โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ประหารชีวิต! คดีที่ 8 “แอม ไซยาไนด์” ลวงฆ่า “จุ๋ม จันทรรัตน์” ล้างหนี้เงินกู้ พร้อมสั่งชดใช้ 6 หมื่นพร้อมดอกเบี้ย

สยามรัฐ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศาลอาญามีคำพิพากษาประหารชีวิต “แอม ไซยาไนด์” ในคดีที่ 8 หลังพยานหลักฐานมัดแน่น พฤติการณ์นัดผู้ตายมาเจอลวงส่งยาอ้างรักษาลองโควิด แต่ผสมสารพิษไซยาไนด์เพื่อล้างหนี้สิน สั่งชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้สามีผู้ตาย 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 22 กันยายน 2569 ณ ห้องพิจารณา 712 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ 856/2568 ซึ่งเป็นคดีที่ 8 ของ นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ “แอม ไซยาไนด์” อายุ 39 ปี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแก่การกระทำผิดอื่น และปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภคบริโภคจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2565 นางจันทรรัตน์ วงศ์ไกรสิน หรือ "จุ๋ม" อายุ 43 ปี ได้ออกไปพบจำเลยที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใกล้บ้านในจังหวัดเพชรบุรี หลังจากโอนเงินร่วมทุนปล่อยเงินกู้ให้จำเลยจำนวน 70,000 บาท และจำเลยยืมเงินส่วนตัวแยกต่างหากอีก 26,800 บาท

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานพบว่า จำเลยได้สั่งซื้อสารไซยาไนด์จำนวน 1 กระปุก เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2565 มีไฟล์เสียงและแชตหลักฐานชี้ว่า เดิมทีจำเลยนัดคืนเงินในวันที่ 12 สิงหาคม 2565 แต่ขอเลื่อนเป็นวันที่ 15 สิงหาคม แทน เนื่องจากเห็นว่าวันหยุดมีสามีและลูกของผู้ตายอยู่ที่บ้าน จึงเลื่อนนัดไปพบที่ปั๊มน้ำมันเพื่อไม่ให้มีพยานรู้เห็น จำเลยอ้างว่าจะนำเงินพร้อมดอกเบี้ยมาคืน และจะนำ "ยาแก้อาการลองโควิด" มามอบให้ผู้ตาย

หลังกลับจากพบจำเลย ผู้ตายเกิดอาการหมดสติที่บ้านพัก สามีจึงเร่งนำส่งโรงพยาบาลชะอำและเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการตรวจทางนิติเวชและผลเจาะเลือดพบค่ากรดสูงในตับจากการอักเสบ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ร่างกายผู้ตายขาดออกซิเจนอย่างหนักในลักษณะเดียวกับผู้ได้รับสารพิษไซยาไนด์ปริมาณมาก
แม้คดีนี้จะไม่มีประจักษ์พยานเห็นขณะจำเลยผสมสารพิษให้ผู้ตายกิน แต่ศาลชี้ว่าจำเลยย่อมหาทางปกปิดไม่ให้ผู้อื่นรู้เห็น ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์ในคดีอื่น ๆ ของจำเลย พบรูปแบบการกระทำผิดที่คล้ายคลึงกันอย่างชัดเจน คือ นัดพบ มอบอาหาร เครื่องดื่ม หรือยาให้ จากนั้นผู้เสียหายจะมีอาการพิษไซยาไนด์
พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัย ส่วนพยานของจำเลยเป็นการเบิกความลอย ๆ ไม่สามารถหักล้างได้ ศาลจึงพิพากษาให้ลงโทษ ประหารชีวิต (ซึ่งเป็นบทลงโทษสูงสุด จึงไม่อาจนับโทษต่อจากคดีอื่นได้) พร้อมให้จำเลยชำระเงินสินไหมทดแทนแก่สามีผู้ตายจำนวน 60,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2565 เป็นต้นไป

ภายหลังฟังคำพิพากษา นายไชยา คุ้มอ่ำ ทนายความของจำเลย เปิดเผยว่า เตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อ เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานฝั่งจำเลย เช่น รายการเดินบัญชีและข้อมูลในโทรศัพท์ ไม่ถูกนำขึ้นสู่การพิจารณาในชั้นศาล อีกทั้งสารไซยาไนด์ที่จำเลยครอบครองมีเพียงกระปุกเดียว และไม่พบรอยนิ้วมือเชื่อมโยงโดยตรง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจำเลยมีความสำนึกผิดหรือไม่ ทนายความระบุว่า “แอมปฏิเสธมาตั้งแต่แรก จึงไม่จำเป็นต้องสำนึกผิด แม้ศาลจะมีคำสั่งประหารชีวิต แต่แอมยังยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ทำผิด และพร้อมยอมตาย” เช่นเดียวกับ น.ส.ธันย์ชยา เอกสุวรรณรัตน์ (ทนายพัช) ที่ยืนยันว่าจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาและขอให้สู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป

ปัจจุบันศาลได้มีคำพิพากษาคดีของแอม ไซยาไนด์ ไปแล้วทั้งหมด 8 คดี จากทั้งหมด 15 คดี (แบ่งเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่น 14 คดี และพยายามฆ่าผู้อื่น 1 คดี) โดยมีผลคำพิพากษาดังนี้ ประหารชีวิต: 3 คดี จำคุกตลอดชีวิต 2 คดี ยกฟ้อง 3 คดี

สำหรับคดีถัดไป ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งเป็นคดีความผิดฐานพยายามฆ่า น.ส.กานติมา แพสะอาด

#แอมไซยาไนด์ #ประหารชีวิต #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวด่วน #ศาลอาญา #คดีแอมไซยาไนด์ #ศาลตัดสินประหาร #ไซยาไนด์ #ล้างหนี้ #ข่าวกระแส #ยุติธรรม #ข่าววันนี้ #จุ๋มจันทรรัตน์ #อุทธรณ์คดี #พิพากษาประหาร

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...