โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไฟป่าอินโดฯพ่นพิษข้ามแดน สิงคโปร์–มาเลเซียจมควัน อาจกระทบ F1–มาราธอน

Amarin TV

อัพเดต 54 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 54 นาทีที่แล้ว
หมอกควันจากไฟป่าอินโดนีเซียปกคลุมสิงคโปร์–มาเลเซีย กระทบคุณภาพอากาศและสร้างความกังวลก่อนการแข่งขัน F1 และมาราธอนต้นเดือนตุลาคม

ไฟป่าในอินโดนีเซียส่งหมอกควันข้ามพรมแดนมายังสิงคโปร์และมาเลเซีย ทำให้คุณภาพอากาศแย่ลงก่อนการแข่งขันกีฬาขนาดใหญ่

ข้อมูลของ IQAir ณ เช้าวันที่ 30 กันยายน 2026 จัดให้ทั้งสองเมืองอยู่ในกลุ่ม 5 เมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลก แม้อันดับจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดวัน แต่สถานการณ์ก็น่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์กำลังเตรียมจัดการแข่งขันกีฬากลางแจ้งที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก

มาเลเซียมีกำหนดจัดการแข่งขัน Formula One ที่สนามเซปังในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการกลับมาจัด F1 ครั้งแรกในรอบ 9 ปี ขณะเดียวกัน กัวลาลัมเปอร์จะจัดการแข่งขัน Standard Chartered Marathon ในวันที่ 3–4 ตุลาคม ผู้จัดงานวิ่งระบุว่ากำลังพิจารณาแผนสำรองหากคุณภาพอากาศแย่ลง

สิงคโปร์มีกำหนดจัด F1 ต่อจากมาเลเซีย โดยกิจกรรมเริ่มวันที่ 9 ตุลาคม แต่ผลกระทบต่อการแข่งขันกลางแจ้งเกิดขึ้นแล้ว เมื่อฮาล์ฟมาราธอนในสิงคโปร์เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนต้องลดระยะทางลงในนาทีสุดท้ายเพราะคุณภาพอากาศไม่ดี ทั้งนี้ ยังไม่มีรายงานว่าการแข่งขัน F1 หรือมาราธอนที่กำลังจะจัดถูกยกเลิก

ความกังวลต่อการแข่งขันวิ่งมีเหตุผลด้านสุขภาพรองรับ หน่วยงานสิ่งแวดล้อมสิงคโปร์ระบุว่า ผลกระทบจากหมอกควันขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน ระดับมลพิษ รวมถึงระยะเวลาและความหนักของกิจกรรมกลางแจ้ง หากค่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “ไม่ดีต่อสุขภาพ” ประชาชนควรลดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมากหรือใช้เวลานาน

ไฟป่ารุนแรงท่ามกลางความแห้งแล้ง

หมอกควันข้ามพรมแดนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเกือบทุกปีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ Bloomberg ระบุว่าฤดูกาลนี้รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้อินโดนีเซียร้อนและแห้งผิดปกติ ส่งผลให้ไฟที่เกิดจากการถางพื้นที่ด้วยการเผาลุกลามง่ายขึ้น และควบคุมได้ยากขึ้น

ตามข้อมูลนักอุตุนิยมวิทยาที่ Bloomberg อ้างถึง ปริมาณฝนทั่วอินโดนีเซียนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนต่ำกว่าปกติประมาณ 80% ขณะที่ฝนตามฤดูกาลซึ่งปกติช่วยให้ไฟสงบลงก็คาดว่าจะมาช้ากว่าปกติ กระทรวงป่าไม้อินโดนีเซียตรวจพบจุดความร้อน 15,461 จุดในเดือนกันยายน มากกว่าระดับที่พบในปี 2019 และเป็นรองเพียงปี 2015

ผลกระทบรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในอินโดนีเซียเอง ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียระบุว่า ประชาชนกว่า 12.5 ล้านคน ในเจ็ดจังหวัดบนเกาะบอร์เนียวและสุมาตราเผชิญหมอกควันจากไฟป่า ขณะที่จำนวนผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจที่เกี่ยวข้องกับไฟป่าเพิ่มจาก 50,891 รายในวันที่ 1 กันยายน เป็น 113,336 รายในวันที่ 9 กันยายน ตัวเลขนี้สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่ที่การมองเห็นหรือการจัดกิจกรรมกลางแจ้ง แต่กระทบสุขภาพของผู้คนในพื้นที่ต้นทางด้วย

รัฐบาลอินโดนีเซียเพิ่มกำลังดับไฟ โดยใช้เครื่องบินมากกว่า 50 ลำในภารกิจทิ้งน้ำและทำฝนเทียม ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงป่าไม้เตือนเมื่อกลางเดือนกันยายนว่า หากฤดูฝนมาช้าตามคาด ไฟป่าอาจดำเนินต่อไปถึงเดือนตุลาคมหรือต้นพฤศจิกายน

ฝนอาจช่วยบางพื้นที่ แต่หมอกควันยังเสี่ยงกลับมา

สำหรับสิงคโปร์ ณ ช่วงเช้าตรู่วันที่ 30 กันยายน 4 ใน 5 ภูมิภาค มีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพ หน่วยงานสิ่งแวดล้อมสิงคโปร์ประเมินว่า ฝนอาจช่วยให้บางพื้นที่ดีขึ้น แต่พื้นที่ที่แห้งต่อเนื่องอาจยังมีจุดความร้อนและหมอกควันในระดับสูง

เฟอร์กัส คีติง ผู้ก่อตั้ง WeatherMapping.com ให้ความเห็นกับ Bloomberg ว่า คุณภาพอากาศของสิงคโปร์อาจเปลี่ยนไปในแต่ละวันตามทิศทางลมและฝน แต่ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าสภาพอากาศจะเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องจนทำให้หมอกควันหายไปอย่างรวดเร็ว

ปัญหาครั้งนี้ยังสะท้อนข้อจำกัดของการรับมือไฟป่าที่ส่งผลข้ามพรมแดน สิงคโปร์มีกฎหมายที่เปิดทางให้เอาผิดบริษัทที่ก่อหรือยินยอมให้เกิดไฟไหม้จนสร้างหมอกควันข้ามประเทศ แต่ Bloomberg ระบุว่าการบังคับใช้ยังทำได้ยาก ขณะที่อาเซียนมีแผนความร่วมมือเพื่อควบคุมหมอกควันข้ามพรมแดนระหว่างปี 2023–2030 ซึ่งครอบคลุมการป้องกันและจัดการปัญหาในระดับภูมิภาค

ดังนั้น สิ่งที่ต้องติดตามในระยะสั้นคือคุณภาพอากาศ ณ สถานที่และเวลาจัดการแข่งขัน ว่าจะทำให้ผู้จัดต้องปรับรูปแบบงานหรือไม่ ส่วนในระยะยาว คำถามสำคัญยังอยู่ที่การลดการเกิดไฟตั้งแต่ต้นทาง เพราะเมื่อไฟลุกลามแล้ว ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ภายในพรมแดนอินโดนีเซีย แต่เดินทางไปพร้อมกับหมอกควันถึงประเทศเพื่อนบ้าน

อ้างอิง: Bloomberg, National Environment Agency สิงคโปร์, Reuters

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...