โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปิดอ่าวฝั่งทะเลอันดามัน 3 เดือน กรมประมงเดินหน้าฟื้นฟูสัตว์น้ำวัยอ่อน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 มี.ค. 2566 เวลา 09.05 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2566 เวลา 09.01 น.
แฟ้มภาพ

กรมประมง “ปิดอ่าวฝั่งทะเลอันดามัน” 3 เดือนฟื้นฟูสัตว์น้ำวัยอ่อน ในพื้นที่ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง เริ่ม 1 เม.ย.-30 มิ.ย.นี้

วันที่ 30 มีนาคม 2566 กรมประมงประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนฝั่งทะเลอันดามัน ประจำปี 2566 (ปิดอ่าวฝั่งทะเลอันดามัน) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-30 มิถุนายน 2566 ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และตรัง

โดย นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เป็นประธาน และมี นายเกียรติศักดิ์ นารีเลิศ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดกระบี่ นายเจริญไชย ศรีสุวรรณ์ ประมงจังหวัดกระบี่ นายสุวิทย์ สุภาพ นายกสมาคมชาวประมงจังหวัดกระบี่ คณะเจ้าหน้าที่และประชาชนให้การต้อนรับ ณ บริเวณท่าเทียบเรือศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลกระบี่ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่

นายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยหลังเป็นประธานในพิธี” ว่า กรมประมงได้มีการดำเนินมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนฝั่งทะเลอันดามัน มาอย่างต่อเนื่องกว่า 38 ปี (ตั้งแต่ปี 2528) เพื่อให้สัตว์น้ำได้วางไข่แพร่ขยายพันธุ์ พร้อมที่จะเจริญเติบโตและนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรประมง มุ่งเน้นการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ผลการศึกษาทางวิชาการในช่วงการประกาศใช้มาตรการฯ ปี 2565 พบสัตว์น้ำวัยอ่อนมีความหนาแน่นสูงสุดถึง 1,197 ตัว/1,000 ลูกบาศก์เมตร มากกว่าช่วงก่อนประกาศใช้มาตรการฯ ที่มีความหนาแน่เพียง 470 ตัว/1,000 ลบ.ม. เท่านั้น (ข้อมูลเดือนมิถุนายน 2565)

อีกทั้ง ยังพบว่าปลาเศรษฐกิจหลายชนิดมีความสมบูรณ์เพศสูง ประกอบกับ สถิติผลการจับสัตว์น้ำของเรือประมงพาณิชย์และพื้นบ้านทางฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง (พื้นที่ประกาศใช้มาตรการฯ) ในปี 2565 มีผลการจับปลาทู ซึ่งเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญมีปริมาณมากถึง 8,858 ตัน สูงกว่าเมื่อปี 2560 ก่อนการปรับปรุงมาตรการฯ กว่า 5,935 ตัน (ปี 2560 มีปริมาณการจับ 2,923 ตัน) จึงเป็นการยืนยันได้ว่ามาตรการฯ ที่ใช้มีความสอดคล้อง ถูกต้อง และเหมาะสมทั้งในด้านพื้นที่และช่วงเวลาการประกาศใช้มาตรการฯ และเป็นผลดีต่อการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญ

ดังนั้นในปีนี้ กรมประมงจึงคงมาตรการปิดอ่าวฝั่งทะเลอันดามัน ในช่วงเวลา พื้นที่ และเครื่องมือที่อนุญาตให้ใช้เช่นเดิม ตามประกาศกรมประมงฯ พ.ศ. 2561 คือ ในเขตพื้นที่บางส่วนของจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และตรัง ตั้งแต่ปลายแหลมพันวา อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ถึงปลายแหลมหยงสตาร์ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ครอบคลุมพื้นที่ 4,696 ตารางกิโลเมตร ระหว่างวันที่ 1 เมษายน-30 มิถุนายน 2566

กรมประมง

“ขอเน้นย้ำให้พี่น้องชาวประมงโปรดให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และระมัดระวังการทำประมง โดยให้ทำประมงเฉพาะเครื่องมือที่ประกาศให้ใช้ได้เท่านั้น เครื่องมืออื่น ๆ ห้ามทำโดยเด็ดขาด”

หากผู้ใดฝ่าฝืนจะเป็นความผิดตามมาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสามสิบล้านบาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขนาดของเรือประมง หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า และต้องได้รับโทษทางปกครอง

สำหรับงานวันนี้ มีการประกอบพิธีบวงสรวงพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการประกาศใช้มาตรการฯ และปล่อยเรือตรวจการประมงทะเล จำนวน 6 ลำ ออกปฏิบัติการ และยังมีการมอบแผ่นป้ายเงินอุดหนุนโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านการประมง ประจำปี 2566 ให้แก่ผู้นำองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นจำนวน 21 ชุมชน ชุมชนละ 100,000 บาท แบ่งเป็นชุมชนในจังหวัดกระบี่ 9 ชุมชน จังหวัดตรัง 4 ชุมชน จังหวัดพังงา 5 ชุมชน และจังหวัดภูเก็ต 3 ชุมชน

เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอาชีพและฟื้นฟูทรัพยากรประมง ผ่านการดำเนินงานใน 4 กิจกรรม ได้แก่ การเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ การพัฒนาอาชีพประมง การถ่ายทอดเทคโนโลยีและเพิ่มทักษะการทำการประมง และการเพิ่มมูลค่าสัตว์น้ำ พร้อมปล่อยพันธุ์ปูม้าจำนวน 100,000 ตัว และกุ้งแชบ๊วย 2,000,000 ตัว คืนความอุดมสมบูรณ์และเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำลงสู่ทะเลกระบี่

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการนำเสนอข้อมูลความรู้ทางการประมงเกี่ยวกับมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน พื้นที่ทะเลอันดามัน รวมถึงยังมีการจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงจากกลุ่มชุมชนประมงพื้นบ้าน ภายใต้ร้าน Fisherman Shop อีกด้วย

กรมประมงขอขอบคุณพี่น้องชาวประมงที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมายมาตรการปิดอ่าวฝั่งทะเลอันดามันตลอดมา รวมถึงให้ความสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์น้ำที่คุ้มค่า และเกิดความมั่นคงในการประกอบอาชีพประมงต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...