โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ผบก.สอท.1 ยันคุม"ชัยรัตน์"สอบปากคำตามกฎหมาย หลังค้นห้องย่านบางเขน

Amarin TV

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ตำรวจ คุมตัว

ตำรวจคุมตัว"ชัยรัตน์" คนห้องพักย่านบางเขนเสร็จ นำตัวกลับมาสอบปากคำตามขั้นตอน เตรียมฝากขังศาลอาญาในวันพรุ่งนี้

เมื่อเวลา 17.10 น. พนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ได้ควบคุมตัว "นายชัยรัตน์" ไปค้นบ้านห้องพัก ภายในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งย่านบางเขน แต่หนูจะไปโดยระหว่างนั้น ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามว่า "ได้รับสลิปดังกล่าวมาได้อย่างไร" "เป็นคนโพสต์เองไหม" "รู้หรือไม่ว่าสลิปดังกล่าวเป็นสลิปปลอม และเจตนาของการโพสเป็นอย่างไร" ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้ตอบคำถามใดๆทั้งสิ้น ก่อนจะมีการคุมตัวผู้ต้องหา ไปขึ้นรถเพื่อที่จะไปค้นห้องพัก

โดยหลังจากคนห้องพักเสร็จทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับคุมตัวนายชัยรัตน์เข้ามาสอบปากคำ ที่ สอท.1 คาดว่าจะใช้เวลาสอบปากคำตลอดทั้งคืน ก่อนที่จะมีการคุมตัวไปฝากควบคุม ที่ สน. ทุ่งสองห้อง และจะมีการฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ในช่วงเช้าในวันพรุ่งนี้

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้มีการแจ้ง 2 ข้อหา ในความผิดฐาน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(1)(2) และ ป.อาญา ม.264,265,268 ฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม

ทั้งนี้เมื่อตำรวจกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 หรือตำรวจไซเบอร์ 1 ได้ควบคุมตัวนายชัยรัตน์ไปค้นห้องพักภายในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งย่านบางเขน บริเวณชั้น 4

กลุ่มทนายความประจำตัวของผู้ต้องหาจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ชนได้เดินทางมารออยู่ที่หน้าอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวก่อนแล้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการอ่านหมายค้นให้กับเจ้าของหอพักให้ทราบว่าจะมีการเข้าตรวจค้นภายในหอพักและห้องพักของผู้ต้องหา ช่วงตอนเวลาประมาณ 17.40 น ก่อนที่ตัวผู้ต้องหาจะเดินทางมาถึง

เมื่อนายชัยรัตน์เดินทางมาถึง ตำรวจได้ทำการอ่านหมายค้นหอพักและห้องพักให้ผู้ต้องหาฟังอีกครั้ง แต่กลุ่มทนายความประจำตัวของผู้ต้องหา โต้แย้งว่าหมายค้นดังกล่าวถูกกำหนดให้ค้นในเวลาไม่เกิน 18:00 น. และขอดูหมายค้นดังกล่าวว่ากำหนดเวลาในการตรวจค้นถึงเมื่อใด ก่อนที่ตำรวจไซเบอร์ 1 จะแจ้งให้ทราบว่าในหมายค้นระบุว่าต่อเนื่องจนกว่าจะเสร็จสิ้น กลุ่มทนายความจึงให้ตำรวจชุดดังกล่าวพร้อมผู้ต้องหาขึ้นไปตรวจค้นพร้อมกัน ทั้งนี้ทราบว่าในการเข้าตรวจค้นครั้งนี้นอกเหนือจากมีตำรวจไซเบอร์ 1 เข้าไปตรวจค้นภายในห้องพักแล้ว ยังมีตำรวจจากกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 หรือตำรวจไซเบอร์ 4 เข้าไปสังเกตการณ์ตรวจค้นด้วย โดยตำรวจชุดดังกล่าวเป็นชุดที่ทำคดีที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจสันติบาล 2 เข้าไปแจ้งความเอาผิดกับนายชัยรัตน์ ในข้อหาความผิดที่อาจเกี่ยวข้องกับการหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและไปขอศาลออกหมายจับ

หลังจากเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นนานประมาณ 1 ชั่วโมง จึงนำตัวนายชัยรัตน์กลับลงมาขึ้นรถที่จอดรออยู่ก็เดินทางกลับไปที่กองบังคับการตำรวจไซเบอร์ 1 เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ระหว่างนำตัวไปขึ้นรถผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงแหล่งที่มาของสลิปค่าน้ำชาที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีและนำไปโพสต์ในเพจ รวมถึงแรงจูงใจในการโพสต์เรื่องดังกล่าว และมีอะไรต้องการจะพูดหรือไม่ แต่เจ้าตัวปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลโดยนิ่งเงียบไม่พูดอะไรก่อนที่จะก้มหน้าขึ้นรถไป

ทั้งนี้มีรายงานว่าจากการตรวจค้นภายในห้องพักตำรวจพบเพียงสมุดบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา และพบเอกสารสำคัญอีกจำนวนหนึ่งจึงเก็บรวบรวมมาแต่ยังไม่พบคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือเครื่องอื่นๆ จึงนำกลับไปตรวจพิสูจน์และตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาว่ามีการเกี่ยวข้องกับบุคคลใดอีกหรือไม่ ทั้งนี้จากข้อมูลของชุดสืบสวนทำให้ทราบว่าขณะนี้ตำรวจที่รับผิดชอบในคดีดังกล่าวจะมีตำรวจจากกองบังคับการตำรวจไซเบอร์ 1 และกองบังคับการตำรวจไซเบอร์ 4 โดยจะเป็นชุดคณะทำงานที่จะดูเกี่ยวกับคดีนี้โดยเฉพาะ ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน ทราบว่าเป็นทางตำรวจสนบางเขนและตำรวจจากกองบังคับการตำรวจสันติบาล 2 เป็นผู้รับผิดชอบดูแลคดีดังกล่าวเท่านั้น

เพจศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน โพสต์ข้อความว่า "ด่วน! 19.50 น. หลังตร.พาตัว "ชัยรัตน์" ผู้ถูกกล่าวหาเป็นแอดมิน Godd Dam ไปตรวจจค้นที่พัก นัด

ทนายจะกลับมาสอบปากคำห้องเดิมที่ บก.สอท. แต่กว่า 30 นาทีผ่าน ยังไม่พบตัวผู้ต้องหา ไม่ทราบถูกนำตัวไปที่ใด" กระทั่งมีสื่อหลายแห่งนำไปเผยแพร่ต่อ

พลตำรวจตรีประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือตำรวจไซเบอร์ 1 ชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยหลังจากตำรวจกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 และ 4 นำตัวนายชัยรัตน์ไปตรวจคนที่หอพักย่านบางเขน ก็ได้นำตัวนายชัยรัตน์กลับมาที่กองบังคับการตำรวจไซเบอร์ 1 เพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติมแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้พาหนีทนายความ หรือพาไปซ่อนตัวหรือไปทำอะไรนอกเหนือจากกระบวนการสืบสวนสอบสวน ทั้งนี้ไม่เข้าใจว่าเหตุใดทางทนายความส่วนตัวซึ่งเป็นทนายความจากศูนย์จึงได้หาตัวไม่เจอและทำให้เกิดความเข้าใจผิดดังกล่าว

ล่าสุด เพจศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้โพสต์ข้อความล่าสุดว่า "เวลา 20.30 น. ทนายความพบตัว "ชัยรัตน์" แล้ว โดยพบว่าถูกนำตัวมาถึง

บก.สอท. กว่า 30 นาทีแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงไม่แจ้งทนาย แจ้งเพียงว่ายังพาตัวมาไม่ถึง โดยห้องที่ควบคุมตัวถูกปิดล็อกและปิดไฟไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...