โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ยืนยันตัวตน-ขอยื่นอุทธรณ์ มีขั้นตอนอะไรบ้าง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 มี.ค. 2566 เวลา 14.10 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. 2566 เวลา 07.10 น.

จากการประกาศผลการพิจารณาโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 66 มีผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติทั้งสิ้น 14.6 ล้านราย และผู้ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ 5.5 ล้านราย โดย การเงินธนาคาร ได้รวบรวมขั้นตอนการ“ยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” สำหรับผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ และขั้นตอนการ “ยืนยันตัวตนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” สำหรับผู้ผ่านเกณฑ์ ดังนี้

ผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอาจเกิดจากการไม่ผ่านข้อกำหนดต่างๆ เช่น ไม่ผ่านเกณฑ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ เกณฑ์รายได้ เนื่องจากข้อมูลไม่ได้อัพเดตดังนั้นกระทรวงการคลังจึงเปิดให้ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์สามารถยื่นขออุทธรณ์ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 1 พฤษภาคม 2566 (62 วัน) ตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • ขออุทธรณ์ด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th ได้ตั้งแต่เวลา 6.00 น. ถึง 23.00 น. ของทุกวัน โดยมีขั้นตอนดังนี้
    (1)กรอกหมายเลขประจำตัวประชาชน และวันเดือนปีเกิดตามที่ระบุบนบัตรประจำตัวประชาชน ระบบจะแสดงผลการพิจารณาคุณสมบัติ ให้ผู้ลงทะเบียนคลิกปุ่ม “ผลการตรวจสอบ”
    (2) กรอก วันเดือนปีเกิด และรหัส Laser ID หลังบัตรประจำตัวประชาชน และคลิกปุ่ม “ยืนยันตัวตน”
    (3) ระบบจะแสดงผลการพิจารณาคุณสมบัติ หากผู้ไม่ผ่านการพิจารณาและต้องการขออุทธรณ์ ให้ตรวจสอบหมายโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ และคลิกปุ่ม “ยืนยันการอุทธรณ์”
    (4) ระบบขึ้นข้อความ โปรดยืนยันการขออุทธรณ์ ให้ คลิกปุ่ม “ยืนยันการอุทธรณ์” อีกครั้ง
    (5) เมื่อคลิกปุ่ม “ยืนยันการอุทธรณ์” เรียบร้อยแล้ว ระบบขึ้นข้อความ “สำเร็จ” ให้คลิกปุ่ม “ตกลง”
    (6) สามารถเลือกพิมพ์เอกสารการขออุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติโดย คลิกปุ่ม “พิมพ์เอกสารยืนยันการอุทธรณ์” ยกเว้น ในกรณีที่ผู้ลงทะเบียนไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติเกณฑ์หนี้สิน จะต้องพิมพ์เอกสารเพื่อใช้ประกอบการขอแก้ไขข้อมูล

อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมามีประชาชนที่ต้องการยื่นอุทธรณ์ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์แต่หาปุ่มอุทธรณ์ไม่เจอโดยผู้ที่มีปัญหาดังกล่าวสามารถทำได้ตามขั้นตอน ดังนี้

  • ที่หน้าผลการตรวจสอบคุณสมบัติหากท่านเป็นผู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือก ให้กดที่ปุ่ม “ผลการตรวจสอบ”
  • เมื่อกดแล้วจะเข้าสู่หน้าขออุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติ ให้กรอกข้อมูล ที่กำหนดตามแบบฟอร์มและที่สำคัญที่สุดคือ “ข้อมูลหลังบัตรประชาชน” ตรงช่องรหัสเลเซอร์ ID หลังบัตรประจำตัวประชาชน แล้วกดยืนยันตัวตน
  • จากนั้นจะเข้าสู่หน้าต่างอุทธรณ์ ให้ท่านกรอกข้อมูลตามที่กำหนดตามแบบฟอร์ม

นอกจากนี้หากไม่ต้องการยื่นอุทธรณ์ผ่านเว็บไซต์สามารถขออุทธรณ์ผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียนทั้ง 7 หน่วยงาน ได้แก่

  • ธนาคารออมสิน
  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
  • สำนักงานคลังจังหวัดทุกจังหวัด
  • ที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ
  • สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร
  • ศาลาว่าการเมือง

โดยผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานรับลงทะเบียนก่อนดำเนินการยื่นอุทธรณ์

สำหรับผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาตรวจสอบสิทธิ และ/หรืออุทธรณ์สิทธิได้ด้วยตนเองสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการตรวจสอบสิทธิ และ/หรืออุทธรณ์ได้ โดยจะต้องเตรียมเอกสาร ดังนี้

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ลงทะเบียน พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
  • หนังสือมอบอำนาจ (สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
  • สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ พร้อมลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง (ถ้ามี) หรือใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี)

สำหรับผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติสามารถยืนยันตัวตนได้ตามขั้นตอน ดังนี้

1. ยืนยันตัวตนได้ที่ (1) ธนาคารกรุงไทยฯ (2) ธนาคารออมสิน หรือ (3) ธ.ก.ส. ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566 เป็นต้นไป โดยจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชน (Smart Card) เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนด้วย ณ ธนาคารดังกล่าวตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร

2. เมื่อยืนยันตัวตนเสร็จเรียบร้อยแล้วจะสามารถตรวจสอบสถานะการยืนยันตัวตนของตนเองผ่านทางเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th ในวันถัดไป หรือติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่หน่วยงานรับลงทะเบียนทั้ง 7 หน่วยงาน หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ผู้ต้องดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับหมายเลขประจำตัวประชาชนกับธนาคารใดก็ได้ เนื่องจากการผูกบัญชีพร้อมเพย์ไว้ล่วงหน้าจะทำให้ผู้ได้รับสิทธิโครงการฯ สะดวกในการรับสิทธิสวัสดิการหากกรณีที่ภาครัฐมีสวัสดิการที่จะโอนเข้าบัญชีในอนาคต

3. หากดำเนินการยืนยันตัวตนภายในวันที่ 1 – 26 มีนาคม 2566 และตรวจสอบพบว่า ผ่านการยืนยันตัวตน (e-KYC) จะสามารถใช้สิทธิสวัสดิการผ่านบัตรประจำตัวประชาชนได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 แต่หากผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติยืนยันตัวตนหลังวันที่ 26 มีนาคม 2566 จะได้ใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐได้ตามวันที่กระทรวงการคลังกำหนด สำหรับผู้ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐปัจจุบันจะสามารถใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้จนถึงวันที่ 31มีนาคม 2566 เท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...