มอย่างพอใจที่ได้ยินคุณชายเอ่ยเช่นนั้น เธอแอบชอบสามีของเพื่อนรักคนนี้มานานหลายปีแล้ว หลี่เหวินเซียวเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูลหลี่ที่สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษที่เป็นขุนนางชั้นสูงในสมัยราชวงศ์โบราณ แต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นเขากลับเลือกเซี่ยเหมยลี่เพียงเพราะมีหน้าตาที่สวยหมดจดมากกว่าเธอ
‘คืนนี้เราสองคนมามีความสุขด้วยกันดีกว่า โอกาสแบบนี้ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ ถ้าผมยังไม่หมดแรง ก็อย่าได้หวังเลยว่าคุณจะได้นอน’
คำพูดของชายหนุ่มทำเอาบุตรสาวนายธนาคารใหญ่ถึงกับหัวเราะคึกคักแล้วอ้าขากว้างให้ใบหน้าหล่อเหลาของเขาก้มลงดูดเลียโพรงสวาทของเธออย่างหนำใจ
บัดนี้อุณหภูมิภายในห้องค่อนข้างร้อนระอุ ทั้งสองคนผลัดกันอยู่ข้างบนแล้วขย่มสอดใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังแข่งกับเสียงเตียงที่สั่นไปมาราวกับเกิดแผ่นดินไหว
หนุ่มสาวทั้งสองต่างปลดปล่อยความต้องการของตัวเองและร้องครางเสียงดังอย่างเสียวซ่านโดยยังไม่รู้เลยว่าได้มีรถแท็กซี่คันหนึ่งมาจอดที่รั้วหน้าบ้าน
ร่างบอบบางได้ก้าวเท้าลงจากรถด้วยสีหน้าดูเหนื่อยล้าหลังจากทราบข่าวร้ายว่ากิจการโรงสีข้าวทั้งหมดของบิดาได้ถูกธนาคารยึดไปหมดแล้วเพราะไม่มีเงินมาชำระหนี้ที่ติดค้างมหาศาล แถมบ้านหลังงามของตระกูลเซี่ยก็ถูกขายทอดตลาดทำให้คนในครอบครัวของเธอต้องอพยพย้ายไปอยู่ในชนบทแทน
‘นายหญิง…!’ สาวใช้ซูเจียวมีสีหน้าตกใจยิ่งนักที่เห็นภรรยาของคุณชายหลี่กลับมาในยามนี้
‘มีอะไรหรือเปล่า ทำไมทำหน้าตกใจแบบนี้’
‘เอ่อ…นายหญิงอย่าเพิ่งเข้าไปในบ้านเลยค่ะ’
‘ทำไมล่ะ…แล้วนี่รถของใคร’ เซี่ยเหมยลี่หันไปมองรถยนต์ยุโรปคันใหญ่ที่จอดอยู่ในรั้วบ้าน
ซูเจียวไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ก่อนตัดสินใจตอบไปตามความจริงว่า
‘รถของคุณหลิงฟางค่ะ’
‘อะไรนะ หลิงฟางมาที่นี่หรือ แล้วทำไมดึกป่านนี้ยังไม่กลับอีก ตอนนี้อยู่ที่ไหน’
สาวใช้ไม่กล้าตอบ ได้แต่ก้มหน้าอย่างเดียว ทำให้หญิงสาวเริ่มเอะใจขึ้นมาจนมือไม้ของเธอเย็นเชียบไปหมด
ก่อนหน้านี้ เคยมีใครหลายคนเตือนว่าเพื่อนรักคนนี้แอบคิดไม่ซื่อตีท้ายครัวเธอ เพราะมีคนตาดีแอบเห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกันบ่อยครั้ง แต่เซี่ยเหมยลี่ก็ไม่เชื่อและมั่นใจในตัวสามีกับเพื่อนรักของเธอ
ร่างบอบบางเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนด้วยหัวใจที่เต้นแรงและรู้สึกเหมือนจะเป็นลมให้ได้เมื่อได้ยินเสียงครางของผู้หญิงดังออกมาจากห้องนอนสามี
ไม่จริง…เป็นไปไม่ได้ !
