โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธนาธรชี้ หากพรรคส้มยังเดินหน้าได้ ก็ไม่คิดหวนคืนการเมือง ประสานเสียงอภิสิทธิ์ ยังไม่ประเมินจับขั้วรัฐบาลส้ม-ฟ้า

THE STANDARD

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ธนาธรชี้ หากพรรคส้มยังเดินหน้าได้ ก็ไม่คิดหวนคืนการเมือง ประสานเสียงอภิสิทธิ์ ยังไม่ประเมินจับขั้วรัฐบาลส้ม-ฟ้า

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประสานเสียงบอกยังเร็วเกินไปที่จะประเมินการจับมือทางการเมืองระหว่างพรรคในอนาคต พร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหาคอร์รัปชันและการเมืองไทย โดยย้ำว่าจุดเริ่มต้นต้องมาจากการไม่ซื้อเสียงและการแก้ไขระบบอุปถัมภ์ ขณะที่ธนาธรระบุพร้อมกลับเข้าสู่การเมืองหากพรรคเผชิญวิกฤต แต่หากพรรคประชาชนเดินหน้าได้ดีก็ไม่มีความคิดที่จะกลับมา

ประเด็นสำคัญ

  • ▪️อนาคตการเมือง ‘ส้ม-ฟ้า’ จับขั้ว
  • ▪️การหวนคืนเวทีการเมืองของธนาธร
  • ▪️เสนอแนวทางปราบทุนเทาโยงการเมือง

ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในช่วงการถามตอบของงานเสวนา ‘เหลียวหลัง แลหน้า วาดอนาคตประเทศไทย’ จัดโดยสำนักข่าวไทยโพสต์ ซึ่งมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ รศ.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

▪️อนาคตการเมือง ‘ส้ม-ฟ้า’ จับขั้ว

เมื่อถูกตั้งคำถามถึงโอกาสที่อดีตพรรคสีส้มและพรรคสีฟ้าจะจับมือกันในการเลือกตั้งครั้งหน้า ธนาธรกล่าวว่า ขณะนี้อาจจะยังเร็วเกินไปที่จะกล่าวถึง แม้ตนจะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์โดยตรง แต่ได้รับรายงานจากวิปพรรคประชาชนว่า การทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถทำงานร่วมกันได้ดี

ด้านอภิสิทธิ์ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินเรื่องดังกล่าว พร้อมระบุว่า การทำงานร่วมกันในฐานะฝ่ายค้านเป็นไปอย่างราบรื่นจริง แต่การทำงานในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้านกับการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเป็นคนละโจทย์กัน ซึ่งต้องพิจารณาจากนโยบายและจุดยืนทางการเมือง โดยต้องรอดูสถานการณ์เมื่อการเลือกตั้งมาถึง

▪️การหวนคืนเวทีการเมืองของธนาธร

สำหรับประเด็นการพ้นโทษตัดสิทธิทางการเมืองในปี 2573 และโอกาสในการกลับมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ธนาธรยืนยันว่า หากพรรคประชาชนดำเนินไปในทิศทางที่เหมาะสม ภายใต้การนำของบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและตั้งมั่นในอุดมการณ์ ตนก็ไม่มีความจำเป็นต้องกลับมา

อย่างไรก็ตาม หากพรรคเผชิญสถานการณ์ที่ไม่ดี แกนนำถูกยุบพรรคซ้ำ และยังหาผู้นำที่เหมาะสมไม่ได้ ตนก็พร้อมและไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบที่จะกลับมาช่วยพรรค แต่หากพรรคเดินหน้าไปได้ด้วยดี ตนก็ไม่ได้คิดจะกลับมา

นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงการเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน ธนาธรน้อมรับว่าที่ผ่านมาอาจยังทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ แต่ยืนยันว่าจะเดินหน้าทำงานเพื่อให้ประชาชนให้ความไว้วางใจมากยิ่งขึ้น

▪️เสนอแนวทางปราบทุนเทาโยงการเมือง

ประเด็นเรื่องกลุ่มทุนสีเทาที่มีความเชื่อมโยงกับการเมือง อภิสิทธิ์ระบุว่า เรื่องนี้ยังคงเป็นอันตรายต่อสังคม พร้อมตั้งคำถามถึงหน่วยงานรัฐ ทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รวมถึงบริษัทด้านพลังงานแห่งหนึ่ง ว่าเหตุใดจึงยังไม่เห็นความเอาจริงเอาจังในการจัดการ และหลายครั้งไทยยังต้องรอข้อมูลความเชื่อมโยงจากต่างประเทศ ทั้งที่เป็นการกระทำของคนไทยและเกิดขึ้นในประเทศไทย

ส่วนปัญหาคอร์รัปชันในสังคมไทย ธนาธรแสดงความเห็นว่า การแก้ปัญหาคอร์รัปชันด้วยวิธีการที่ไม่เป็นประชาธิปไตยในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จ หนำซ้ำยังทำให้ปัญหารุนแรงกว่าเดิม แนวทางที่ถูกต้องคือการแก้ปัญหาผ่านระบอบประชาธิปไตย โดยจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือ ‘การไม่ซื้อเสียง’ พร้อมยกตัวอย่าง สส. พรรคอนาคตใหม่ในอดีตที่ใช้เงินหาเสียงเพียง 2-3 แสนบาท ทำให้เมื่อเข้าสภาแล้วไม่มีความจำเป็นต้องถอนทุนคืน ดังนั้น ผู้นำทางการเมืองต้องเอาจริงเอาจังและเริ่มต้นที่ตนเอง

ขณะที่อภิสิทธิ์เสนอว่า การแก้ปัญหาคอร์รัปชันต้องดำเนินการใน 2 ส่วนหลัก ได้แก่

  • การแก้ไขระบบ ไม่สามารถพึ่งพาเพียงตัวผู้นำได้เพียงอย่างเดียว รัฐบาลต้องไม่ใช้ข้อหาคอร์รัปชันเป็นเพียงอาวุธโจมตีฝ่ายตรงข้าม แต่ต้องสร้างระบบเปิดเผยข้อมูล (Open Data) เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบและลดการทุจริตในระดับข้าราชการ รวมถึงต้องตัดวงจรการซื้อเสียงและการใช้ทุนทางการเมือง
  • การปรับเปลี่ยนค่านิยมของสังคม สังคมไทยยังคงยึดติดกับระบบอุปถัมภ์ ความเกรงใจ และเครือข่ายเส้นสาย ทุกคนมักสวมหมวกหลายใบ ทั้งในฐานะเพื่อนและในฐานะผู้รักษาประโยชน์ส่วนรวม แต่มักจะหยิบหมวกมาสวมผิดใบ ทำให้บุคคลที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมากลับถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ช่วยเหลือพวกพ้อง ดังนั้น การแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยการสร้างค่านิยมที่ถูกต้องรองรับ ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีและระบบที่โปร่งใสเข้ามาช่วยรื้อถอนปัญหาเส้นสายและอำนาจนิยมต่อไป

ภาพ:2 ภาพประกบกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...