โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ธนาคารล้ม" เงินฝากได้คืนครบไหม? เช็กธนาคารที่คุ้มครอง พร้อมวิธีฝากให้ปลอดภัย

sanook.com

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ธนาคารไหนปลอดภัยที่สุด เมื่อธนาคารล้ม? เปิดหลักคุ้มครองเงินฝาก และวิธีฝากให้ได้เงินคืนครบ

ธนาคารไหนปลอดภัยที่สุด เมื่อธนาคารล้ม? เปิดหลักคุ้มครองเงินฝาก และวิธีฝากให้ได้เงินคืนครบ

เงินเก็บที่สะสมมาหลายปี หากวันหนึ่งธนาคารที่ฝากไว้ต้องปิดกิจการ เราจะได้เงินคืนครบหรือไม่? คำถามนี้ทำให้หลายคนอยากรู้ว่า ธนาคารไหนปลอดภัยที่สุด โดยเฉพาะคนที่มีเงินฝากมากกว่า 1 ล้านบาท แต่คำตอบไม่ได้อยู่ที่ชื่อธนาคารเพียงอย่างเดียว เพราะต้องดูทั้งระบบคุ้มครอง ประเภทบัญชี และจำนวนเงินที่ฝากไว้ด้วย

สิ่งที่ประชาชนตรวจสอบได้ชัดเจนคือ เงินฝากของตนมีหลักประกันอะไร และครอบคลุมเท่าไร สำหรับธนาคารในระบบสถาบันคุ้มครองเงินฝาก หรือ DPA กฎหมายกำหนดวงเงินคุ้มครองสูงสุด 1 ล้านบาทต่อผู้ฝากหนึ่งรายต่อสถาบันการเงินหนึ่งแห่ง ส่วนธนาคารเฉพาะกิจของรัฐอยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะ จึงต้องพิจารณาหลักประกันแยกจากระบบ DPA

ธนาคารไหนมีระบบคุ้มครองเงินฝากรองรับ?

ธนาคารที่อยู่ในระบบ DPA มีหลายแห่งที่ประชาชนใช้บริการเป็นประจำ เช่น ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงไทย กรุงศรีอยุธยา และทหารไทยธนชาต รวมถึงทิสโก้ เกียรตินาคินภัทร ซีไอเอ็มบี ไทย ยูโอบี ไทยเครดิต และแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ผู้ฝากสามารถตรวจสอบรายชื่อทั้งหมดได้จากเว็บไซต์ DPA โดยตรง การอยู่ในระบบนี้หมายถึงเงินฝากที่เข้าเงื่อนไขมีความคุ้มครองตามกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าธนาคารจะไม่มีโอกาสประสบปัญหา

คุ้มครอง 1 ล้านบาท นับต่อคนต่อธนาคาร ไม่ใช่ต่อบัญชี

จุดที่มักเข้าใจผิดคือ การเปิดหลายบัญชีในธนาคารเดียวกันแล้วคิดว่าจะได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้น ในความเป็นจริง DPA จะนำยอดเงินฝากของผู้ฝากคนเดียวกัน ทุกบัญชีและทุกสาขาของธนาคารนั้นมารวมกัน รวมเงินต้นและดอกเบี้ย แล้วคำนวณความคุ้มครองภายในวงเงิน 1 ล้านบาท ดังนั้น การเปิดบัญชีออมทรัพย์และบัญชีฝากประจำแยกกันในธนาคารเดียวกัน ไม่ได้เพิ่มวงเงินคุ้มครองเป็น 2 ล้านบาท

  • ฝาก 800,000 บาทในธนาคารเดียว: หากรวมดอกเบี้ยแล้วยังไม่เกิน 1 ล้านบาท และเป็นเงินฝากที่เข้าเงื่อนไข ยอดดังกล่าวอยู่ในวงเงินคุ้มครอง
  • ฝาก 3 ล้านบาทในธนาคารเดียว: วงเงินคุ้มครองจาก DPA สูงสุด 1 ล้านบาท ส่วนเกินต้องรอเฉลี่ยคืนจากการชำระบัญชี
  • ฝากธนาคารเดียวกัน 3 สาขา: ยังคงรวมยอดเพื่อคำนวณภายใต้วงเงินเดียวกัน

ถ้าธนาคารล้ม จะได้เงินคืนเมื่อไร?

กรณีสถาบันการเงินในระบบถูกเพิกถอนใบอนุญาต DPA ระบุว่าจะจ่ายเงินคุ้มครองให้ผู้ฝากภายใน 30 วัน ภายใต้วงเงินและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ส่วนเงินฝากที่เกินวงเงินคุ้มครองจะได้รับการเฉลี่ยคืนจากการชำระบัญชีต่อไป ซึ่งไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะคืนครบทั้งหมด นอกจากนี้ การคำนวณเงินที่จ่ายยังต้องหักหนี้ที่ถึงกำหนดชำระก่อนหรือในวันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องด้วย

แล้วธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธอส. และธนาคารอิสลามฯ ล่ะ?

ทั้ง 4 แห่งเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งเงินฝากไม่ได้อยู่ในระบบคุ้มครองของ DPA จึงไม่ใช้เพดาน 1 ล้านบาทของระบบนี้ สำหรับ ธนาคารออมสิน มีข้อมูลจากธนาคารโดยตรงระบุว่าเงินฝากมีรัฐบาลเป็นประกัน อย่างไรก็ตาม การอยู่นอกระบบ DPA เพียงอย่างเดียว ไม่ใช่เหตุผลเพียงพอที่จะสรุปว่าทุกธนาคารมีหลักประกันและขั้นตอนคืนเงินเหมือนกันทั้งหมด

สำหรับ ธ.ก.ส. ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ผู้ที่ต้องการฝากเงินจำนวนมากควรขอข้อมูลหลักประกันเงินฝากและฐานกฎหมายจากธนาคารโดยตรง การตรวจสอบนี้ไม่ได้หมายความว่าธนาคารเหล่านี้ไม่มั่นคง แต่ช่วยให้ผู้ฝากเข้าใจสิทธิของตนอย่างถูกต้อง ที่สำคัญ ไม่ควรนำคำว่า “ธนาคารรัฐ” มาใช้แทนคำรับรองว่าได้เงินคืนทันทีและครบทุกกรณี

วิธีฝากเงินให้ทั้งก้อนอยู่ในวงเงินคุ้มครอง

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ระบบ DPA เพื่อคุ้มครองเงินฝากทั้งก้อน แนวทางคือ กระจายเงินไปยังคนละธนาคาร และให้ยอดรวมต่อแห่งไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยต้องเผื่อพื้นที่สำหรับดอกเบี้ยที่จะเพิ่มขึ้นด้วย ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการแบ่งเงินเพื่อให้เห็นภาพ โดยสมมติว่าไม่มีเงินฝากเดิมในธนาคารเหล่านั้น และบัญชีทั้งหมดเข้าเงื่อนไขคุ้มครอง ผู้ฝากยังต้องติดตามยอดรวมเป็นระยะ เพื่อไม่ให้เงินต้นและดอกเบี้ยเกินเพดาน

เงินเก็บทั้งหมด ตัวอย่างการกระจายเงินฝาก สิ่งที่ต้องตรวจสอบ 900,000 บาท ฝากธนาคารในระบบ DPA 1 แห่ง รวมเงินฝากบัญชีอื่นและดอกเบี้ยแล้วไม่เกิน 1 ล้านบาท 1,500,000 บาท แบ่ง 2 ธนาคาร ธนาคารละ 750,000 บาท ต้องเป็นคนละสถาบันการเงิน 3,000,000 บาท แบ่ง 4 ธนาคาร ธนาคารละ 750,000 บาท มีพื้นที่รองรับดอกเบี้ย แต่ต้องติดตามยอดต่อเนื่อง 5,000,000 บาท แบ่ง 6 ธนาคาร แห่งละ 800,000 บาท จำนวน 5 แห่ง และอีกแห่ง 1,000,000 บาทไม่ได้เผื่อดอกเบี้ย จึงควรแบ่งให้สมดุล เช่น แห่งละประมาณ 833,333 บาท จัดยอดจริงให้รวมครบ 5 ล้านบาท และไม่ให้ยอดต่อแห่งเกินเพดานเมื่อรวมดอกเบี้ย

ฝากผ่านธนาคาร ไม่ได้แปลว่าทุกผลิตภัณฑ์ได้รับความคุ้มครอง

ก่อนนำเงินไปฝาก ต้องดูให้ชัดว่าสิ่งที่ซื้อเป็น “เงินฝาก” หรือ “การลงทุน” เพราะผลิตภัณฑ์ที่ขายผ่านธนาคารบางอย่างไม่ได้รับความคุ้มครองจาก DPA บัญชีออมทรัพย์ กระแสรายวัน และฝากประจำสกุลเงินบาทที่เข้าเงื่อนไขอยู่ในกลุ่มเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง ส่วนกองทุนรวม หุ้นกู้ พันธบัตร และเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ ไม่ได้รับความคุ้มครองจาก DPA จึงไม่ควรนำมานับรวมเป็นเงินฝากที่ได้รับหลักประกันแบบเดียวกัน

เช็ก 5 ข้อ ก่อนฝากเงินก้อนใหญ่

  • ตรวจชื่อธนาคาร: เช็กว่าอยู่ในระบบ DPA หรือมีหลักประกันตามกฎหมายเฉพาะอย่างไร
  • ตรวจประเภทผลิตภัณฑ์: ต้องเป็นเงินฝากที่เข้าเงื่อนไขคุ้มครอง ไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์ที่ซื้อผ่านธนาคาร
  • รวมยอดทุกบัญชี: นับเงินฝากเดิม ออมทรัพย์ ฝากประจำ และดอกเบี้ยในธนาคารเดียวกัน
  • กระจายไปคนละธนาคาร: การแบ่งหลายบัญชีหรือหลายสาขาในธนาคารเดียวกันไม่เพิ่มวงเงิน DPA
  • ติดตามยอดและข้อมูลติดต่อ: ตรวจยอดเป็นระยะ และอัปเดตข้อมูลกับธนาคารเพื่อให้ติดต่อได้เมื่อจำเป็น

สรุป ธนาคารไหนปลอดภัยที่สุดสำหรับเงินฝาก?

จากข้อมูลเรื่องคุ้มครองเงินฝากเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถจัดอันดับว่าธนาคารใด “ปลอดภัยที่สุด” ในทุกสถานการณ์ได้ แต่ผู้ฝากสามารถวางแผนให้เงินเก็บมีหลักประกันชัดเจน โดยเลือกบัญชีที่ได้รับความคุ้มครองและกระจายยอดให้อยู่ในเพดานของแต่ละธนาคาร สำหรับระบบ DPA ต้องจำหลักว่า 1 ล้านบาทต่อคนต่อธนาคาร รวมเงินต้นและดอกเบี้ย และหากมีหนี้ที่ถึงกำหนดชำระ ยอดเงินที่ได้รับจริงอาจต้องหักหนี้ตามเกณฑ์ด้วย

หากเป้าหมายคือให้เงินฝากทั้งหมดอยู่ในวงเงินคุ้มครอง การแบ่งฝากหลายธนาคารอย่างเหมาะสมเป็นวิธีที่ตรวจสอบได้ชัดเจน ส่วนผู้ที่เลือกธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ควรพิจารณาหลักประกันตามกฎหมายของแต่ละแห่งประกอบ การมีสิทธิได้รับเงินคืนกับการถอนเงินได้ทันทีเป็นคนละเรื่อง จึงควรมีเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายระหว่างรอกระบวนการคืนเงินด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...