พิพัฒน์สั่ง 14 จังหวัดใต้ เตรียมรับมรสุมกลางเดือนนี้ บอกไม่มีใครชนะภัยธรรมชาติได้ ชี้มีบทเรียนปี 68 หากฝนตก 2 วันติดต้องอพยพทันที
วันนี้ (6 ตุลาคม) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย และภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้ ครั้งที่ 2/2569 โดยมี วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม
พิพัฒน์ กล่าวถึงการเตรียมพร้อมอพยพประชาชนเพื่อแก้ปัญหาอพยพไม่ทันเวลาจากเหตุน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ครั้งก่อน ว่าตนได้รับมอบหมายดูแล 14 จังหวัดภาคใต้ ทั้งภัยแผ่นดินไหว น้ำท่วม และวาตภัย จึงต้องเตรียมพร้อมรับมรสุมที่จะเคลื่อนลงภาคใต้ช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ การประชุมแบ่งเป็น 2 รอบ ได้แก่ พื้นที่ภาค 8 (ภาคใต้ตอนบน) และพื้นที่ภาค 9 (ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไปถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้) เพื่อลงรายละเอียดตามสั่งการนายกรัฐมนตรี โดยนำบทเรียนจากจังหวัดสงขลาที่ประสบปัญหาหนักที่สุดเมื่อปีที่แล้วมาวางแนวทางประสานงาน
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ทั้ง 14 จังหวัดติดตามพยากรณ์อากาศและปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเก็บบันทึกสถิติปริมาณฝนทุกวันนับตั้งแต่วันนี้ เพื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในการจัดเตรียมเรือท้องแบนและเครื่องสูบน้ำ หากฝนตกติดต่อกัน 1-2 วัน ต้องเตรียมพร้อมอพยพทันที โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง พร้อมกำชับให้แต่ละท้องถิ่นประสานเตรียมสถานที่ศูนย์พักพิง อาหาร ยารักษาโรค และอุปกรณ์ยังชีพให้พร้อม
“เรื่องภัยธรรมชาติ ผมไม่เชื่อว่าใครจะสู้กับภัยธรรมชาติได้ แต่เมื่อเกิดขึ้นและมีการพยากรณ์ล่วงหน้า จะต้องมีการเตรียมพร้อมไว้ให้ได้มากที่สุด ทุกหน่วยงานและผู้บริหารท้องถิ่นทุกแห่ง ต้องประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเตรียมรับภัยฉุกเฉิน” พิพัฒน์กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุซ้ำรอยปี 2568 พิพัฒน์ชี้แจงว่า ภัยธรรมชาติไม่สามารถคาดการณ์ได้ เช่น กรุงเทพมหานคร ฝนตก 2 วัน ปริมาณ 300 มิลลิเมตร ก็เกิดน้ำท่วมแล้ว ซึ่งทุกคนคาดหวังว่าเมืองหลวงจะมีความพร้อมมากกว่าต่างจังหวัด แต่ยังรับไม่ทันเนื่องจากมีพื้นที่กว้าง หากเปรียบเทียบกับอำเภอหาดใหญ่ซึ่งเป็นเพียง 1 อำเภอ ต้องใช้ถึง 50 อำเภอจึงจะเท่ากับกรุงเทพมหานคร ขอย้ำว่าเราเตรียมความพร้อมดีกว่า เพราะไม่กล้าพูดว่าจะป้องกันได้ 100% ไม่กล้าพูดว่าเราสามารถรับได้เต็ม 100% แต่ต้องพยายามป้องกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดจัดตั้งบ้านพี่เลี้ยงในแต่ละท้องถิ่น โดยให้บ้านที่สมบูรณ์แข็งแรงเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลบ้านเรือนรอบข้าง 5-10 หลัง พร้อมสนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อแจกจ่ายกันเบื้องต้น ในกรณีที่หน่วยงานรัฐยังเข้าไม่ถึงทุกหลังคาเรือน เพื่อให้สามารถดูแลกันได้ในระยะแรก