โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตางบพืชสวนโลก 2 จังหวัด 6.7 พันล้าน พีอาร์อุดรฯ 338 ล้าน จ่อเพิ่มอีก 254 ล้าน

ไทยโพสต์

อัพเดต 28 ตุลาคม 2569 เวลา 4.41 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

งบพืชสวนโลกอุดรฯ-โคราช รวมกว่า 6.7 พันล้านบาท พบสัญญาพีอาร์อุดรฯ 338.8 ล้าน ยังมีโครงการเพิ่มอีก 254 ล้าน ก่อนมีรายงานยกเลิก จี้เปิดข้อมูลพิสูจน์ความคุ้มค่าเงินภาษีประชาชน

27 ตุลาคม 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการจัดมหกรรมพืชสวนโลกในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและนครราชสีมา กำลังเป็นประเด็นที่น่าจับตาเกี่ยวกับความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณแผ่นดิน หลังปรากฏข้อมูลกรอบวงเงินดำเนินโครงการรวมหลายพันล้านบาท โดยเฉพาะการจัดมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ซึ่งมีกรอบงบประมาณประมาณ 2,500 ล้านบาท และมหกรรมพืชสวนโลกนครราชสีมา 2572 กรอบงบประมาณประมาณ 4,281 ล้านบาท รวมทั้งสองโครงการประมาณ 6,781 ล้านบาท

ประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษอยู่ที่งบประมาณด้านประชาสัมพันธ์และบริหารจัดการกิจกรรมของมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี หลังมีข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างระบุว่า บริษัท มีเดีย ไอ แอม จำกัด ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอ็มดีไอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นคู่สัญญาในงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 สัญญา รวมวงเงิน 338.8 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ยังปรากฏข้อมูลโครงการประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม ซึ่งมีราคากลางประมาณ 254 ล้านบาท โดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับกระบวนการสืบราคาที่ระบุว่าเป็นการขอข้อมูลราคาจากบริษัทเพียงแห่งเดียว ก่อนมีรายงานว่าโครงการดังกล่าวถูกยกเลิกเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2569

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับการสืบราคาและเหตุผลในการยกเลิกโครงการยังจำเป็นต้องตรวจสอบกับเอกสารจัดซื้อจัดจ้างและคำชี้แจงของหน่วยงานเจ้าของโครงการ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วน

หากพิจารณาเฉพาะตัวเลขสัญญาจ้างเดิม 338.8 ล้านบาท กับราคากลางของโครงการเพิ่มเติมอีกประมาณ 254 ล้านบาท จะพบว่ามีวงเงินรวมถึง 592.8 ล้านบาท แม้โครงการเพิ่มเติมจะมีรายงานว่าถูกยกเลิกแล้วก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวทำให้เกิดคำถามถึงความจำเป็นในการใช้งบประมาณด้านประชาสัมพันธ์ และการกำหนดขอบเขตงานว่ามีความแตกต่างหรือซ้ำซ้อนกับสัญญาเดิมมากน้อยเพียงใด

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่หน่วยงานเกี่ยวข้องควรชี้แจงให้ชัดเจนว่า เหตุใดจึงมีความจำเป็นต้องจัดทำโครงการเพิ่มเติม ทั้งที่มีสัญญาจ้างเดิมอยู่แล้ว ราคากลางประมาณ 254 ล้านบาทมีวิธีคำนวณอย่างไร กระบวนการสืบราคาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ใด รวมถึงเหตุผลในการยกเลิกโครงการ และมีค่าใช้จ่ายหรือภาระผูกพันเกิดขึ้นก่อนการยกเลิกหรือไม่

ทั้งนี้ การตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างดังกล่าว ยังไม่อาจนำไปสู่ข้อสรุปว่ามีการกระทำผิดหรือทุจริต แต่เป็นประเด็นที่ควรเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบความโปร่งใสและความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณได้

ก่อนหน้านี้ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ชี้แจงถึงประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการจัดมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี โดยระบุว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานประมาณ 3 ล้านคน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 20,000 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงานมากกว่า 80,000 ตำแหน่ง

พร้อมกันนี้ ยังระบุว่าการขอเพิ่มงบประมาณด้านประชาสัมพันธ์เป็นไปตามคำแนะนำของสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH)

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า ซึ่งยังต้องรอการประเมินผลเมื่อดำเนินโครงการจริง อีกทั้งเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจไม่ได้หมายถึงรายได้ที่รัฐบาลจะได้รับกลับคืนทั้งหมด จึงจำเป็นต้องพิจารณาควบคู่กับต้นทุนการลงทุน ผลประโยชน์สุทธิ และภาระงบประมาณที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การจัดงานจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวหรือสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้มากเพียงใดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิธีประเมินความคุ้มค่าของเงินลงทุน และการกระจายผลประโยชน์ไปสู่ประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

โดยเฉพาะกรมวิชาการเกษตร ในฐานะหน่วยงานดำเนินโครงการ ซึ่งควรเปิดเผยรายละเอียดสัญญาจ้าง ขอบเขตการดำเนินงาน ราคากลาง หลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้รับจ้าง ตลอดจนผลการดำเนินงานตามสัญญา เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่างบประมาณที่ใช้จ่ายไปสอดคล้องกับเนื้องานและผลสัมฤทธิ์ของโครงการหรือไม่

ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงหน่วยงานด้านงบประมาณและหน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง ควรพิจารณาความจำเป็นของการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม โดยเฉพาะในส่วนที่อาจมีขอบเขตงานใกล้เคียงกับสัญญาเดิม เพื่อป้องกันการใช้จ่ายซ้ำซ้อนและสร้างความเชื่อมั่นต่อการบริหารงบประมาณแผ่นดิน

อีกประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามคือ ภาระค่าใช้จ่ายภายหลังเสร็จสิ้นการจัดมหกรรมพืชสวนโลก ทั้งการดูแลพื้นที่ อาคาร สิ่งปลูกสร้าง ระบบสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาในระยะยาว ซึ่งจำเป็นต้องมีแผนรองรับอย่างชัดเจนว่า หน่วยงานใดจะเป็นผู้รับผิดชอบ และจะใช้งบประมาณจากแหล่งใด

เพราะหากการลงทุนจำนวนมากไม่มีแผนใช้ประโยชน์ต่อเนื่องหลังจบงาน สิ่งปลูกสร้างและพื้นที่จัดกิจกรรมอาจกลายเป็นภาระงบประมาณในอนาคต แทนที่จะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายที่วางไว้

ทั้งนี้ การจัดมหกรรมพืชสวนโลกถือเป็นโครงการที่มีศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยว การเกษตร และเศรษฐกิจระดับภูมิภาค แต่ด้วยวงเงินลงทุนจากภาษีประชาชนจำนวนมาก รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องแสดงรายละเอียดการใช้จ่ายและผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับอย่างรอบด้าน พร้อมเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบตามกระบวนการที่เหมาะสม

คำถามที่รัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ ควรตอบให้ชัดเจนจึงไม่ใช่เพียงมหกรรมพืชสวนโลกจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้กี่หมื่นล้านบาท แต่รวมถึงการใช้เงินภาษีประชาชนไปเท่าไร มีหลักเกณฑ์ตรวจสอบความคุ้มค่าอย่างไร และเมื่อสิ้นสุดการจัดงานแล้ว ประชาชนจะได้รับประโยชน์กลับคืนมาอย่างเป็นรูปธรรมเพียงใด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...