ผบก.สอท.1 ยันคุม"ชัยรัตน์"สอบปากคำตามกฎหมาย หลังค้นห้องย่านบางเขน
ตำรวจคุมตัว"ชัยรัตน์" คนห้องพักย่านบางเขนเสร็จ นำตัวกลับมาสอบปากคำตามขั้นตอน เตรียมฝากขังศาลอาญาในวันพรุ่งนี้
เมื่อเวลา 17.10 น. พนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ได้ควบคุมตัว "นายชัยรัตน์" ไปค้นบ้านห้องพัก ภายในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งย่านบางเขน แต่หนูจะไปโดยระหว่างนั้น ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามว่า "ได้รับสลิปดังกล่าวมาได้อย่างไร" "เป็นคนโพสต์เองไหม" "รู้หรือไม่ว่าสลิปดังกล่าวเป็นสลิปปลอม และเจตนาของการโพสเป็นอย่างไร" ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้ตอบคำถามใดๆทั้งสิ้น ก่อนจะมีการคุมตัวผู้ต้องหา ไปขึ้นรถเพื่อที่จะไปค้นห้องพัก
โดยหลังจากคนห้องพักเสร็จทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับคุมตัวนายชัยรัตน์เข้ามาสอบปากคำ ที่ สอท.1 คาดว่าจะใช้เวลาสอบปากคำตลอดทั้งคืน ก่อนที่จะมีการคุมตัวไปฝากควบคุม ที่ สน. ทุ่งสองห้อง และจะมีการฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ในช่วงเช้าในวันพรุ่งนี้
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้มีการแจ้ง 2 ข้อหา ในความผิดฐาน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1)(2) และ ป.อาญา ม.264,265,268 ฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม
ทั้งนี้เมื่อตำรวจกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 หรือตำรวจไซเบอร์ 1 ได้ควบคุมตัวนายชัยรัตน์ไปค้นห้องพักภายในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งย่านบางเขน บริเวณชั้น 4
กลุ่มทนายความประจำตัวของผู้ต้องหาจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ชนได้เดินทางมารออยู่ที่หน้าอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวก่อนแล้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการอ่านหมายค้นให้กับเจ้าของหอพักให้ทราบว่าจะมีการเข้าตรวจค้นภายในหอพักและห้องพักของผู้ต้องหา ช่วงตอนเวลาประมาณ 17.40 น ก่อนที่ตัวผู้ต้องหาจะเดินทางมาถึง
เมื่อนายชัยรัตน์เดินทางมาถึง ตำรวจได้ทำการอ่านหมายค้นหอพักและห้องพักให้ผู้ต้องหาฟังอีกครั้ง แต่กลุ่มทนายความประจำตัวของผู้ต้องหา โต้แย้งว่าหมายค้นดังกล่าวถูกกำหนดให้ค้นในเวลาไม่เกิน 18:00 น. และขอดูหมายค้นดังกล่าวว่ากำหนดเวลาในการตรวจค้นถึงเมื่อใด ก่อนที่ตำรวจไซเบอร์ 1 จะแจ้งให้ทราบว่าในหมายค้นระบุว่าต่อเนื่องจนกว่าจะเสร็จสิ้น กลุ่มทนายความจึงให้ตำรวจชุดดังกล่าวพร้อมผู้ต้องหาขึ้นไปตรวจค้นพร้อมกัน ทั้งนี้ทราบว่าในการเข้าตรวจค้นครั้งนี้นอกเหนือจากมีตำรวจไซเบอร์ 1 เข้าไปตรวจค้นภายในห้องพักแล้ว ยังมีตำรวจจากกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 หรือตำรวจไซเบอร์ 4 เข้าไปสังเกตการณ์ตรวจค้นด้วย โดยตำรวจชุดดังกล่าวเป็นชุดที่ทำคดีที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจสันติบาล 2 เข้าไปแจ้งความเอาผิดกับนายชัยรัตน์ ในข้อหาความผิดที่อาจเกี่ยวข้องกับการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและไปขอศาลออกหมายจับ
หลังจากเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นนานประมาณ 1 ชั่วโมง จึงนำตัวนายชัยรัตน์กลับลงมาขึ้นรถที่จอดรออยู่ก็เดินทางกลับไปที่กองบังคับการตำรวจไซเบอร์ 1 เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ระหว่างนำตัวไปขึ้นรถผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงแหล่งที่มาของสลิปค่าน้ำชาที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีและนำไปโพสต์ในเพจ รวมถึงแรงจูงใจในการโพสต์เรื่องดังกล่าว และมีอะไรต้องการจะพูดหรือไม่ แต่เจ้าตัวปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลโดยนิ่งเงียบไม่พูดอะไรก่อนที่จะก้มหน้าขึ้นรถไป
ทั้งนี้มีรายงานว่าจากการตรวจค้นภายในห้องพักตำรวจพบเพียงสมุดบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา และพบเอกสารสำคัญอีกจำนวนหนึ่งจึงเก็บรวบรวมมาแต่ยังไม่พบคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือเครื่องอื่นๆ จึงนำกลับไปตรวจพิสูจน์และตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาว่ามีการเกี่ยวข้องกับบุคคลใดอีกหรือไม่ ทั้งนี้จากข้อมูลของชุดสืบสวนทำให้ทราบว่าขณะนี้ตำรวจที่รับผิดชอบในคดีดังกล่าวจะมีตำรวจจากกองบังคับการตำรวจไซเบอร์ 1 และกองบังคับการตำรวจไซเบอร์ 4 โดยจะเป็นชุดคณะทำงานที่จะดูเกี่ยวกับคดีนี้โดยเฉพาะ ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน ทราบว่าเป็นทางตำรวจสนบางเขนและตำรวจจากกองบังคับการตำรวจสันติบาล 2 เป็นผู้รับผิดชอบดูแลคดีดังกล่าวเท่านั้น
เพจศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความว่า "ด่วน! 19.50 น. หลังตร.พาตัว "ชัยรัตน์" ผู้ถูกกล่าวหาเป็นแอดมิน Godd Dam ไปตรวจจค้นที่พัก นัด
ทนายจะกลับมาสอบปากคำห้องเดิมที่ บก.สอท. แต่กว่า 30 นาทีผ่าน ยังไม่พบตัวผู้ต้องหา ไม่ทราบถูกนำตัวไปที่ใด" กระทั่งมีสื่อหลายแห่งนำไปเผยแพร่ต่อ
พลตำรวจตรีประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือตำรวจไซเบอร์ 1 ชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยหลังจากตำรวจกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 และ 4 นำตัวนายชัยรัตน์ไปตรวจคนที่หอพักย่านบางเขน ก็ได้นำตัวนายชัยรัตน์กลับมาที่กองบังคับการตำรวจไซเบอร์ 1 เพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติมแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้พาหนีทนายความ หรือพาไปซ่อนตัวหรือไปทำอะไรนอกเหนือจากกระบวนการสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้ไม่เข้าใจว่าเหตุใดทางทนายความส่วนตัวซึ่งเป็นทนายความจากศูนย์จึงได้หาตัวไม่เจอและทำให้เกิดความเข้าใจผิดดังกล่าว
ล่าสุด เพจศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้โพสต์ข้อความล่าสุดว่า "เวลา 20.30 น. ทนายความพบตัว "ชัยรัตน์" แล้ว โดยพบว่าถูกนำตัวมาถึง
บก.สอท. กว่า 30 นาทีแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงไม่แจ้งทนาย แจ้งเพียงว่ายังพาตัวมาไม่ถึง โดยห้องที่ควบคุมตัวถูกปิดล็อกและปิดไฟไว้