โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปมร้อน! อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ซื้อแพ็กเกจทัวร์ต้องใช้ไกด์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 พ.ย. 2566 เวลา 08.28 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2566 เวลา 08.28 น.

สมาคมแอตต้าซัดประกาศหลักเกณฑ์การใช้ไกด์ของคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวฯ ฉบับใหม่ ซ้ำเติมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เผยนักท่องเที่ยว 1 คนก็ถูกบังคับต้องมีไกด์ ดันต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวพุ่ง บีบผู้ประกอบการนำเที่ยวออกจากระบบ เตรียมส่งจดหมายคัดค้านถึงรัฐมนตรีการท่องเที่ยวฯ 30 พ.ย.นี้ “กรมการท่องเที่ยว” แจงสาระสำคัญเป็นไปตาม พ.ร.บ. เพียงแค่กำหนดจำนวนสูงสุดที่ 50 คนต่อไกด์ 1 คนเท่านั้น

ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มีประกาศราชกิจจานุเบกษาว่าด้วยประกาศคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เรื่องหลักเกณฑ์การจัดให้มีมัคคุเทศก์ต่อจำนวนนักท่องเที่ยว พ.ศ. 2566 ระบุว่า ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวจัดให้มีจำนวนมัคคุเทศก์ (ไกด์) อย่างน้อย 1 คนต่อจำนวนนักท่องเที่ยวไม่เกิน 50 คน และต้องใช้มัคคุเทศก์ที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น

โดยประกาศดังกล่าวลงนามโดยนายอารัญ บุญชัย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และประธานกรรมการธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ โดยมีผลตั้งแต่วันที่15 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป

ดร.อดิษฐ์กล่าวว่า กฎที่ออกมามีผลบังคับใช้นี้ไม่เป็นไปตามพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวของโลกที่ต้องหาความอิสระ ส่วนตัว และเลือกซื้อสินค้า บริการ ตามที่ตนเองต้องการ ซึ่ง 1 ในนั้นคือการเดินทางด้วยตนเอง ไม่ต้องมีมัคคุเทศก์บริการในเส้นทางที่สามารถดูแลตนเองได้ ซึ่งทำให้ขัดต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว

ขณะเดียวกัน ยังส่งผลกระทบต่อบริษัทนำเที่ยวอย่างหนัก เนื่องจากเพิ่มภาระหรือต้นทุนให้ผู้ประกอบการ ที่สำคัญประกาศดังกล่าวยังบีบให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางเอง ไม่ใช้บริการบริษัทนำเที่ยว สุดท้ายจะยิ่งเป็นตัวเร่งให้บริษัทนำเที่ยวปิดตัวเร็วขึ้น ทั้งในส่วนที่เป็นบริษัทนำเที่ยว ตลาดอินบาวนด์ และตลาดภายในประเทศ

“สมาคมแอตต้าจะแจ้งสมาชิกในที่ประชุมสมาชิกในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 นี้ จากนั้นจะทำหนังสือคัดค้านไปที่นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เพื่อยับยั้งการใช้ประกาศดังกล่าว เนื่องจากเป็นประกาศทำลายอุตสาหกรรมท่องเที่ยว” ดร.อดิษฐ์กล่าว

ทั้งนี้ สมาคมแอตต้าเห็นด้วยกับการบังคับให้มีมัคคุเทศก์สำหรับการนำเที่ยวแบบรถบัส ส่วนรถตู้ซึ่งปกติจะมีนักท่องเที่ยวไม่ถึง 10 คนนั้นไม่ควรบังคับ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีสิทธิเลือกใช้ตามความต้องการ

นายสุรวัช อัครวรมาศ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ในฐานะอดีตบอร์ดธุรกิจนำเที่ยวฯ และ 1 ในคณะอนุกรรมการยกร่างอนุบัญญัติ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงที่ตนเป็นบอร์ดธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศ และเป็น 1 ในคณะกรรมการยกร่างอนุบัญญัตินั้น ตนสนับสนุนแนวคิดว่า นักท่องเที่ยวจำนวนตั้งแต่ 12-50 คนต้องใช้มัคคุเทศก์ 1 คน

และเพิ่มมัคคุเทศก์อีก 1 คน หากมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุก ๆ 50 คน ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวที่ต่ำกว่า 12 คนนั้นให้นักท่องเที่ยวเป็นคนเลือกว่าจะใช้หรือไม่ใช้มัคคุเทศก์ก็ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ในประเด็นดังกล่าวนี้ นอกจากสมาคมแอตต้าแล้ว ยังมีองค์กรภาคประชาชนจำนวนหนึ่งไม่เห็นด้วย และได้ทำหนังสือร้องเรียนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ด้านนายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงที่มาที่ไปของประกาศดังกล่าวว่า ในมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 ระบุไว้ว่า ธุรกิจนำเที่ยวจะต้องจัดให้มีมัคคุเทศก์หรือผู้นำเที่ยวเดินทางไปกับนักท่องเที่ยว ส่วนรายละเอียดให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวฯกำหนด

โดยเรื่องนี้พยายามทำกันมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี โดยในช่วงแรกเริ่มที่ว่า 1.นักท่องเที่ยว 50 คนต่อมัคคุเทศก์ 1 คน และ 2.ถ้านักท่องเที่ยวไม่ถึง 12 คนจะมีหรือไม่มีมัคคุเทศก์ก็ได้ และกรมการท่องเที่ยวก็นำไปทำประชาพิจารณ์เมื่อ 3-4 ปีก่อน ปรากฏว่าจากการรับฟัง ทุกคนเห็นด้วยกับนักท่องเที่ยว 50 คนต่อมัคคุเทศก์ 1 คน ต่อ 1 รายการนำเที่ยว ส่วนประเด็นไม่ถึง 12 คนมีหรือไม่มีก็ได้ หลายคนไม่เห็นด้วย

จากนั้นอีก 2 ปีต่อมากลุ่มมัคคุเทศก์เรียกร้องให้นำมาพิจารณาใหม่ ซึ่งก็ได้ข้อสรุปว่า ทุกคนเห็นด้วยกับนักท่องเที่ยว 50 คนใช้มัคคุเทศก์ 1 คน และได้อีก 1 ประเด็นใหม่คือ คนไทยไม่ต้องใช้ สุดท้ายประเด็นคนไทยไม่ต้องใช้ตกไปตอนทำประชาพิจารณ์ใหม่ เหลือแค่มัคคุเทศก์ 1 คนต่อนักท่องเที่ยว 50 คน ในที่สุดจึงเหลือเพียงแค่นักท่องเที่ยว 50 คนต่อมัคคุเทศก์ 1 คน

“ในมาตรา 33 พระราชบัญญัติระบุไว้อยู่แล้วว่า ถ้ามีนักท่องเที่ยวต้องมีไกด์ ไม่ได้ระบุจำนวน แค่ขอให้มีนักท่องเที่ยว 1 คนก็ต้องใช้ เราจึงเอาข้อสรุปซึ่งก็มาจากตัวแทนจากคณะกรรมการธุรกิจนำเที่ยวฯ ซึ่งก็มีตัวแทนของภาคธุรกิจทุกแขนงร่วมอยู่ด้วยเห็นชอบร่วมกันว่าให้เรายึดตามกฎหมายเดิม เพียงแต่กำหนดปลายปิดไว้ที่ 50 คนต่อมัคคุเทศก์ 1 คน ซึ่งบังคับเฉพาะการซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยวเท่านั้นเอง” นายจาตุรนต์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...