โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SC ยอมรับปีนี้ยาก น้ำท่วมกระทบระยะสั้น-เดินหน้า “SC Green Mark” ลดคาร์บอนแสนตันใน 5 ปี

Khaosod

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

SC ชี้ตลาดอสังหาฯ ปี 2569 ยังถูกกดดันรอบด้าน น้ำท่วมซ้ำกระทบความเชื่อมั่นระยะสั้น ขณะที่เร่งโอนคอนโดฯ-รักษาตลาดบ้านระดับบน ลุ้นเป้าปีนี้ 70-80% พร้อมเดินหน้า ESG ผ่าน “SC Green Mark” ตั้งเป้าพัฒนา 4,000 อาคาร ลดคาร์บอน 1 แสนตันใน 5 ปี

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า ภาพรวมตลาดในปีนี้ยอมรับว่ายากจริง โดยปัจจัยกดดันไม่ได้มีเพียงเรื่องเดียว แต่เป็นแรงกดดันหลายด้านที่เข้ามาพร้อมกัน ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ปัญหาหนี้ของผู้บริโภค การแข่งขันในตลาด และซัพพลายที่มีอยู่จำนวนมาก รวมถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

ส่วน สถานการณ์น้ำท่วม นายณัฐพงศ์มองว่าเป็นปัญหาด้านความเชื่อมั่น หรือ Sentiment ในระยะสั้น ซึ่งเข้ามาเพิ่มความท้าทายให้กับตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปี แม้จะไม่ใช่ปัจจัยหลักเพียงตัวเดียวที่กำหนดทิศทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

อย่างไรก็ตาม SC ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำบ้านระดับสูงเป็นอันดับ 1 ขณะที่ปีนี้บริษัทมีการโอนคอนโดมิเนียมจำนวนมาก และธุรกิจคอนโดมิเนียมมีการเติบโตจากปีก่อนค่อนข้างมาก ทำให้บริษัทยังเดินหน้าธุรกิจอย่างเต็มที่ แม้ภาพรวมตลาดจะมีแรงกดดันสูง

“ยอมรับปีนี้ยากจริง โดยประเมิน ณ ขณะนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะทำได้ตามเป้าหมาย แต่ยังไม่ถึงระดับที่มั่นใจเต็มที่ โดยประเมินความมั่นใจไว้ประมาณ 70-80% ขณะที่เหลือเวลาอีกประมาณ 3 เดือนสำหรับการเร่งดำเนินงานช่วงท้ายปี

น้ำท่วมสะท้อนโจทย์ใหม่ “บ้านต้องรับมือสภาพอากาศ”

ในอีกด้านหนึ่ง สถานการณ์สภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นยังทำให้เรื่อง ความยั่งยืนและความสามารถในการรับมือกับสภาพแวดล้อม กลายเป็นโจทย์สำคัญของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น

นายณัฐพงศ์ระบุว่า โลกในปัจจุบันทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกัน การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมสามารถย้อนกลับมากระทบชีวิตผู้คนและภาคธุรกิจได้โดยตรง จึงทำให้ SC วาง ESG เป็นทางหลัก ไม่ใช่ทางเลือกของการดำเนินธุรกิจ

แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การเปิดตัว SC Green Mark มาตรฐานอาคารที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง โดยครอบคลุม 3 ด้าน คือ ดีต่อคน ดีต่อโลก และดีด้วยนวัตกรรม และประเมินทั้งในขั้นตอนการออกแบบและการก่อสร้าง

บริษัทตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกขั้นตอนธุรกิจรวม 100,000 ตันคาร์บอน ระหว่างปี 2025-2030 พร้อมเดินหน้าขยายมาตรฐาน SC Green Mark จากบ้านเดี่ยวไปยังคอนโดมิเนียม โรงแรม คลังสินค้า และอาคารสำนักงาน

เริ่มบ้านเดี่ยว ขยายครบทุกอาคารปี 70

ทั้งนี้ SC เริ่มใช้ SC Green Mark กับโครงการแรก แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2569 โดยเริ่มจากบ้านเดี่ยว ก่อนขยายไปยังทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม โรงแรม คลังสินค้า และอาคารสำนักงานในปี 2570 พร้อมตั้งเป้าในช่วงประมาณ 5 ปีข้างหน้าจะพัฒนาอาคารประมาณ 4,000 อาคาร ให้เข้าสู่มาตรฐานดังกล่าว

สร้าง Green Ecosystem ลดต้นทุนสินค้าเขียว

พร้อมกันนี้ SC ยังเดินหน้าสร้าง Green Ecosystem ร่วมกับพันธมิตรมากกว่า 100 ราย รวมถึงผู้ประกอบการมากกว่า 50 ราย และมีแผนต่อยอดกับสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และบุคลากรด้านอาคารสีเขียว

"บริษัทเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาเรียนรู้หรือประยุกต์ใช้มาตรฐาน เพราะเชื่อว่าการยกระดับมาตรฐานของแต่ละบริษัทจะช่วยขับเคลื่อนมาตรฐานของอุตสาหกรรมโดยรวม"

นายณัฐพงศ์ กล่าวและว่าสำหรับต้นทุนการทำบ้านตามมาตรฐาน SC Green Mark เพิ่มต้นทุนบ้างแต่ ไม่มาก เนื่องจากหลายเรื่อง SC ดำเนินการอยู่แล้ว ทั้งวัสดุเพื่อสุขภาพ การระบายอากาศ และ Air Quality ขณะเดียวกัน หากสินค้าและเทคโนโลยีสีเขียวมีปริมาณการใช้มากขึ้น ต้นทุนก็มีโอกาสลดลงตาม

ESG ปูทางสู่ Net Zero

SC มองว่า ESG จะค่อยๆ กลายเป็นมาตรฐานพื้นฐานของธุรกิจ ไม่ใช่เพียงแต้มต่อหรือสิทธิประโยชน์ทางการเงิน โดยเป้าหมายทั้ง 3 ด้าน ทั้งมาตรฐาน ESG การลดก๊าซเรือนกระจก และ SC Green Mark จะเป็นฐานสำคัญในการเดินหน้าสู่ Net Zero ในอนาคต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : SC ยอมรับปีนี้ยาก น้ำท่วมกระทบระยะสั้น-เดินหน้า “SC Green Mark” ลดคาร์บอนแสนตันใน 5 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...