‘เครือข่ายผู้เอาประกันภัยโควิด-19’ ร้อง ‘กมธ.การเงินฯ’ แก้ปัญหา กปว.ค้างจ่ายเงินเยียวยา 6.6 หมื่นล้าน
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่รัฐสภา นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมด้วย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมรับยื่นหนังสือจากตัวแทนเครือข่ายผู้เอาประกันภัยและเจ้าหนี้ผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีบริษัทประกันวินาศภัยถูกเพิกถอนใบอนุญาต
โดยการยื่นหนังสือในครั้งนี้ กลุ่มผู้เอาประกันภัยโควิด-19 ได้รวบรวมรายชื่อผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนทั้งสิ้น 10,121 รายชื่อ เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบการละเมิดสิทธิผู้บริโภค พร้อมเสนอแนวทางเร่งรัดการเยียวยาเจ้าหนี้ผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติหนี้สินของ กองทุนประกันวินาศภัย (กปว.)
ตัวแทนเครือข่ายฯ ระบุว่า ต้องการใช้โอกาสนี้สะท้อนข้อเท็จจริง ปัญหาเชิงโครงสร้าง ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน ตลอดจนข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขวิกฤติการเยียวยาผู้เอาประกันภัยที่ยังคงตกค้างอยู่ในระบบเป็นจำนวนมาก ตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 79 ได้กำหนดให้จัดตั้ง "กองทุนประกันวินาศภัย" (กปว.) ขึ้น เพื่อคุ้มครองเจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัยในกรณีที่บริษัทประกันวินาศภัยถูกเพิกถอนใบอนุญาต โดยกำหนดวงเงินคุ้มครองไม่เกินรายละ 1,000,000 บาท ซึ่งมีเจตนารมณ์เพื่อสร้างหลักประกันแก่ประชาชน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจรวมถึงระบบประกันภัยของประเทศ
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการพิจารณาคำทวงหนี้ของ กปว. ในกรณีบริษัทประกันวินาศภัยที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจำนวน 7 แห่ง พบว่าปัจจุบันมีคำทวงหนี้รวมทั้งสิ้น 959,293 เรื่อง คิดเป็นภาระหนี้รวมกว่า 80,466 ล้านบาท โดยในจำนวนดังกล่าว เป็นคำทวงหนี้ที่อยู่ระหว่างรอการชำระเงินและรอการตรวจสอบรวมถึง 741,456 เรื่อง คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 66,239 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนจำนวนมหาศาลยังไม่สามารถเข้าถึงการเยียวยาตามสิทธิที่กฎหมายกำหนดไว้ได้
ขณะที่รายได้หลักของกองทุนประกันวินาศภัย มาจากการจัดเก็บเงินสมทบจากบริษัทประกันภัยตามมาตรา 80 (3) ซึ่งปัจจุบันมีการจัดเก็บเต็มเพดานตามอัตราร้อยละ 0.5 แล้ว แต่ทำให้ กปว. มีรายได้เข้ามาเพียงปีละประมาณ 1,000-1,600 ล้านบาท เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับภาระหนี้สะสมกว่า 6.6 หมื่นล้านบาท ทางเครือข่ายฯ จึงเรียกร้องให้ทาง กมธ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของกองทุนฯ เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด
ด้านนายอรรถวิชช์ กล่าวว่า จะรับเรื่องนี้ไว้และจะช่วยแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ และนำเข้าสู่การพิจารณาของ กมธ.การเงินฯ ต่อไป