กรวีร์ งัดสถิติ ลั่นรัฐบาลให้เวลาซักฟอกเยอะสุดแล้ว ซัดฝ่ายค้านเล่นแง่ ขอขยับไปพ.ย.
กรวีร์ งัดสถิติโชว์สื่อ ลั่นรัฐบาลภูมิใจไทยให้เวลา 45-48 ชั่วโมง เยอะสุดแล้ว เทียบสมัย “ประยุทธ์” ยันให้ซักฟอก 4+1 ฝ่ายค้านยืนกรานสัปดาห์หน้าไม่พร้อม ขอขยับไป พ.ย. เย้ยถ้าผมเป็นคนยื่นก็แสดงว่าต้องพร้อม ย้อนฝ่ายค้านต้องพร้อม
เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 22 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิป) ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือวิป 3 ฝ่ายล่มอีกว่า ผิดหวังกับการทำหน้าที่ร่วมกันระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล
จริงๆ เมื่อวานนี้ถือเป็นครั้งแรกที่แต่ละฝ่ายได้มาหารือกัน ต่างฝ่ายควรกลับไปทำการบ้านกันมา และหากเอาประโยชน์ของสภาฯ ควรจะหาวิธีเจอกันตรงกลาง เพื่อเดินหน้าอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ เป้าหมายการประชุมวันนี้ คือตั้งใจหาทางออก แต่พูดคุยกันยังไม่ทันจบดี ฝ่ายค้านก็วอล์กเอาต์ เพราะไม่ได้ตามที่เขาเรียกร้อง คือ 5 วัน
ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ตอบกลับมาที่สภาฯแล้ว ว่าวันที่รัฐมนตรีสามารถมาตอบได้คือวันที่ 27-29 ต.ค. ซึ่งจากการพูดคุยกัน ฝ่ายค้านระบุว่าน้อยไปน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วานิช รองประธานสภาฯ ในฐานะประธานที่ประชุมได้ให้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กลับไปคุยกับ ครม.มาใหม่ ก็ได้คำตอบว่า ครม.จะเพิ่มเวลาให้อีก 1 วัน เป็น 4 วัน รวมกับวันลงมติจะเป็น 5 วัน
ดังนั้น ตามกรอบที่เราวางไว้ จะเริ่มอภิปรายตั้งแต่วันที่ 26-29 ต.ค.และลงมติในวันที่ 30 ต.ค.ซึ่งก็ขยายเวลาให้ฝ่ายค้านแล้ว เมื่อวานฝ่ายค้านบอกว่ารัฐบาลปิดปาก ใจแคบ ไม่ให้เวลาที่พอสมควรกับฝ่ายค้าน หากถอยกันคนละนิดคนละหน่อย ก็คงไปกันได้ ขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่หาทางออกเพิ่มวันให้อีก 1 วัน แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของฝ่ายค้านอีก
“ฝ่ายค้านเรียกร้องว่า ถ้าจะเป็น 4 วัน ก็จะไม่อภิปรายในสัปดาห์หน้า ขอเป็นวันอื่นในช่วงเดือน พ.ย. ซึ่งรัฐบาลและ ครม.ไปทำการบ้านมาแล้วว่ามีช่วงเวลาไหนหรือไม่
โดยครั้งนี้ อภิปรายรัฐมนตรีถึง 18 ท่าน การจะให้รัฐมนตรี 18 คน อยู่พร้อมกันเป็นเวลา 5 วันโดยให้ลงมติ ไม่ไปไหน ผมคิดว่าเป็นเรื่องยาก เชื่อว่าฝ่ายค้านทราบดีว่าเป็นเรื่องยาก ดังนั้น ไม่สามารถหาเวลาในช่วงที่เหมาะสมได้” นายกรวีร์ กล่าว
นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า หากเราเจอกันตรงกลาง เอาประโยชน์สภาฯ เป็นที่ตั้ง ควรเดินหน้าต่อไปได้ เพราะสมเหตุสมผลทุกอย่างแล้ว ทั้งนี้ ตนขอสรุปตัวเลข หากเราอภิปรายตั้งแต่วันที่ 26-29 ต.ค.และลงมติวันที่ 30 ต.ค. จะได้เวลารวม 63 ชั่วโมง 30 นาที ขณะที่ฝ่ายค้านจะได้กรอบเวลาที่ 45-48 ชั่วโมง ขณะที่รัฐมนตรีจะใช้เวลาที่เหลือ
นายกรวีร์ กล่าวย้อนสถิติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสมัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในปี 2563 ที่ฝ่ายค้านอ้างว่าได้เวลามากกว่า พร้อมกล่าวว่า วันนั้นจำนวน 3 วันครึ่ง ฝ่ายค้านใช้เวลา 33 ชั่วโมง ปี 2564 ฝ่ายค้านได้เวลา 4 วัน ใช้เวลาจริง 38 ชั่วโมง 52 นาที
ปี 2564 ครั้งที่ 2 ใช้เวลา 4 วัน อภิปราย 37 ชั่วโมง 4 นาที และครั้งสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ฝ่ายค้านใช้เวลา 4 วัน อภิปราย 43 ชั่วโมง 40 นาที
ขณะที่เราให้ถึง 45-48 ชั่วโมง มากกว่าทุกครั้งที่เคยเป็นมาตั้งแต่มีการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญกติกาใหม่ ถามจริงๆ ว่าเราใจแคบตรงไหน เวลาที่ให้ขนาดนี้ยังไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบรัฐบาลอีกหรือ หากเราพิจารณาด้วยเหตุและผล
ด้วยความพยายามของวิปรัฐบาลและ ครม.จะเห็นว่าเรามีความพยายามจริงๆ ที่จะให้เดินหน้าต่อไปได้ ดังนั้น ตนผิดหวัง ยืนยันว่าเราไม่ได้ปิดกั้น เตะถ่วง ไม่ได้ปิดปากฝ่ายค้านหรือใจแคบตามที่เขาระบุ
เมื่อถามว่าหากไม่ได้อภิปรายสัปดาห์หน้า แสดงว่าจะไม่ได้อภิปรายแล้วใช่หรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านเป็นคนยื่นญัตติเข้ามา หากตนเป็นคนยื่นญัตติ ก็แสดงว่าตนต้องพร้อมอภิปรายตั้งแต่วันนี้แล้ว กรอบเวลามีแบบนี้ เงื่อนไขเวลามีแบบนี้ ต้องถามฝ่ายค้านว่าพร้อมที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้แล้วหรือยัง
ทั้งนี้ เราพยายามหาช่วงเวลาในเดือน พ.ย. ส่วนเดือน ธ.ค.ไม่ต้องพูดถึง เพราะมีงานพระราชพิธี นายกฯและรัฐมนตรีมีภารกิจแน่นมาก ส่วนช่วงเดือน พ.ย. ครม.ได้พูดคุยกันหลายรอบ แต่จะหาเวลาที่ติดกัน 4-5 วันไม่ได้จริงๆ
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านให้เหตุผลหรือไม่ว่าทำไมสัปดาห์หน้าไม่ได้ นายกรวีร์ กล่าวว่า เขาคิดว่าเขาจะได้ 5 วัน และคิดว่าจะได้ 60 ชั่วโมง ตนถามว่า 5 วัน 60 ชั่วโมง คุณเอามาจากไหนหรือ เขาบอกว่าเขาคิดเอาจากครั้งที่แล้วในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์
ครั้งนี้เขาอภิปรายถึง 18 คน เขาก็ควรได้เวลาเพิ่มขึ้นเป็น 60 ชั่วโมง ตนเลยถามกลับไปว่าหากคุณอภิปรายรัฐมนตรีทั้ง 35 คน แล้วจะต้องอภิปรายกัน 10 วัน 10 คืนหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่เหตุผล ทั้งนี้ เราไม่ได้เพิ่งมาคุยเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวาน เราคุยกันมาตั้งแต่เดือน ก.ย.แล้ว ดังนั้น ตนเชื่อว่าความพร้อมฝ่ายค้านมี ส่วนทำไมไม่เป็นสัปดาห์หน้า ตนไม่ก้าวล่วง
เมื่อถามว่าวิป 3 ฝ่ายจะมีการหารือกันครั้งที่ 3 เพื่อได้ข้อสรุปอีกหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ในครั้งที่ 3 รัฐบาลถอย จนไม่รู้จะถอยอย่างไรแล้ว เราไม่มีเวลาให้ได้มากกว่านี้แล้ว เพราะหากจะอภิปราย 5 วัน และลงมติในวันเสาร์ที่ 31 ต.ค. นายกฯ ติดภารกิจต่างประเทศ ดังนั้น หากจะเจรจากันอีก คงต้องถามฝ่ายค้านแล้ว ไม่ใช่พวกตน ยืนยันว่าหากเลือกกรอบอื่นหรือเวลาอื่น เราทำเต็มที่แล้ว
เมื่อถามว่านายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่าการที่นายภราดรเป็นตัวแทน ครม. ถือว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากมีส่วนได้ส่วนเสีย เพราะเป็นรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย นายกรวีร์ กล่าวว่า สมมติว่าหากมีการอภิปราย 35 ท่าน ก็ไม่ควรมีตัวแทนของ ครม.มาเลยหรือ
นายภราดรเป็นตัวแทนของรัฐบาล ซึ่ง ครม.แต่งตั้งมาตั้งแต่เริ่มสมัยประชุม ไม่ใช่แต่งตั้งแค่เฉพาะช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้น เป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลเลยที่จะหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา เมื่อวานนายรังสิมันต์ก็พูดเรื่องนี้ และนายภราดรก็เข้ามาประชุมในฐานะรัฐมนตรี ไม่ใช่ตัวแทนผู้ถูกซักฟอก ท่านก็ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลตามปกติ
เมื่อถามว่าน.ส.มัลลิกา ได้กำชับอะไรบ้างในที่ประชุม นายกรวีร์ กล่าวว่า น.ส.มัลลิกาเป็นคนช่วยหาทางออก ซึ่งมี สส.ท่านหนึ่งเสนอให้เพิ่มวันอภิปรายอีก 1 วัน น.ส.มัลลิกาก็ได้บอกนายภราดรให้ไปแจ้งรัฐมนตรีให้เพิ่มวัน เพื่อให้จบ ก็ต้องให้เครดิตน.ส.มัลลิกา
นายภราดรก็ได้ไปเจรจามาเพิ่มอีก 1 วัน ถือเป็นทางเลือกใหม่ ซึ่งน่าเสียดาย และขอให้ฝ่ายค้านกรุณาทบทวน ถ้าเราเอาผลประโยชน์ของงานในสภามาเป็นตั้วตั้งด้วยกัน เอาผลประโยชน์ของการทำงานตรวจสอบฝ่ายรัฐบาล ตนคิดว่าเราถอยกันคนละก้าว มันหาทางไปด้วยกันได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรวีร์ งัดสถิติ ลั่นรัฐบาลให้เวลาซักฟอกเยอะสุดแล้ว ซัดฝ่ายค้านเล่นแง่ ขอขยับไปพ.ย.
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th