โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผัก-ผลไม้จีนติดล็อกด่านลาว ต่อลมหายใจ “ตลาดไท”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ธ.ค. 2564 เวลา 06.53 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2564 เวลา 02.45 น.

ผักผลไม้จีนขนผ่านรถไฟจีน-ลาวชะงัก นำร่องทดลองเข้าไทยได้แค่ 33 ตู้ ด่าน สปป.ลาวไม่พร้อม ต่อลมหายใจพ่อค้า-แม่ค้าตลาดไทชั่วคราว ข่าวร้ายลาวเร่งแผนสร้างทางรถไฟเชื่อมท่าหวุ่นอ๊าง ในเวียดนามกลายเป็นโครงข่ายโลจิสติกส์ 3 ประเทศให้ลาวมีทางออกทะเลเพิ่ม ไม่ต้องพึ่งท่าเรือแหลมฉบัง

การเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงจีน-ลาว (เวียงจันทน์-คุนหมิง) กว่าครึ่งเดือนที่ผ่านมา พร้อมกับการทะลักเข้ามาของผักผลไม้-ไม้ตัดดอกจากจีนผ่าน สปป.ลาว เข้าสู่ประเทศไทยภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ได้แสดงให้เห็นถึง “ศักยภาพ” ในการขนส่งสินค้าผ่านแดนช่องทางใหม่

จากเดิมที่จะต้องขนส่งผ่านเส้นทางรถยนต์หรือทางแม่น้ำโขงเพียงอย่างเดียว โดยปรากฏการณ์สินค้าผักจากคุนหมิงมาถึง “ตลาดไท” ด้วยการใช้เวลาไม่เกิน 2 วัน ได้สร้างความกังวลให้กับเกษตรกรไทย รวมถึงผู้ประกอบการ หากจะใช้เส้นทางรถไฟจีน-ลาวขนส่งสินค้าประเภทอื่น ๆ ข้ามแดนเข้ามาด้วย

ล่าสุดมีรายงานเข้ามาว่า สปป.ลาวเริ่มที่จะวางแผนก่อสร้างทางรถไฟเชื่อมต่อไปยังท่าเรือในเวียดนามเพื่อขยายเส้นทางออกทะเล จากเดิมที่จะต้องพึ่งพาท่าเรือแหลมฉบังแห่งเดียว จนกลายเป็นระบบโครงข่ายโลจิสติกส์เชื่อมโยงจีน-ลาว-เวียดนามที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะส่งผลกระทบต่อการค้าไทยในที่สุด

ขนผักล่าช้าด่านลาวติดขัด

“ประชาชาติธุรกิจ” ส่งทีมลงพื้นที่ “ตลาดไท” ซึ่งเป็นตลาดศูนย์กลางการค้าส่ง-ค้าปลีกผักสดและผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่จังหวัดปทุมธานี โดยพ่อค้า-แม่ค้าหลายรายกล่าวตรงกันว่า หลังจากรถไฟจีน-ลาวเปิดให้บริการ มีแนวโน้มในอนาคตจะมีผัก-ผลไม้จากจีนทะลักเข้ามาในประเทศไทยแน่นอน และจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการผักผลไม้ไทยในอนาคต

นายประหยัด เจริญ เจ้าของร้านผักสดสันกำแพง ร้านขายผักเมืองหนาวในตลาดไท กล่าวว่า โดยปกติตลาดผักในตลาดไทจะมีมาจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจีน-เวียดนาม แบ่งออกเป็นโซนตามความต้องการของผู้บริโภค

โดยผักเมืองหนาวส่วนใหญ่มักจะมาจากประเทศจีนเป็นหลัก แต่ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน การนำเข้าผักจากจีนราคาพุ่งสูงเกือบเท่าตัว เช่น บล็อกโคลีจากราคา 60 บาท/กก. พุ่งขึ้นเป็น 170 บาท/กก., ผักกาดแก้วปกติราคา 60-70 บาท/กก. เป็น 160 บาท/กก., ผักสลัดราคาปกติ 80-90 บาท/กก. ราคาเพิ่มขึ้นเป็น 100 บาท/กก. แต่ผักบางประเภทอย่างเห็ดเข็มทอง-เห็นออรินจิ กลับมีราคาถูกลงอยู่ที่ 50 บาท/กก.