ตอนที่ 2
มือของเธอจับลูกบิดอย่างสั่นเทาก่อนกลั้นใจเปิดประตูห้องเข้าไปแล้วเห็นภาพตรงหน้าอย่างเต็มสองตา ทั้งคู่กำลังบรรเลงเพลงรักอยู่บนเตียงกันอย่างเร่าร้อน
เซี่ยเหมยลี่ถึงกับกรีดร้องอย่างรับไม่ได้แล้วปรี่เข้าไปเข้าไปหาคนทั้งสอง
‘คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไงเหวินเซียว’
คนที่อยู่บนเตียงมีสีหน้าตกใจด้วยกันทั้งคู่แล้วรีบผละออกจากกันทันที
‘ไหนบอกว่าคืนนี้ คุณไปนอนค้างที่บ้านโน้นไง’
หลี่เหวินเซียวรีบคว้ากางเกงในที่ตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมาสวมใส่ลวกๆ ขณะที่โจวหลิงฟางดึงผ้าห่มผืนหนามาคลุมทับร่างที่เปลือยเปล่าของตนไว้
‘ใจเย็นก่อนๆ นะเหมยลี่ ฟังฉันอธิบายก่อน’
‘นังเพื่อนทรยศ เสียแรงที่ฉันไว้ใจเธอ’ หญิงสาวไม่รับฟังอะไรทั้งนั้นแล้วปรี่เข้าไปจิกผมของโจวหลิงฟาง
‘ปล่อยนะเหมยลี่ ฉันเจ็บนะ’ คนที่อยู่บนเตียงแสร้งทำเป็นร้องโอดครวญเสียงดัง
ทำให้คุณชายหลี่ต้องรีบเข้าไปกระชากตัวภรรยาของตนออกมา
‘คุณบ้าไปแล้วหรือไง’
‘ใช่…ฉันมันบ้าไปแล้ว ที่เห็นเพื่อนกับสามีตัวเองแอบกินกันลับหลังแบบนี้’ เธอตะคอกตอบกลับไปด้วยความเสียใจแล้วเข้าไปทุบตีทำร้ายเขา
หลี่เหวินเซียวชักเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาเหมือนกันก่อนจะพลั้งมือตบหน้าภรรยาฉาดใหญ่อย่างแรงจนเธอเซถลาร่วงไปกองที่พื้น
ดวงตาคู่สวยถึงกับน้ำตาร่วงเผาะเพราะคิดไม่ถึงว่าสามีจะกล้าทำร้ายเธอเช่นนี้ เสียแรงที่หลงรักและเทิดทูนบูชาเขามาโดยตลอด
ขณะที่โจวหลิงฟางแอบยิ้มเยาะที่มุมปากด้วยความสะใจที่เห็นเพื่อนรักของเธอถูกสามีตบหน้าเข้าให้
‘หยุดทำตัวเป็นหมาบ้าซะที ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนกับคุณมากกว่านี้ ที่ผ่านมาผมเบื่อคุณจะแย่อยู่แล้ว รู้ตัวหรือเปล่า’
‘ไม่จริง! คุณรักฉันมากไม่ใช่หรือ’ ใบหน้างามได้แต่มองสามีด้วยน้ำตาคลอเบ้า
‘แต่ก่อนน่ะใช่ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ถ้าอยากจะเป็นสะใภ้ของตระกูลหลี่ต่อไป ก็หัดทำตัวให้มันดีกว่านี้ อย่ายุ่งเรื่องส่วนตัวของผมเป็นอันขาด นับจากนี้ไปผมกับหลิงฟางจะคบหากันเปิดเผย ถ้าทนไม่ได้ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นซะ’
คำพูดของสามีได้ทำร้ายจิตใจของเซี่ยเหมยลี่จนไม่อาจจะฟังต่อไปได้ เธอร้องไห้วิ่งเตลิดออกไปจากห้อง วินาทีนั้นหญิงสาวไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว
ร่างบางวิ่งหนีออกมาจนถึงหน้าถนนใหญ่ก่อนจะเห็นดวงไฟหน้ารถคันหนึ่งกำลังวิ่งตรงมาทางนี้ จึงตัดสินใจวิ่งฝ่าตัดหน้าออกไปก่อนจะเกิดเสียงโครมดังขึ้นแล้วร่างของเธอก็ลอยละลิ่วร่วงสู่พื้น
“ไม่นะ….!”
คนที่นอนอยู่บนเตียงถึงกับผวาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เพราะฝันร้ายเห็นตัวเองถูกสามีนอกใจและถูกรถชนกลางถนน ฝันบ้าอะไรก็ไม่รู้ สงสัยคงจะอินกับซีรีส์ที่เล่นมากเกินไป ช่วงนี้เธอรับงานละครหลายเรื่องพร้อมกันจนรู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียเพราะต้องวิ่งรอกตามกองถ่ายละครต่างๆ
ไม่มีใครในยุคนี้ที่ไม่รู้จักดาราตัวแม่ของวงการอย่างจ้าวลี่ถิง ผลงานของเธอเป็นที่ประจักษ์สายตาของคนดูพอๆ กับเรื่องส่วนตัวที่ผู้คนให้ความสนใจและติดตามว่าหนุ่มคนไหนคือตัวจริงของเธอ
ระหว่างนั้นมีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เมื่อก้มดูที่หน้าจอก็เป็นผู้จัดการส่วนตัวที่โทรมาหา
[โทษทีนะลี่ถิงที่โทรมากวนกลางดึกแบบนี้ เผอิญผู้กำกับละครเรื่องม่านโบตั๋น อยากให้เธอช่วยไปถ่ายซ่อมฉากหนึ่งให้ด่วน ขอเป็นพรุ่งนี้เช้าตอนแปดโมงนะ]
