โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตาฝนตกหนัก 9-13 ต.ค.นี้ ทั่วทุกภาค ก่อนที่ฝนจะลงใต้ ระดมเครื่องสูบน้ำ รับมือ

JS100

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
จับตาฝนตกหนัก 9-13 ต.ค.นี้ ทั่วทุกภาค ก่อนที่ฝนจะลงใต้ ระดมเครื่องสูบน้ำ รับมือ

สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและวางแผนรับมือฝนใระยะต่อไป ระบุว่า ขณะนี้ เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น กรมชลประทานทยอยลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง พร้อมลดระดับน้ำเหนือเขื่อนเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนระลอกใหม่

สำหรับ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขณะนี้สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น ปริมาณน้ำที่ไหลลงมาเริ่มลดลง กรมชลประทานจึงทยอยลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจาก 2,500 ลบ.ม./วินาที ลงมาอยู่ที่ 2,350 ลบ.ม./วินาที โดยค่อย ๆ ลดเป็นขั้นบันได เพื่อไม่ให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป พร้อมบริหารน้ำทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกให้สมดุล เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง และลดระดับน้ำเหนือเขื่อนให้มีพื้นที่ว่างรองรับน้ำจากฝนที่อาจตกเพิ่มในช่วงต่อไป

ส่วนพื้นที่ที่ยังมีน้ำสะสม ยังคงมีการเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิด–ปิดประตูระบายน้ำให้เหมาะกับปริมาณน้ำในแต่ละช่วง เดินเครื่องสูบน้ำในจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง และเสริมกระสอบทรายในจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันน้ำเข้าพื้นที่ชุมชน

ขณะเดียวกันยังจับตาน้ำจากพื้นที่ตอนบนและแม่น้ำนครนายกที่ยังทยอยไหลเข้าสู่ระบบ แม้หลายจุดจะเริ่มทรงตัวและระดับน้ำลดลง แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าดูสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง และพร้อมปรับการระบายน้ำได้ทันทีตามสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม ในช่วงระหว่างวันที่ 9–13 ตุลาคม 2569 ยังเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากคาดว่าหลายพื้นที่ของประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ช่วงแรกต้องจับตาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ก่อนที่ฝนจะเพิ่มขึ้นในภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งฝนที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้มีน้ำไหลลงลำน้ำและอ่างเก็บน้ำมากขึ้น

โดยเฉพาะ ภาคใต้ ที่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด อธิบดีกรมชลประทานกำชับทุกพื้นที่ให้ติดตามฝน ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ และระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องจักรไปเตรียมไว้ในพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือทันที หากเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน หรือน้ำป่าไหลหลาก

แม้สถานการณ์เจ้าพระยาจะเริ่มดีขึ้นและสามารถทยอยลดการระบายน้ำได้ แต่กรมชลประทานยังไม่ประมาท เพราะยังมีฝนอีกระลอกที่ต้องเฝ้าระวัง โดยจะติดตามทั้งฝนและปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมคนและเครื่องจักรไว้ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะภาคใต้ หากพื้นที่ใดได้รับผลกระทบจะเร่งเข้าไปช่วยทันที เพื่อให้น้ำลดและสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...