“แต่ตอนนี้ผักจีนที่เข้ามามีต้นทุนค่อนข้างสูงจากค่าขนส่ง แม้จะมีการนำเข้าผักผ่านทางรถไฟจีน-ลาวที่ช่วยร่นระยะเวลาการเดินทางไม่เกิน 3 วัน แต่เกิดความล่าช้าที่ด่านฝั่งลาว จากใช้เวลาไม่เกิน 3 วันกลายเป็น 10-15 วัน ทำให้ผักจีนแพงขึ้น” นายประหยัดกล่าว

ประกอบกับผักเมืองหนาวของประเทศไทยมีผลผลิตค่อนข้างน้อย ทั้งยังปลูกได้น้อยตามสภาพภูมิอากาศของประเทศ ทำให้ต้องอาศัยผลผลิตผักจีน ดังนั้นแนวโน้มในอนาคตคาดว่าผักจีนจะเข้ามาตีตลาดไทย มากขึ้นอย่างแน่นอน

ส่วนแม่ค้าแผงผักพื้นบ้าน กล่าวว่า ผักไทยส่วนใหญ่จะมีราคาตามฤดูกาล ยกขายเป็นถุง 15-20 กก.แล้วแต่ประเภทผักแต่ละชนิด ล้วนมาจากในประเทศทั้งหมด เช่น ราชบุรี, กำแพงเพชร, เชียงใหม่ อย่างพริกเฉลี่ยราคา 50-120 บาท/กิโลกรัม ก็มีราคาใกล้เคียงกันตามเกรด “ตอนนี้ยังไม่เห็นผลผลิตจากต่างประเทศเข้ามาในโซนผักพื้นบ้านเท่าไหร่”

ผลไม้จีนครองตลาดช่วงเทศกาล

ด้านพ่อค้าร้านขายหัวหอมรายใหญ่ กล่าวว่า สถานการณ์โดยภาพรวมตลอดปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน “ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก” ตลาดหัวหอมในตลาดไทจะมีผลผลิตจากจีนเข้ามาทุกปี โดยเฉพาะช่วงฤดูกาลที่สินค้าไทยขาดตลาด อย่างหัวหอมใหญ่จะอยู่ที่ 35 บาท/กก. หอมแดง 45 บาท/กก. ราคาทั้งหอมไทยและจีนจะไม่ต่างกันมากนัก เมื่อถึงฤดูกาลหากมีสินค้าไทยสินค้าจากจีนก็จะเข้ามาน้อย

สำหรับตลาดผลไม้ ผู้ประกอบการค้าร้านเฉลิมชัย แอปเปิล ผลไม้ และผลไม้ต่างประเทศทุกชนิด กล่าวว่า ตลาดผลไม้ต่างประเทศค่อนข้างคึกคัก ช่วงนี้มีผลไม้จีนทะลักเข้ามาในไทยเป็นจำนวนมาก ทั้งยังตรงกับช่วงเทศกาลปีใหม่พอดี รวมถึงอยู่ในช่วงรอยต่อเดือนกุมภาพันธ์ที่เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วย

“ผลไม้ที่ขายดีในช่วงนี้คือ ส้ม เนื่องจากมีการตีแบรนด์มาจากต้นทาง ลูกค้าส่วนใหญ่จึงให้ความสนใจซื้อไปรับประทาน สินค้าค่อนข้างขาดตลาด ส่วนผลไม้ชนิดอื่นก็มีเข้ามาให้เลือกซื้อกันอย่างคึกคักยิ่งช่วงนี้รถไฟจีน-ลาวเปิดให้บริการ คาดว่าในอนาคตจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยมาก เพราะพืชผัก ผลไม้ จะทะลักเข้ามาในประเทศเป็นจำนวนมาก ด้วยราคาก็ไม่ต่างกันกับผลไม้ไทยเลย พ่อค้าแม่ค้าคนจีนที่อยู่ในไทยก็ค่อนข้างเยอะ การสวมสิทธิเป็นผลไม้ไทยเพื่อการส่งออกก็น่าจะเพิ่มมากขึ้น และจะส่งผลกระทบให้ตลาดผลไม้ไทยแย่ลง”