“ได้ค่ะ…” ดาราสาวรับปากไปตามหน้าที่ ทั้งที่ในใจไม่อยากไปแม้แต่น้อยเพราะรู้สึกเหมือนมีลางสังหรณ์ชอบกล
ตอนที่ 3
ยามนี้ท้องฟ้ายังไม่ค่อยสว่างดีนัก แต่จ้าวลี่ถิงต้องรีบขับรถออกจากคอนโดตั้งแต่ตอนตีห้า เพราะโลเคชั่นในการถ่ายละครเรื่องนี้อยู่ที่ชนบทค่อนข้างห่างไกลจากนครเซี่ยงไฮ้
บนถนนในเวลานี้ไม่ค่อยมีรถราวิ่งมากนัก ทำให้ดาราสาวขับรถค่อนข้างเร็วกว่าปกติ แต่ในระหว่างนั้นได้มีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอีกครั้ง จึงรีบเอามือควานหาในกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ข้างตัว แต่กลับทำมันร่วงหล่นจากมือแล้วตกลงไปใต้เบาะที่นั่ง
ขณะที่พยายามจะก้มลงเก็บนั้น จู่ๆ ได้มีรถบรรทุกน้ำมันคันหนึ่งวิ่งข้ามเลนมาแล้วกำลังจะพุ่งเข้าชนรถของเธอ ทำให้จ้าวลี่ถิงตัดสินใจหักพวงมาลัยรถกระทันหันจนเกิดเสียหลักพลิกคว่ำหลายตลบก่อนชนเข้ากับต้นไม้ต้นใหญ่ที่อยู่ข้างทาง ทำให้ร่างของดาราสาวถึงกับแน่นิ่งไปทันที
บัดนี้ มีเสียงของใครบางคนกำลังสนทนาอยู่ใกล้ๆ ทำให้คนที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงมาหลายชั่วโมงพยายามจะลืมเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้นมา ภาพที่เห็นในตอนนี้เหมือนเธอกำลังอยู่ในห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ออกจะดูล้าสมัยไปหน่อย เพราะเฟอร์นิเจอร์และข้าวของที่อยู่ภายในห้องล้วนดูเหมือนของเก่าสมัยเมื่อสักห้าหกสิบปีที่แล้ว
เมื่อหันไปมองด้านข้าง ก็เห็นชายวัยกลางคนที่แต่งตัวคล้ายคุณหมอกำลังยืนสนทนาอยู่กับบุรุษหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งที่แต่งกายในชุดทหารยืนหันหลังให้เธอ
“ตอนนี้คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ ไม่มีอาการอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว อาจจะให้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีกสักสองสามวัน”
“ค่ารักษาทั้งหมดของเธอ เดี๋ยวผมเป็นคนออกค่าใช้จ่ายเอง”
“ได้ครับท่าน”
หลังจากที่สนทนาจบ ชายร่างสูงคนนั้นก็เดินจากไปพร้อมกับทหารผู้ติดตามอีกสองสามคน โดยที่ไม่หันหน้ามามองคนที่นอนอยู่บนเตียงแม้แต่น้อย
จ้าวลี่ถิงรู้สึกมึนงงไปหมดและไม่เข้าใจว่าชายผู้นั้นจะมารับผิดชอบเธอทำไม เพราะจำได้ว่าตอนที่เกิดอุบัติเหตุมีรถบรรทุกน้ำมันวิ่งสวนเลนมาชนรถของเธอ ไม่เห็นจะเกี่ยวคนในเครื่องแบบซะหน่อย
“เอ่อ…คุณหมอคะ นี่ฉันอยู่ที่โรงพยาบาลไหนหรือคะ”
“คนไข้รู้สึกตัวแล้วหรือครับ ตอนนี้คุณอยู่ที่โรงพยาบาลหัวซี”
ดาราสาวมีสีหน้าแปลกใจมากกว่าเดิม เพราะเท่าที่รู้มาโรงพยาบาลแห่งนี้ปิดกิจการไปแล้วและถูกทุบทิ้งสร้างเป็นโรงแรมหรูเมื่อยี่สิบปีก่อน
แต่ยังไม่ทันจะได้ถามต่อ ก็ได้ยินเสียงเด็กน้อยดังแว่วมาแต่ไกลก่อนที่จะวิ่งเข้ามาในห้องนี้
“คุณแม่ขา…” เด็กน้อยวัยสี่ขวบวิ่งถลาเข้ามาเกาะที่เตียงแล้วจับมือของเธอไว้แน่น
“คุณหนูอันอันอย่าวิ่งเร็วค่ะ เดี๋ยวหกล้มไป” สาววัยแรกรุ่นรีบเดินตามหลังมาติดๆ
จ้าวลี่ถิงมองเด็กหญิงตรงหน้าอย่างเอ็นดูพลางนึกสงสัยว่าทำไมถึงเรียกเธอว่าแม่
“เอ่อ…หนูเป็นใครหรือจ้ะ”
“คุณแม่จำหนูไม่ได้หรือคะ” เด็กน้อยทำท่าเหมือนจะร้องไห้เมื่อได้ยินมารดาเอ่ยถามเช่นนี้
“นี่คุณหนูอันอัน ลูกสาวคนเดียวของนายหญิงไงเจ้าคะ” ซูเจียวรีบบอก
“ลูกสาวฉัน?…” คนฟังยิ่งมีสีหน้างงงวยมากขึ้นกว่าเดิมพลางมองสาวใช้ตรงหน้าและรู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน