โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ปกรณ์” หนุนโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา เดินหน้าปราบทุจริต ลดดุลยพินิจ ยกระดับไทยสู่ที่ 1 เอเชีย

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 30 ต.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดและประกาศเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อนโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา “Shift for Transparency: มองให้ไกล เปลี่ยนให้ทัน สร้างรัฐโปร่งใส” ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล

นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องทุจริตถือเป็นเรื่องที่ใหญ่ และยาวมาก คือ เกิดขึ้นมานาน จนทำให้ประเทศไทยไปข้างหน้ากับใครไม่ได้สักที หากเรื่องนี้น้อยลง หรือไม่มีเลยประเทศจะไปได้ไกลกว่านี้เยอะมาก ประชาชนสามารถมีชีวิตดำรงชีพ มีความก้าวหน้าในด้านต่างๆอีกมากมาย ซึ่งตนเองไม่ได้เทียบกับเพื่อนบ้านในอาเซียน แต่นี่คือปัญหาหลักที่ทำให้เราไปไหนไม่ได้ การทุจริตเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง แต่ที่ผ่านมาเราได้แต่พูด ไม่ได้ร่วมลงมือทำ พร้อมย้ำว่า นายกรัฐมนตรี เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก จึงสั่งให้ตนประชุมกับคณะทำงานสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และกลุ่มเพื่อนไม่ทนเพื่อร่วมแก้ไขปัญหานี้ โดยได้จัดตั้งคณะทำงานร่วมกันขึ้นมาแก้ไขปัญหา

นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า รู้สึกดีใจที่เรื่องนี้ทำให้ทุกคนตื่นตัว และจะแก้ปัญหาร่วมกัน โดยเรื่องนี้จะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการปรับโครงสร้างของประเทศได้ สามารถเป็นสมาชิกขององค์กรระหว่างประเทศ และยังสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับชีวิตของประชาชนชาวไทยให้ดีขึ้น สำหรับเป้าหมายสูงสุดของการทำงานในเรื่องนี้ คือ การทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นในทุกมิติ โดยการที่จะมีชีวิตดีขึ้นได้นั้น สิ่งที่ภาครัฐต้องทำ คือ 1.ปรับกระบวนการทำงานให้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นว่า การปรับวิธีทำงานดั้งเดิม สามารถทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ ลดภาระการทุจริตประพฤติมิชอบได้ การทำงานของข้าราชการก็สะดวกมากขึ้น

2.นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้ทำงานได้อย่างเที่ยงตรง ลดการใช้ดุลยพินิจได้มากขึ้น ลดภาระประชาชน ลดต้นทุน ทำให้ชีวิตประชาชน และข้าราชการมีชีวิตที่ดีขึ้น และเชื่อว่า ไม่มีใครอยากโดนคดี แต่ถ้าเราใช้ดุลพินิจก็จะเกิดประเด็นปัญหานี้ และ 3. การปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ โดยเฉพาะกฎหมายลำดับรอง ถือว่ามีความสำคัญมาก และมีผลกระทบต่อประชาชนทั้งสิ้น ดังนั้น รัฐบาลจะทบทวนกฎหมายลำดับรองที่ใช้มานาน และไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น ลดการทุจริตที่ต้นตอ โดยคณะนี้มีการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน จึงมีแนวคิดจะขยายไปถึงภาคประชาชน ที่ถือเป็นผู้ประสบภัยจากการทำงานของภาครัฐ เชื่อว่า จะสามารถสร้างความขีดความสามารถทางการแข่งขัน ลดการทุจริตได้มากขึ้น ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำให้อนาคตของประเทศไทย

นายปกรณ์ กล่าวต่อว่า เรามีหน่วยงานที่คอยตามจับมากกว่าการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ ดังนั้น การสร้างจิตสำนึกเป็นพื้นฐานหลักที่สำคัญ ซึ่งจะมีการกำหนดในหลักสูตรต่างๆ พร้อมฝากถึงกระบวนการตรวจสอบ ทั้งความถูกต้อง การสอบวินัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสอบสวนการทุจริตต้องรวดเร็ว มีกำหนดเวลาชัดเจนแน่นอน เพื่อความเป็นธรรมของทั้งสองฝ่าย

สำหรับหน่วยงานที่ได้รับเลือกเป็น 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทาวันนี้ ไม่ใช่หน่วยงานที่มีปัญหาเยอะ แต่เป็นหน่วยงานนำร่องการเปลี่ยนแปลงให้กับหน่วยงานต่างๆ ไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ตลอดจนเป็นหน่วยงานพี่เลี้ยงให้กับหน่วยงานอื่นในการพัฒนาสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย พร้อมย้ำว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องทำ และจะต้องทำตั้งแต่วันนี้

นายปกรณ์ กล่าวย้ำในช่วงท้ายว่า โครงการนี้ ไม่ได้วัดแค่จำนวนผู้เข้าร่วมงาน แต่จะวัดด้วยการเปลี่ยนกระบวนการทำงาน การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการเปิดช่องทางรับเรื่อง โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลดีกับประชาชน เอกชน จึงขอเชิญชวนผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ช่วยกันขับเคลื่อนโครงการหนึ่งให้ประสบความสำเร็จ เชื่อว่า ถ้าไม่ใช่ยุคนี้คงอีกนาน และวันนั้นลูกหลานของเราจะลำบากมาก เพราะเรามีเวทีที่ต้องไปยืนอยู่ในโลก เราจะเป็นลำดับ 2 หรือ ลำดับ 3 ของเอเชียนั้นรับไม่ได้ และรัฐบาลก็รับไม่ได้ ประเทศไทยต้องเป็นลำดับที่ 1 ในเอเชียเท่านั้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...