โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

BRI-ALPHA พลิกตำราอสังหาฯหนีตลาดเดดล็อก ปั้น ‘Billion Business Park’ รวมบ้าน-ออฟฟิศ-แวร์เฮาส์ รับเทรนด์ทุนจีน-SME”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 14.10 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 07.10 น.

จากแลนด์แบงก์เก่าสู่ขุมทองใหม่ : วิเคราะห์โมเดล Billion Business Park เมื่อ BRI-ALPHA รวมร่าง 'อุตสาหกรรม+ที่อยู่อาศัย ปักหมุด Rare Location พระราม 2 บางนา-ตราด อมตะซิตี้ แหลมฉบัง ระยอง มูลค่า 1,800 ล้านบาท ดักทางทุนจีน-อีคอมเมิร์ซ ชู Yield คลังสินค้า 95% พลิกวิกฤตซัพพลายบ้านล้นสู่พอร์ตรายได้ยั่งยืน เฟสต่อไปเล็งขยายต่อหัวเมืองใหญ่ ภูเก็ต -ขอนแก่น

ในวันที่สมรภูมิอสังหาริมทรัพย์ไทยแบบเดิมกำลังเข้าสู่ภาวะ"เดดล็อก" (Deadlock) จากปัญหาซัพพลายบ้านจัดสรรที่ล้นตลาดสวนทางกับกำลังซื้อที่ชะลอตัว บีงคับให้ดีเวลลอปเปอร์ต้องปรับตัวรวมทั้ง“บริทาเนีย” (BRI) ที่เดิมจัดว่าแข็งในตลาดบ้านต้องขยับตัวพลิกตำราบริหารสินทรัพย์ครั้งสำคัญ

ฉีกกฎเกณฑ์เดิมทิ้งแล้วจับมือกับพันธมิตรสายอุตสาหกรรมอย่าง“แอลฟา อินดัสเทรียล” (ALPHA) เพื่อเปลี่ยนแลนด์แบงก์ในมือให้กลายเป็นโมเดล Hybrid ครั้งแรกของวงการภายใต้ชื่อ “Billion Business Park”

หัวใจสำคัญของโมเดลนี้ คือ การหลอมรวมพื้นที่ที่เคยถูกแยกส่วนอย่าง “ที่อยู่อาศัย-ออฟฟิศ-คลังสินค้า” ให้มาบรรจบกันในพื้นที่เดียว มูลค่ารวมกว่า 1,800 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ประกอบการยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัว (Agility) และลดต้นทุนแฝงจากการทำธุรกิจ

การเคลื่อนทัพครั้งนี้ยังเป็นการชิงความได้เปรียบในพื้นที่ยุทธศาสตร์ 5 Rare Location ครอบคลุมเขตเศรษฐกิจ EEC และประตูสู่ภาคใต้อย่างพระราม 2 ซึ่งล้วนเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่โครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับการขยายตัวของกลุ่มอีคอมเมิร์ซและทุนข้ามชาติ

ทางรอดในวันที่ตลาดเดดล็อก : พลิก Land Bank เป็นเงินสดด้วยกลยุทธ์ Niche Market

นายภคิน ศิริสมพล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดโครงการ บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI เปิดเผยว่า บริทาเนียเป็นผู้นำตลาดบ้านมาหลายปีและเผชิญกับวิกฤตตลาดอสังหาริมทรัพย์มาระยะหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเลยจุดต่ำสุดของอสังหาริมทรัพย์แล้ว ทุกดีเวลลอปเปอร์รวมทั้ง BRI อยู่ในระยะประคับประคองและหา Business Model ใหม่ๆ เพื่อสร้างรายได้ให้บริษัทมากขึ้น ส่วนรายได้ของธุรกิจเดิมBRIก็ยังเดินต่อและเติบโตเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นเชื่อว่าปีนี้น่าจะดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว

สิ่งที่น่าสนใจ คือ Data ของ BRI ชี้ให้เห็นช่องว่างของผู้ประกอบการที่กำลังมองหาพื้นที่เชิงธุรกิจแบบมัลติฟังก์ชันมากขึ้น เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยน Business Model อย่างรวดเร็วของต่อเนื่องรวมทั้งความพยายามฉีกกฎการทำธุรกิจแบบเดิมๆ

“ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ต้องการพื้นที่ที่สามารถทำได้มากกว่าฟังก์ชันเดียว จากบ้านที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยเพิ่มเป็นส่วนหนึ่งของออฟฟิศหรือปรับเปลี่ยนเป็นโชว์รูมเพื่อทำให้ธุรกิจเติบโตเร็วขึ้นและย่นระยะเวลาในการเดินทางไปทำงาน เป็นการควบรวมทุกอย่างเป็นมัลติฟังก์ชันมาไว้ในพื้นที่เดียว”

จากจุดนี้ BRI มองเป็นโอกาสลอนช์ New Business ใหม่ “Billion Business Park” โดยใช้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจแวร์เฮาส์ของ “Alpha Industrial” บริษัทลูกในเครือออริจิ้นมาต่อยอดโดยใช้แลนด์แบงก์ของบริทาเนียมาพัฒนาเพื่อรองรับ ดีมานด์ที่สูงขึ้นจาก EEC

“เป็นครั้งแรกที่จะเห็นภาพของโพรดักซ์ใหม่ในวงการอสังหาฯ ที่มีทั้งแวร์เฮาส์และสามารถอยู่อาศัยเองได้ เพราะธุรกิจที่สามารถรวบรวมทุกส่วนของกิจการมาไว้ในที่เดียวกันจะทำให้ธุรกิจเติบโตและสร้างผลกำไรได้รวดเร็วมากขึ้น ถ้าลูกค้ามี Requirement มีทุนและต้องการทำธุรกิจในประเทศไทย ด้วยแบรนดิ้งของบริทาเนียและชื่อเสียงของการสร้างโพรดักซ์ของ Alpha จะทำให้ผู้ประกอบการเชื่อมั่นว่าจะได้รับโปรดักต์ที่ตรงความต้องการและมีคุณภาพ”

เป้าหมายชัด: SME ไทยหัวใจดิจิทัล และทุนจีนรายย่อยที่ต้องการ 'เป็นเจ้าของ' มากกว่า 'เช่า'

ทั้งนี้ ผู้บริหารวางกลุ่มเป้าหมายของ “Billion Business Park” ไว้ใน 3 กลุ่มหลักคือ

  • กลุ่มผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการหาพื้นที่เชิงธุรกิจเพื่อทำธุรกิจและอยู่อาศัยในที่เดียวกัน ทั้งกลุ่ม B2B และ B2C ไม่ว่าจะเป็นยูทูบเบอร์ (YouTuber) ติ๊กต็อกเกอร์ (TikToker) อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ซึ่งหลายๆ คนผันตัวจาก Content Creator มาเป็นนักไลฟ์สดและปั้นตัวเองเป็นเจ้าของธุรกิจก่อนจะทะยานเป็นกลุ่ม SME
  • กลุ่มลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะนักธุรกิจจีนรายเล็กและรายย่อยที่เข้ามาทำธุรกิจในไทยจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่มีความพร้อมเป็นเจ้าของมากกว่าเช่า (ลูกค้าของอัลฟ่าปัจจุบัน 80% เป็นต่างชาติและเป็นลูกค้าจีน) โดยจะเน้นเจาะนักลงทุนต่างชาติในพื้นที่ EEC รวมไปถึงพระราม 2 ที่มีโรงงานและอีคอมเมิร์ซจำนวนมากและแวดล้อมไปด้วยโครงการหมู่บ้านระดับ 30-80 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและแวรูลมูลค่าที่ดินสูงเป็นทุนเดิม
  • นักลงทุน จาก Data ของ Alpha Industrial Solutions พบว่า Occupancy Rate ของการเช่า Warehouse สูงถึง 95% เพราะฉะนั้นนอกจากการซื้อเพื่อสร้างธุรกิจยังสามารถซื้อพื้นที่ธุรกิจเพื่อการลงทุนในอนาคตได้อีก

จากแรงหนุน Demand การไหลเข้าของเม็ดเงินต่างชาติที่เข้ามาในไทยเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี สวนกระแสกับกำลังซื้อในประเทศ ขณะที่ตลาดการลงทุนในส่วนของ Residence มีซัพพลายล้นตลาดไปบ้างแล้ว แต่“Billion Business Park”เป็นโพรดักซ์ใหม่ที่ยังไม่มีคู่แข่งและยังไม่มีใครทำ

