โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

ลูกอ่านหนังสือไม่ออก : 5 เคล็ด (ไม่) ลับ ช่วยสอนให้ลูกอ่านหนังสือดีขึ้น

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2565 เวลา 15.31 น. • Features

ฟัง พูด อ่าน เขียน เป็นทักษะด้านภาษาและการสื่อสารที่คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกได้เรียนรู้ตามช่วงวัยที่เหมาะสม โดยเฉพาะการอ่านและเขียน ที่หลายครอบครัวต้องการให้ลูกอ่านออกเขียนได้ให้เร็วที่สุดแต่ความจริงแล้ว ปัญหา ลูกอ่านหนังสือไม่ออก ไม่ใช่เรื่องน่าหนักใจสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัยอนุบาล ดังที่ผู้เชี่ยวชาญเห็นพ้องต้องกันว่า เด็กๆ ควรจะอ่านหนังสือได้อย่างคล่องแคล่ว เมื่อเริ่มเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 นั่นหมายความว่า คุณพ่อคุณแม่มีเวลาค่อยๆ ฝึกทักษะการอ่านให้กับลูกได้จนถึงช่วงวัย 7-8 ปี เลยทีเดียวSteve Truch ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ The Reading Foundation (องค์กรที่ดำเนินโครงการเพื่อนักเรียนที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้) กล่าวว่า ช่วงวัย 7-8 ปี ของลูกถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง หากถึงตอนนั้น คุณพ่อคุณแม่ยังพบปัญหา ลูกอ่านหนังสือไม่ออก นั่นแหละ คือเวลาที่จะต้องหันมาแก้ปัญหาการอ่านให้ลูกอย่างจริงจังได้Timothy Shanahan ผู้เชี่ยวชาญด้านทักษะการอ่าน กล่าวว่า การอ่านมีผลต่อการเรียนและความสำเร็จของชีวิตในภายภาคหน้า มีวิจัยชิ้นหนึ่งพูดถึงความสำคัญของการอ่านเอาไว้ว่า ‘ทักษะการอ่านของเด็ก 7 ขวบ สามารถทำนายรายได้ของเด็กคนนี้ในอีก 35 ปีข้างหน้าได้’จึงไม่น่าแปลกใจที่คุณพ่อคุณแม่ส่วนมาก มักมีความกังวลใจเกี่ยวกับทักษะการอ่านของลูก จนบางครั้งต้องใช้การบังคับให้ลูกฝึกอ่านหนังสือ เพราะคาดหวังผลลัพธ์ที่รวดเร็วแต่จะดีกว่าไหม ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีวิธีที่จะช่วยสอนให้ลูกอ่านหนังสือดีขึ้นได้ โดยไม่ต้องบังคับฝืนใจลูกอีกต่อไป1. อ่านหนังสือให้ลูกฟัง

การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง เป็นวิธีที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้ง่ายและมีประโยชน์กับลูกมาก เพราะนอกจากจะทำให้การอ่านเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขสำหรับลูกแล้ว ลูกยังจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ จากหนังสือ ไปพร้อมกับเห็นภาพและจดจำลักษณะของคำที่คุณพ่อคุณแม่อ่านให้ฟังบ่อยๆ ได้อีกด้วยเทคนิคในการอ่านหนังสือให้ลูกฟังก็คือ คุณพ่อคุณแม่ควรอ่านออกเสียงให้ชัดเจนทุกคำ และอธิบายความหมายของคำใหม่ๆ ที่ลูกไม่เคยเห็นหรือเคยได้ยินมาก่อนให้ลูกเข้าใจด้วย2. ชวนลูกพูดคุยบ่อยๆ

การอ่านเป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับภาษาและการสื่อสาร ส่วนการฝึกให้ลูกสื่อสารด้วยการพูดคุยและรับฟังบ่อยๆ ก็ช่วยให้ลูกมีพัฒนาการและทักษะภาษาดีขึ้นได้การพูดคุยกับลูก โดยเฉพาะบทสนทนาที่มีรูปประโยคสมบูรณ์ ไม่ซับซ้อน และเข้าใจง่าย เช่น ครอบครัวของเรามี 5 คน มีพ่อ มีแม่ มีพี่ๆ ของลูกสองคน และลูกเป็นคนที่ 5 จะช่วยให้ลูกคุ้นเคยกับการใช้คำพูดเพื่ออธิบายสิ่งต่างๆ ได้ดี ส่งผลให้ลูกสามารถเข้าใจประโยคหรือข้อความในหนังสือได้ดีขึ้นอีกด้วย3. ชวนลูกหัดเขียนตามสิ่งที่พูด

คุณพ่อคุณแม่สามารถเพิ่มทักษะการอ่านให้ลูกได้ด้วยการเขียน เช่น ลองให้ลูกพูดชื่อสิ่งของที่ต้องการและเขียนชื่อสิ่งนั้นลงในกระดาษ โดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยช่วยแนะนำและแก้ไขให้ถูกต้องเพราะการเขียน จะช่วยให้ลูกจดจำคำนั้นๆ ได้ดียิ่งขึ้น และเมื่อลูกเห็นคำที่ตัวเองเคยเขียนอยู่ในหนังสือเล่มไหน ก็จะสามารถอ่านออกมาด้วยความมั่นใจได้4. การอ่านคือการเล่นสนุก

หากถูกบังคับให้อ่านหนังสือ ลูกก็จะรู้สึกว่าการอ่านหนังสือเป็นเรื่องยากและน่าเบื่อเกินไป ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรบังคับ หรือใช้การอ่านหนังสือเป็นวิธีลงโทษลูก แต่ควรทำให้ลูกรู้สึกว่าการอ่าานเป็นเรื่องสนุก โดยเริ่มจากการเลือกหนังสือที่ลูกสนใจ ภาพสวย เนื้อหาสนุกสนาน หรือจะเป็นหนังสือที่มีฟังก์ชั่นเพิ่มเติม เช่น หนังสือนิทานป็อปอัพ หนังสือเสียง หนังสือที่มีเพลงประกอบ ก็จะช่วยให้ลูกรู้สึกตื่นเต้นไปกับการอ่านหนังสือมากยิ่งขึ้น5. ทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน

การสร้างบรรยากาศการอ่านให้เกิดขึ้นภายในบ้านเป็นเรื่องสำคัญ เช่น คุณพ่อคุณแม่อ่านหนังสือให้ลูกเห็นเป็นประจำ และแบ่งเวลาให้กับการอ่านหนังสือให้ลูกฟังเสมอแต่ถึงอย่างนั้น คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรกดดันหรือบังคับให้ลูกอ่านหนังสือตลอดเวลา จนพลาดโอกาสที่จะได้ออกไปวิ่งเล่นสนุกนอกบ้าน เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกว่าการอ่านหนังสือ เป็นกิจกรรมที่น่าเบื่อหน่ายและรบกวนเวลาที่ควรได้ออกไปเล่นสนุกมากกว่าค่ะ6 เทคนิค ชวนลูกอ่านหนังสืออย่างไร ให้ลูกรักการอ่านมากขึ้นอ้างอิงReading Rockets

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...