จีนแค่ทดลองนำเข้า 33 ตู้

พ.ต.อ.ณรัชต์พล เลิศรัชตะปภัสร์ นายด่านศุลกากรหนองคาย กล่าวว่า หลังจากมีการเปิดให้บริการรถไฟจีน-ลาวอย่างเป็นทางการปรากฏ มีการทดลองนำเข้าผักผ่านทางรถไฟสายนี้เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 จำนวน 33 ตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวเท่านั้น

เพราะจนถึงวันนี้ยังไม่มีการนำเข้าผักและผลไม้ผ่านทางรถไฟเข้ามาอีก เนื่องจากสถานีรถไฟของจีนและ สปป.ลาวยังไม่มีความพร้อมในการให้บริการมากนัก ประกอบกับรูปแบบการขนส่งผักที่เข้ามาตามเส้นทางรถไฟจีน-ลาวยังไม่มีการเชื่อมต่อกับฝั่งไทย

ดังนั้นผักที่นำเข้ามาจะต้องลงรถไฟที่สถานีเวียงจันทน์ หลังจากนั้นจะนำขึ้นรถบรรทุกวิ่งข้ามด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ส่วนวันที่ 15 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมาก็มีการนำเข้าดอกไม้ แต่มีปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“เป็นความตื่นตระหนักและเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกันมากกว่าว่า จะมีผักจากจีนทะลักเข้ามา เพราะตอนนี้ทดลองเข้ามาครั้งเดียว ยังไม่มีเข้ามาอีก สินค้าผักผลไม้ที่มาจากจีนเพื่อส่งไปที่ตลาดไทก็ยังไม่ได้รับแจ้งว่าจะมีการนำเข้ามา” พ.ต.อ.ณรัชต์พลกล่าว

ด้าน นายอภิวัฒน์ สุขพันธ์ ผู้อำนวยการสายงานบริหารพื้นที่ บริษัท ดอนเมืองพัฒนา จำกัด ผู้บริหารตลาดสี่มุมเมือง จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ที่ผ่านมาตลาดสี่มุมเมืองจะนำเข้าเฉพาะผักจากจีน ซึ่งปัจจุบันเท่าที่ติดตามตัวเลขนำเข้าก็ยังมีปริมาณปกติประมาณวันละ 30 ตู้คอนเทนเนอร์ ด้านภาวะราคาก็ยังปกติเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา

แผนเชื่อมท่าเรือเวียดนาม

ดร.จตุรงค์ บุนนาค ประธานสภาธุรกิจไทย-ลาว กล่าวว่า รัฐบาล สปป.ลาวกำลังพัฒนาระบบสาธารณูปโภคฝั่ง “ท่าบก-ท่านาแล้ง” ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับจังหวัดหนองคายอย่างมาก โดยเฉพาะการเตรียมขยายเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อรถไฟจีน-ลาวจากสถานีท่านาแล้ง (เวียงจันทน์) ไปสู่ “ท่าเรือหวุ่นอ๊าง”ประเทศเวียดนาม เพื่อเพิ่มช่องทางการส่งออกสินค้าทางทะเล จากเดิมที่สินค้าจากลาวจะต้องพึ่งพาการส่งผ่านมายังท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อหาทางไปออกทะเล

“ตอนนี้ลาวได้ทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างทางรถไฟไปยังเวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2568 แต่ถ้าจีนร่วมลงทุนในเส้นทางนี้ด้วยก็จะเร็วขึ้น”

ในขณะที่ยังไม่มีทางรถไฟก็สามารถใช้รถบรรทุกขนส่งเพื่อไปลงเรือทางด้านเวียดนามได้ แม้ตอนนี้ท่าเรือหวุ่นอ๊างสร้างเสร็จแล้ว แต่ก็ยังไม่เท่ากับที่แหลมฉบัง แต่การส่งผ่านท่าเรือนี้จะช่วยเปิดเส้นทางขนสินค้าไปยังตลาดญี่ปุ่น-อินโดนีเซีย-สหรัฐได้ จากปัจจุบันใช้เป็นเส้นทางการขนส่งแร่โพแทช

ไทยขาดดุล 6,000 ล้านบาท

ด้าน รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากรถไฟจีน-ลาวเริ่มใช้เต็มรูปแบบในปี 2565 ประเทศไทยมีโอกาสจะ “ขาดดุลการค้ากับจีน” มากขึ้น ประมาณปีละ 6,000 ล้านบาท จากปกติที่ส่งออกไปจีนเฉลี่ย 13,000 ล้านบาท และนำเข้า 19,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มที่ไทยจะขาดดุลให้กับญี่ปุ่น-เวียดนามมากขึ้นอีก หลังจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภูมิภาค (RCEP) มีผลบังคับใช้ปี 2565 อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในอีก 1-2 ปีนี้ จีนได้วางเป้าให้ลาวเป็น “ศูนย์กลางการผลิตสินค้าในอาเซียน” เพื่อส่งออกไปขายทั่วโลก เพราะการเชื่อมต่อเส้นทางโลจิสติกส์จากจีนไปลาว และเชื่อมต่อไปท่าเรือหวุ่นอ๊าง จังหวัดฮ่างติง ประเทศเวียดนาม

รวมถึงการเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟจากลาวใต้ไปยังกัมพูชาอีกเส้นหนึ่งที่จะสร้างใน 4-5 ปีข้างหน้า ทำให้เกิดได้เปรียบซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนที่จะเข้าไปใช้ประโยชน์ในเส้นทางนี้และใช้วัตถุดิบจากลาวในการผลิต โดยเฉพาะการลงทุนในด้านโลจิสติกส์จะเข้าไปก่อน

ตามด้วยเกษตรแปรรูปเพื่อใช้วัตถุดิบลาวแปรรูปในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ซึ่งขณะนี้นักลงทุนจีนขยายการลงทุนเข้าไปในลาวมากเป็นอันดับ 1 ส่วนไทยเป็นอันดับ 2 แต่ในอนาคตมีแนวโน้มว่านักลงทุนจากเวียดนามจะเข้าไปลงทุนในลาวมากขึ้นจนแซงหน้านักลงทุนไทยในที่สุด

“การใช้เส้นทางรถไฟจะทำให้ต้นทุนการขนส่งเฉลี่ย กก.ละ 3 บาท เทียบกับการขนส่งทางเรือ กก.ละ 22-25 บาท และการขนส่งรถบรรทุก กก.ละ 26-29 บาท ทั้งยังใช้ระยะเวลาสั้นกว่ามากเพียงไม่ถึง 2 วันเท่านั้น” รศ.ดร.อัทธ์กล่าว

บายพาสผ่านประเทศไทย

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การพัฒนาเส้นทางรถไฟจีน-ลาวจะเป็นไปตามนโยบายเส้นทางสายไหม BRI ของจีน ที่จะนำสินค้าจีนขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนแน่นอน

เพราะไม่ใช่แค่จะมีเส้นทางโลจิสติกส์ที่สะดวก แต่การตั้งฐานการผลิตสินค้าที่ลาวจะให้ “แต้มต่อ” ด้านสิทธิประโยชน์ในด้านภาษี โดยเฉพาะการส่งออกไปยังสหภาพยุโรป ซึ่ง สปป.ลาวยังได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ขณะที่ไทยถูกตัด GSP ไปนานแล้ว และลาวยังมีวัตถุดิบ-ค่าแรงงานขั้นต่ำที่ถูกกว่า

หากลาวมีการเชื่อมโยงการผลิตกับเวียดนามก็จะยิ่งทวีความได้เปรียบ เพราะเวียดนามมีข้อตกลงเขตการค้าเสรีจำนวนมากถึง 53 ประเทศ ขณะที่ไทยมี FTA กับประเทศต่าง ๆ เพียง 17-18 ประเทศเท่านั้น

“การค้าชายแดนจากลาวมาไทยแต่ละปีสูงมาก เพราะพ่วงการนำเข้า-ส่งออกสินค้าที่ผ่านแดนมาจากเวียดนามเข้ามาด้วย แต่พอมีเส้นทางโลจิสติกส์เชื่อมจีน-ลาว-เวียดนาม เขาอาจจะบายพาสข้ามประเทศไทยไปเลย ส่วนการลงทุนก็เช่นกันเมื่อไม่ได้ผ่านไทยก็ไม่ได้เข้ามาลงทุน  เพราะไทยไม่ได้อยู่ในจุดที่เป็นฮับ เส้นทางรถไฟจีน-ลาว-เวียดนาม จะเป็นการลดทอนความสำคัญของไทยลง ประเด็นนี้ ส.อ.ท.ก็จะหยิบยกไปหารือในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ในรอบต่อไปประมาณปลายเดือนนี้” นายเกรียงไกรกล่าว

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...