คณะกรรมการยูเอ็นชี้ อิสราเอลยังคงฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา แม้มีข้อตกลงหยุดยิง
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ว่า รายงานของคณะกรรมการสอบสวนอิสระระหว่างประเทศของยูเอ็น ว่าด้วยดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง รวมถึงเยรูซาเลมตะวันออก และอิสราเอล ตรวจสอบการละเมิดต่อเด็กชาวปาเลสไตน์ นับตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 จนถึงเดือน ก.ย. ปีนี้
รายงานระบุว่า ทางการอิสราเอลยังคงกระทำการ “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยเจตนา” เพื่อทำลายชาวปาเลสไตน์ทั้งหมดหรือบางส่วนในฉนวนกาซา และสถานการณ์ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง ก็เลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่รายงานอีกฉบับหนึ่งของคณะกรรมการ ในเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว ระบุว่าอิสราเอลก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอล รวมถึงนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล เป็นผู้ยุยงให้เกิดการกระทำเหล่านั้น
อย่างไรก็ตาม อิสราเอลโต้แย้งว่าข้อกล่าวหาข้างต้น “น่ารังเกียจ” และคณะผู้แทนอิสราเอลประจำยูเอ็นกล่าวว่า รายงานฉบับล่าสุดเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงลบให้กับอิสราเอล
“ความพยายามที่จะทำลายรัฐยิว ยังคงดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน ผ่านการกระทำของกลุ่มต่าง ๆ เช่น คณะกรรมการสอบสวนของยูเอ็น เพื่อบ่อนทำลายความชอบธรรมของอิสราเอล และสิทธิขั้นพื้นฐานในการดำรงอยู่และการป้องกันตนเอง” นายดาเนียล เมรอน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำยูเอ็น กล่าวในแถลงการณ์
ทั้งนี้ คณะกรรมการยูเอ็นพบว่า กองกำลังอิสราเอลยังคงใช้อาวุธหนัก โดรน เฮลิคอปเตอร์ 4 ใบพัด ปืนใหญ่ และการยิงโดยพลซุ่มยิงในพื้นที่ประชากรหนาแน่น ระหว่างช่วงหยุดยิงในฉนวนกาซา.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS