แม่ร้องฝากลูกเลี้ยงที่เนิร์สเซอรี่ พบตัวเขียว หยุดหายใจ อาการโคม่า
แม่ร้อง ‘สายไหมต้องรอด’ ลูกชายวัยเกือบ 2 ขวบ ตกอยู่ในภาวะโคม่า หลังพาส่งเนิร์สเซอรี่ฝากเลี้ยงช่วงกลางวัน แล้วครูพี่เลี้ยงแจ้งน้องหยุดหายใจเพราะน้องเอาผ้ามาปิดจมูกตัวเอง พอขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดกลับบอกกล้องเสีย ทั้งที่ก่อนพาไปฝากตรวจดูแล้วว่าที่นี่มีกล้อง ตรวจสอบเด็กระหว่างวันได้ จึงวางใจฝากเลี้ยง
วันที่ 21 ม.ค. 66 แม่น้องกุน เด็กชายวัย 1 ขวบ 11 เดือน เข้าขอความช่วนเหลือกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังเคยแจ้งความกับตำรวจ สน.หนองจอก เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา จากกรณีที่น้องกุนมีอาการโคม่าจากการขาดอากาศหายใจ ภายหลังฝากเลี้ยงที่เนิร์สเซอรี่แห่งหนึ่งย่านหนองจอก โดยครูพี่เลี้ยงได้แจ้งกับผู้ปกครองว่า น้องกุนขาดอากาศหายใจเนื่องเอาผ้าปิดจมูก
แม่น้องกุนน้องตั้งข้อสังเกตว่า ผ้าที่ครูกล่าวอ้างเป็นผ้าที่บางและเป็นผ้าประจำตัวน้อง ไม่น่าจะถึงขั้นปิดหน้าจนขาดอากาศหายใจได้ อีกทั้งน้องกุนมีอายุเกือบสองขวบ โดยปกติหากหายใจไม่ออกต้องมีการดิ้นทุรนทุราย เหตุใดครูที่เนิร์สเซอรีถึงไม่ทราบ
นอกจากนี้ ประเด็นกล้องวงจรปิดภายในเนอสเซอรีก็เป็นประเด็นข้อสงสัย โดยตอนที่ติดต่อทางเนิร์สเซอรีก็บอกว่ามีกล้องวงจรปิดตรวจสอบได้ แต่พอเกิดเหตุการณ์นี้กลับแจ้งว่ากล้องมีปัญหา ทั้งไม่มีการ์ด ไม่มีอินเทอร์เน็ต จนทำให้กล้องวงจรปิดใช้งานไม่ได้ จึงกลายเป็นประเด็นข้อสงสัย ซึ่งทางเนิร์สเซอรีติดต่อมาหาผู้ปกครองแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาล และไม่ติดต่ออีกเลย จึงอยากตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด เพราะเชื่อมั่นว่าน้องกุนไม่ได้ถูกทำร้าย แค่สงสัยว่า ณ ขณะนั้น ครูพี่เลี้ยงทำอะไรอยู่ แต่กลับได้คำตอบดังกล่าวว่ากล้องเสีย ทำให้เสียความรู้สึกและติดใจสงสัย
นอกจากนี้อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของเนิร์สเซอรี พร้อมฝากกรณีของลูกตนเองเป็นอุทาหรณ์แก่เนิร์สเซอรีอื่น ๆ ด้วยให้ระมัดระวังเด็กในปกครองของตนไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้
อย่างไรก็ตาม แม่น้องกุนได้ขอความเมตตาแก่แพทย์ที่มีความเขี่ยวชาญ ช่วยแนะแนวทางวิธีการรักษาลูกของตนด้วย ตนมีลูกแค่คนเดียวและกว่าจะมีลูกคนนี้ได้ต้องเตรียมความพร้อมทางร่างกายกว่า 2 เดือน เพราะตนเป็นคนที่มีร่างกายไม่พร้อมและมีบุตรยาก
ติดตามเพจข่าวเวิร์คพอยท์23 ที่ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint