โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อียู-สหประชาชาติ จับมือส่งเสริมการพัฒนายั่งยืนและสิทธิมนุษยชนในไทย

TODAY

อัพเดต 02 มี.ค. 2566 เวลา 09.00 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2566 เวลา 09.00 น. • workpointTODAY

สหภาพยุโรปประกาศสมทบทุนองค์การสหประชาติด้วยทุนกว่า 3.5 ล้านยูโร (ราว 130 ล้านบาท) เพื่อเติมเต็มช่องว่างทางการเงินให้เดินหน้าทำตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals - SDGs) เป้าหมายด้านสิทธฺมนุษยชนในประเทศไทย และการมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2566 ฯพณฯ นายเดวิด เดลี (David Daly) เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย แถลงมอบทุนสมทบให้องค์การสหประชาชาติใน 3 โครงการ ได้แก่โครงการ Strengthening SDGs Localization in Thailand (ส่งเสริมการประยุกต์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย) ภายใต้โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ด้วยเงินทุนราว 1 ล้านยูโรเป็นระยะเวลา 18 เดือน, โครงการ 'Support on Child Protection and Durable Solutions to Refugees in Nine Camps border Thai-Myanmar Border' (สนับสนุนการคุ้มครองเด็กและแนวทางแก้ปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาอย่างยั่งยืนในศูนย์พักพิงชั่วคราวตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา) ภายใต้สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ด้วยเงินทุนมูลค่า 1.5 ล้านยูโร และ โครงการ Strengthen the Promotion and Protection of Human Rights in Thailand (เสริมสร้างการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย)ภายใต้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเงินทุน 1 ล้านยูโร

เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย กล่าวว่าว่า “สหภาพยุโรปเป็นพันธมิตรที่อยู่เคียงข้างประเทศไทยมาอย่างยาวนานในการส่งเสริมและมีความร่วมมือในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน ซึ่งรวมถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชน และประเด็นเกี่ยวกับผู้ถูกบังคับให้ย้ายถิ่น สหภาพยุโรปร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ของสหประชาชาติเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนวาระการพัฒนา 2030 ในประเทศไทย ขณะนี้เราเหลือเวลาอีกเพียง 7 ปีก่อนจะถึงกำหนดในปี ค.ศ. 2030 ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดจะต้องร่วมมือกันเพื่อเร่งดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแต่ละข้อในทุกภูมิภาคทั่วโลก”

ด้านกีต้า ซับบระวาล (Gita Sabharwal) ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวถึงโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งนี้ว่า “ความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปและสหประชาชาติครั้งใหม่นี้จะวางรากฐานเพื่อความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านการทำงานตามกรอบความร่วมมือในประเทศไทย โครงการเหล่านี้จะนำมาซึ่งโอกาสมหาศาลและยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้คนหลายล้านคน ช่วยให้การคุ้มครองผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา การส่งเสริมพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชน และการเพิ่มการมีส่วนร่วมในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของคนในท้องถิ่นมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น บนพื้นฐานของความโปร่งใสและการเปิดกว้าง อีกทั้งเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”

สหภาพยุโรปเชื่อว่าโครงการที่สหภาพยุโรปให้การสนับสนุนทั้งสามโครงการนี้จะช่วยส่งเสริมผลลัพธ์ลำดับที่สามตามกรอบความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (United Nations Sustainable Development Cooperation Framework - UNSDCF) กรอบความร่วมมือนี้กำหนดแนวทางการทำงานของสหประชาชาติ ซึ่งมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 ของประเทศไทย อีกทั้งมีความเหมาะแก่กาลเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากประเทศไทยกำลังฟื้นตัวจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 โดยกรอบความร่วมมือจะส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล ความยั่งยืน สิทธิมนุษยชน และความสามารถในการฟื้นตัวจากวิกฤต ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

โครงการ Strengthening SDGs Localization in Thailand (ส่งเสริมการประยุกต์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย) ทำงานกับ 15 จังหวัดเป้าหมายในการปรับปรุงการสื่อสารนโยบายเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การประยุกต์เป้าหมายโดยคำนึงถึงเพศสภาพโดยเน้นการเพิ่มปริมาณข้อมูลพร้อมใช้งาน สร้างความตระหนัก และพัฒนาขีดความสามารถว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

โครงการ 'Support on Child Protection and Durable Solutions to Refugees in Nine Camps border Thai-Myanmar Border' (สนับสนุนการคุ้มครองเด็กและแนวทางแก้ปัญหาผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาอย่างยั่งยืนในศูนย์พักพิงชั่วคราวตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา) มีเป้าหมายพัฒนาความคุ้มครองและสิทธิของเด็กในศูนย์พักพิงชั่วคราว และส่งเสริมการปฏิรูปกฎหมายให้ผู้หนีภัยการสู้รบสามารถเข้าถึงโอกาสในการประกอบอาชีพและการศึกษาในโรงเรียน

และโครงการ Strengthen the Promotion and Protection of Human Rights in Thailand (เสริมสร้างการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย) ซึ่งมุ่งสร้างความก้าวหน้าในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยด้วยการสนับสนุนความพยายามในระดับประเทศในการเพิ่มความเข้มแข็งของกฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับบรรทัดฐานและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล ขั้นตอนที่สำคัญประกอบด้วยการส่งเสริมให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและองค์กรภาคประชาสังคมมีส่วนร่วมกับกลไกสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ พร้อมมุ่งให้มีการสนองตอบต่อข้อกังวลด้านสิทธิมนุษยชนมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...