โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เท้ง’ จี้รัฐแก้วิกฤติสารพิษปนเปื้อนน้ำท่วมปราจีนฯ อย่าปล่อยประชาชนถูกมลพิษซ้ำเติม

เดลินิวส์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘เท้ง’ พบสารเคมีปนเปื้อนน้ำท่วมปราจีนฯ จี้รัฐบาลเร่งแก้ต้นตอมลพิษ อย่าปล่อยให้ประชาชนถูกซ้ำเติมความเดือดร้อน

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ตนและนายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวมทั้งอดีตผู้สมัคร สส. พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ต.ค. 2569 เพื่อติดตามปัญหาน้ำท่วม ซึ่งปัญหาที่ปราจีนบุรีมีความน่ากังวลอย่างมาก เพราะพบว่ามีสารปนเปื้อนและมลพิษแพร่กระจายไปกับน้ำท่วม ทำให้ประชาชนต้องเผชิญทั้งผลกระทบจากน้ำท่วมและความกังวลว่าสารอันตรายจะปนเปื้อนมากับน้ำ สิ่งที่น่ากังวลคือ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเพียงพอว่าสารที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำคืออะไร เป็นสารประเภทไหน และมลพิษมีต้นตอมาจากจุดใด ทั้งที่สถานการณ์ดำเนินมาหลายวันแล้ว ตนหวังว่ารัฐบาลต้องเร่งเข้ามาจัดการมากกว่านี้ ทั้งการค้นหาและควบคุมต้นตอของมลพิษ ตรวจสอบน้ำที่ปนเปื้อน และวางระบบดักจับเพื่อจำกัดการแพร่กระจาย ไม่ให้สารพิษถูกพัดพาไปยังพื้นที่อื่นและสร้างความเสี่ยงกับประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำ

นายณัฐพงษ์ ระบุอีกว่า ตน นายพูนศักดิ์ และทีมงาน ได้ร่วมติดตั้งทุ่นลอยเพื่อจำกัดการแพร่กระจายของมลพิษในน้ำ รวมถึงเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อนำไปตรวจสอบเบื้องต้น เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงและให้คำแนะนำได้ว่าตอนนี้ประชาชนกำลังต้องเจอกับอะไร แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการติดตั้งทุ่นลอย และการตรวจสอบเฉพาะจุดโดยภาคประชาชนหรือทีมงานเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เนื่องจากพื้นที่ได้รับผลกระทบมีขนาดกว้าง รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งมีทั้งอำนาจ บุคลากร และงบประมาณ จึงต้องเข้ามาดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสำรวจเพื่อหยุดการรั่วไหล ตรวจสอบการปนเปื้อน และแจ้งเตือนประชาชนทันทีที่พบสารอันตราย

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า การแก้ปัญหาต้องไม่จบลงเมื่อน้ำลด เพราะของเสียและสารปนเปื้อนที่ถูกน้ำพัดพา อาจยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ รัฐบาลจึงต้องมีแผนหลังน้ำลด ทั้งการเก็บกู้ของเสีย ตรวจสอบการปนเปื้อนในดินและแหล่งน้ำ รวมถึงตรวจสอบการดำเนินงานของโรงงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ อีกทั้งในระยะยาว ต้องทบทวนหลักเกณฑ์การอนุญาตและการตั้งโรงงาน รวมถึงกระบวนการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย ให้คำนึงถึงความเหมาะสมของพื้นที่ ความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และผลกระทบต่อชุมชนมากขึ้น เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นซ้ำ ทั้งนี้ นายพูนศักดิ์ เสนอว่า การจัดการสถานการณ์สารพิษควรแบ่งเป็นหลายระยะ ตั้งแต่มาตรการเร่งด่วนให้จังหวัดและกรมควบคุมมลพิษเข้าตรวจสอบและหยุดการแพร่กระจายของมลพิษ ไปจนถึงมาตรการหลังน้ำลดในการเก็บกู้ของเสียและตรวจสอบการปนเปื้อน ตลอดจนการปรับหลักเกณฑ์การอนุญาตประกอบกิจการและมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย

“ประชาชนที่กำลังเผชิญน้ำท่วม ไม่ควรต้องรับความเสี่ยงจากสารพิษและมลพิษซ้ำเติมอีก รัฐบาลต้องเร่งหาคำตอบให้ได้ว่า สารที่ปนเปื้อนคืออะไร มาจากไหน และจะหยุดการแพร่กระจายได้อย่างไร พร้อมมีมาตรการดูแลประชาชนทั้งในตอนนี้และหลังน้ำลด” นายณัฐพงษ์ ระบุ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...