โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ป้ายทะเบียนรถแบบพิเศษ ใส่ชื่อคนปนตัวเลขได้

The Story Thailand

อัพเดต 26 พ.ย. 2564 เวลา 16.33 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2564 เวลา 16.33 น.

นับเป็นครั้งแรกของป้ายทะเบียนรถในประเทศไทยที่เปิดโอกาสให้เจ้าของรถทั้งบุคคลหรือนิติบุคคลเปิดหมวดป้ายทะเบียนใหม่ได้เอง โดยสามารถใช้ชื่อคน ชื่อบริษัท หรือตัวอักษรที่ชอบ และเลือกหมวดตัวเลขต่อท้ายได้เองด้วย เพียงยอมจ่ายมูลค่าตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด หรือประมูลแข่งในราคาที่เหนือกว่าก็จะมีป้ายทะเบียนรถแบบพิเศษของตัวเอง

ที่มาของแนวคิดป้ายทะเบียนรถแบบพิเศษเกิดจากนโยบายของ "ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อให้สามารถนำลักษณะแผ่นป้ายดังกล่าวและหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่นิยมหรือเป็นที่ต้องการของประชาชน ออกประมูลเป็นการทั่วไปตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการนำรายได้เข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ซึ่งใช้สำหรับการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้รถใช้ถนน โดยไม่ใช้เงินงบประมาณของทางราชการ

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ไปต่ออย่างไรในยุค EV?

Smart Museum พิพิธภัณฑ์ไทยจากของจริงสู่โลกเสมือน

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดขนาด ลักษณะ และสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถ และการแสดงแผ่นป้ายทะเบียนรถและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยมีการเพิ่มเติมสาระสำคัญ คือ การกำหนดลักษณะของแผ่นป้ายทะเบียนรถสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ที่มีหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยม อาจมีตัวอักษรประจำหมวดมากกว่าสองตัว หรือมีตัวอักษรผสมสระหรือวรรณยุกต์ก็ได้ เพื่อให้การกำหนดตัวอักษรประจำหมวดมีความหลากหลายมากขึ้น

ซึ่งต่างไปจากร่างฯ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่คณะรัฐมนตรีเคยมีมติอนุมัติหลักการไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ที่กำหนดให้ตัวอักษรประจำหมวดพิเศษใช้ได้เฉพาะกับหมายเลขทะเบียน 1 หลัก โดยแก้ไขเป็น “ใช้กับหมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยม” ซึ่งมีทั้งหมายเลขทะเบียน 1 หลัก, 2 หลัก, 3 หลัก และ 4 หลักได้ด้วย

โดยกำหนดให้แผ่นป้ายแบ่งออกเป็น 2 บรรทัด คือ บรรทัดที่ 1 ประกอบด้วย ตัวอักษรประจำหมวดตัวที่ 1 ตัวอักษรประจำหมวดตัวที่ 2 และหมายเลขทะเบียนไม่เกิน 4 หลัก  บรรทัดที่ 2 เป็นตัวอักษรแสดงชื่อกรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดที่จดทะเบียน เว้นแต่กรณีจดทะเบียนที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้ใช้คำว่า เบตง ทั้งนี้ตัวอักษรให้ใช้ตัวอักษรไทย และหมายเลขทะเบียนให้ใช้ตัวเลขอารบิค ทั้งตัวเลขและตัวอักษรให้อัดเป็นรอยดุน

ในการแก้ไขล่าสุดเพิ่มเติมให้หมายเลขทะเบียนซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยม บรรทัดที่ 1 ประกอบด้วยตัวอักษรประจำหมวดมากกว่า 2 ตัวอักษร หรือมีตัวอักษรผสมสระหรือวรรณยุกต์ได้ด้วย 

ดังนั้นเจ้าของรถที่ต้องการป้ายทะเบียนรถแบบพิเศษเป็นการเฉพาะ ไม่ว่าบุคคลหรือนิติบุคคลสามารถเปิดหมวดป้ายทะเบียนใหม่ได้เอง เพื่อใช้แทนหมวดอักษรเดิม โดยสามารถใช้ชื่อคน ชื่อห้างร้าน บริษัท หรือตัวอักษรที่ชอบ เป็นชื่อเฉพาะได้ อีกทั้งสามารถเลือกหมวดตัวเลขต่อท้ายได้เองด้วย โดยรวมตัวเลข ตัวอักษร และสระแนวนอน จำนวนต้องไม่เกิน 7 หลัก เช่น อมรเทพ 9, โชคดี 111, ทำดี 8899 เป็นต้น

กรณีป้ายทะเบียนแบบนี้ให้ขอบแผ่นป้ายไม่ต้องอัดเป็นรอยดุน และเครื่องหมาย ตัวเลข และตัวอักษรใช้เป็นลายพิมพ์ โดยการกำหนดตัวอักษรประจำหมวดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด

คำหรือข้อความที่ขอใช้ในแผ่นป้ายทะเบียนลักษณะพิเศษต้องเป็นคำที่ใช้ทั่วไป ไม่เฉพาะเจาะจง สามารถนำออกประมูลเป็นการทั่วไปและได้รับความสนใจจากประชาชน ความหมายของคำต้องไม่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี ต้องไม่มีความหมายส่อเสียด ไม่สุภาพ ไม่ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่มีผลกระทบต่อระยะการมองเห็นและการจดจำหมายเลขทะเบียน และไม่ซ้ำซ้อนกับหมวดอักษรที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยจะมีคณะกรรมการทำหน้าที่พิจารณาก่อน

ซึ่งหลังจากนี้ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวจะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาอีกครั้ง ก่อนนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมลงนามและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลใช้บังคับตามกฎหมาย โดยคาดว่าจะสามารถประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ได้ภายในปี พ.ศ.2564

กรมการขนส่งทางบกคาดว่าป้ายทะเบียนหมายเลขแบบพิเศษนี้จะได้รับความนิยมจากประชาชนที่มีความสนใจในป้ายทะเบียนเฉพาะจำนวนมาก เมื่อเปิดประมูลจะสร้างรายได้เข้ากองทุนกปถ.เพิ่มขึ้นราว 300-500 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีการประมูลทะเบียนเลขสวยแบบปกติหมวดละ 301 เลขหมาย ทำรายได้กว่าปีละ 1,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มมีการประมูลช่วงไตรมาสแรกของปี พ.ศ.2565 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดระเบียบวิธีปฏิบัติ หลักเกณฑ์การขอใช้ทะเบียนลักษณะพิเศษ หลักเกณฑ์การประมูล ขั้นตอนการประมูล รวมถึงการกำหนดราคาขั้นต่ำของการประมูลต่างจากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวยที่ดำเนินการอยู่แล้ว

เดิมป้ายทะเบียนที่ถูกเปิดประมูลโดยกรมการขนส่งทางบกจะมีลักษณะพิเศษ ได้แก่ เลขทะเบียนรถพิเศษ (เลขสวย) ตัวอย่างเช่น ฌร 9999 ซึ่งถือเป็นเลขมงคลของไทย ส่วนแผ่นป้ายมีพื้นหลังเป็นรูปกราฟิกที่สื่อถึงจังหวัดนั้นๆ เช่น กรุงเทพมหานคร จะมีรูปวัดพระแก้ว อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานพระราม 8 เป็นต้น

ในช่วงแรกเปิดประมูลป้ายทะเบียนเฉพาะรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่งเท่านั้น ต่อมาได้เปิดประมูลป้ายทะเบียนเลขสวยของรถตู้และรถกระบะเพิ่มด้วย โดยแผ่นป้ายเป็นภาพพื้นหลังเหมือนกันหมดทั้งประเทศ โทนสีแบบเดียวกับสีและตัวอักษรของทะเบียนปกติ คือ ขาวฟ้าและขาวเขียว ตามลำดับ

ทั้งนี้ การแก้ไขกฎกระทรวงเกี่ยวกับแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากมีผู้ใช้รถจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้แผ่นป้ายแบบเก่าไม่เพียงพอสำหรับการรองรับรถจดทะเบียนรถใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

นับแต่ปี พ.ศ.2554 เป็นต้นมา กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดเลขทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์แบบใหม่ โดยเริ่มหมวดอักษรจาก 1 กก 1 เรียงตามลําดับ ถึง 1 กก 9999 และเริ่ม 1 กข 1 จนถึง1 กข 9999 เรื่อยไปจนถึง 1 กฮ 9999 หลังจากนั้นจึงใช้ตัวเลข 2 ถึง 9 นําหน้าหมวดตัวอักษร ด้วยรูปแบบนี้จะใช้ได้กับหมายเลขทะเบียนรถยนต์นาน 157 ปี และจะใช้กับรถจักรยานยนต์ได้ถึง 289 ปี

หากย้อนไปในอดีตจะพบว่าป้ายทะเบียนรถเกิดขึ้นพร้อมกับพระราชบัญญัติรถยนต์ รัตนโกสินทร์ศก 128 (พ.ศ.2452) ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ฉบับแรก เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี

อย่างไรก็ตาม เริ่มมีการออกกฎหมายของกระทรวงเรื่องป้ายทะเบียนรถตั้งแต่ปี พ.ศ.2510 โดยใช้รูปแบบตัวอักษร กท เรียงแนวดิ่ง มีหมวดตัวอักษรและตัวเลขอยู่ในแผ่นป้ายขนาดกว้าง 11 ซม. ยาว 39 ซม. พื้นหลังเป็นสีดำ จนในปี พ.ศ.2518 เปลี่ยนรูปแบบเป็นตัวอักษรเรียงตามแนวนอน พร้อมกับเปลี่ยนขนาดแผ่นป้ายเป็นกว้าง 15 ซม. ยาว 30 ซม. มีพื้นหลังเป็นสีขาว

การเปลี่ยนจากสัญลักษณ์ตราโล่ มาเป็นตัวย่อ “ขส” อย่างในปัจจุบันเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2526 และเปลี่ยนหน่วยงานรับผิดชอบจากกระทรวงมหาดไทยมาเป็นหน่วยงานของกระทรวงคมนาคมในปี พ.ศ.2531 โดยยังคงรูปแบบเหมือนเดิมทุกประการ

ในปี พ.ศ.2539 มีการเพิ่มตัวอักษรเป็น 2 ตัว เช่น กก - 9999 และเปลี่ยนขนาดแผ่นป้ายยาวขึ้นจากขนาด 30 ซม. เป็นขนาด 34 ซม. เพื่อรองรับตัวอักษรที่เพิ่มขึ้นอีก 1 ตัว จนปี พ.ศ.2554 เพิ่มตัวเลขหน้าตัวอักษรดังได้กล่าวมาแล้ว ซึ่งยังคงใช้มาจนทุกวันนี้

ปัจจุบันป้ายทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคลของไทยทำจากอะลูมิเนียม มีขนาด 13.5 x 6 นิ้ว พื้นป้ายมีลักษณะสะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขนูนเป็นรอยดุน โดยใช้สีของแผ่นป้ายและสีตัวอักษรจำแนกประเภทการใช้งานของรถ ซึ่งป้ายทะเบียนที่เราคุ้นเคยมากที่สุดคือ ป้ายขาวอักษรดำ ที่เป็นป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง

ส่วนป้ายขาวอักษรฟ้า คือป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง และป้ายขาวอักษรเขียว ของทะเบียนรถกระบะ นอกนั้นเป็นป้ายของรถประเภทอื่น ๆ เช่น ป้ายเหลืองอักษรดำ คือ ป้ายรถรับจ้าง ป้ายเหลืองอักษรเขียว คือ ป้ายรถตุ๊กตุ๊ก หรือป้ายเขียวอักษรขาวหรือดำ คือ ป้ายรถยนต์บริการธุรกิจ ทัศนาจร หรือรถบริการให้เช่า เป็นต้น

นอกจากนี้ ตัวอักษรที่ปรากฏบนแผ่นป้ายก็ยังสื่อความหมายให้เรารู้ได้ว่าเป็นป้ายของรถประเภทใด โดยตัวอักษรประจำหมวดที่แตกต่างกัน บ่งบอกประเภทของรถยนต์และจุดประสงค์การใช้งานที่ต่างกัน เช่น หมวดอักษรตัวแรก ก/ข/ จ/ ฉ/ ช/ ฌ/ ญ/ ฎ/ ฐ/ ธ/ พ/ ภ/ ว/ ศ/ ษ/ ส เป็นรถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน หรือหมวดอักษรตัวแรก น/ ฬ/ อ/ ฮ เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน หมวดอักษรตัวแรก ฒ/ ณ/ ต/ ถ/ บ/ ผ/ ย/ ร/ ล เป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล และหมวด ท และ ม เป็นรถยนต์รับจ้างบรรทุกโดยสารไม่เกิน 7 คน (รถแท็กซี่) เป็นต้น ส่วนตัวเลข 4 หลักที่อยู่ท้ายคือหมายเลขทะเบียนรถ

สำหรับป้ายทะเบียนรถแบบพิเศษที่จะเริ่มปราฎให้เห็นบนท้องถนนในปี พ.ศ.2565 ถือเป็นสีสันใหม่ที่จะมีแต่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คนเท่านั้น ซึ่งผู้ที่ต้องการความเป็นพิเศษแบบเฉพาะตัวจำเป็นต้องลงทุนด้วยเงินก้อนโตเพราะมีข่าวว่ากำหนดราคาเริ่มต้นไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทต่อป้าย

สมชัย อักษรารักษ์ … อดีตบรรณาธิการ ผู้มีประสบการณ์ 20 ปี ในวงการงานข่าวการตลาด-ไอที แต่มีความสนใจในประวัติศาสตร์เป็นพิเศษ จนได้ใช้ทำงานสารคดีนาน 10 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...