“ถ้าพัฒนาแต่ที่อยู่อาศัยหรือ Residence เราต้องยอมรับตรงๆ ว่าซัพพลายอาจจะมากกว่ากำลังซื้อ เราจึงเปลี่ยน Target จาก Mass Market ไปจับกลุ่ม Niche Market เพราะเรามองว่ากลุ่ม Niche Market ในตลาดปัจจุบันค่อนข้างที่จะสามารถทำตลาดและแข่งขันได้ดีกว่าเพราะกำลังการแข่งขันน้อยกว่า จุดแข็งคือเรา บริทาเนียพัฒนาที่อยู่อาศัย Alpha พัฒนาอสังหาฯ อุตสาหกรรม เมื่อจับมือกันพัฒนา “Billion Business Park” ซึ่งมีความแตกต่างจากโพรดักซ์อื่นๆ ในตลาด”

ผู้บริหารกล่าวต่อไปอีกว่า อีกหนึ่งจุดขายที่สำคัญ คือ “อัตราดอกเบี้ยการกู้สินเชื่อ ตามโครงสร้างของที่อยู่อาศัย” การที่ “Billion Business Park” มีสัดส่วนที่อยู่อาศัยมากกว่า 25% ลูกค้าสามารถขอกู้เป็นสินเชื่อบ้านได้ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการกู้สินเชื่อในเชิงพาณิชย์ที่อัตราดอกเบี้ยสูงถึง 6-10%

จัดพอร์ต Land Bank 50:50: ดักทางตลาดฟื้นตัว เตรียมบุกหัวเมืองศักยภาพสูงภูเก็ต-ขอนแก่น

หากเฟสแรกได้รับผลตอบรับดี ในอนาคตบริษัทจะพัฒนาและขยายพอร์ตเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการขยายไปยังหัวเมืองใหญ่ต่างจังหวัดที่มี Land Bank ในมือเช่น ภูเก็ต ขอนแก่น รวมไปถึงหัวเมืองที่มีกำลังซื้อสูง มีศักยภาพเติบโตในอนาคตและมี Traffic ทั้งในกลุ่มต่างชาติและนักลงทุนด้วย

“ไม่ใช่แค่บริทาเนีย ปัจจุบันดีเวลลอปเปอร์พยายามนำ New Business เข้ามาเพื่อที่จะเพิ่มเสริมสร้างรายได้ของบริษัทให้มากขึ้น เรามองว่าธุรกิจนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่โอกาสแต่เป็นศักยภาพของบริทาเนียในอนาคต หากได้รับการตอบรับดีมากอาจจะเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้หลักให้กับบริษัทก็ได้”

ปัจจุบันเรายังมีแลนด์แบงก์อีกหลายจุดที่เก็บไว้ ในทุกโลเคชันเราแบ่งพอร์ตครึ่งหนึ่งเป็น Billion Business Park และอีกครึ่งหนึ่งเก็บไว้เพื่อรอพัฒนาที่อยู่อาศัยในวันที่ตลาดกลับมาสดใสกว่านี้และซัพพลายหรือสต็อกที่เรามีถูกระบายได้หมดเกลี้ยงพอร์ต

นอกจากนี้ยังจะมีอีก 1 โปรเจคที่กำลังจะลอนช์สู่ตลาดภายในไตรมาส 1 ปี 2569 บิลเลียนจะเป็นโพรดักซ์ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์มากขึ้น เน้น ร้านค้า คลินิกเสริมความงามและรีเทล ในรูปแบบของ Community Mall มากขึ้น

ปักหมุด 5 ยุทธศาสตร์ Rare Location: ดักทางทุกเส้นทางขนส่งและประตูการค้า

ด้าน นายปธาน สมบูรณสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมพร้อมบริการครบวงจร ในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเพิ่มเติมว่า สำหรับ Billion Business Park บริษัทได้คัด 5 สุดยอดทำเลที่เป็น Rare Location บนที่ดิน 50 ไร่ขึ้นไปหรือพื้นที่ ราวๆ 42,000 ตารางเมตร

โดยเป็นพื้นที่ที่แอลฟาคุ้นเคย เป็นโลเคชันยุทธศาสตร์ นอกจากอยู่บนทำเลที่ดีแล้วยังอยู่ในเส้นทางขนส่งและแหล่งอุตสาหกรรม อยู่ใกล้แหล่งชุมชนทั้งธนาคาร โรงพยาบาล ซึ่งเอื้อต่อการประกอบธุรกิจและการดูแลครอบครัวไปพร้อมกัน

บวกกับดีมานด์ผู้ประกอบการ SME หรือเจ้าของธุรกิจบางรายที่ต้องการความเป็นเจ้าของหรือต้องการซื้อ ซึ่ง Billion Business Park ตอบโจทย์ ไม่ว่าจะเป็น

  • โครงการ Billion Business Park RAMA 2 มูลค่าโครงการ 510 ล้านบาท ตั้งอยู่บนเนื้อที่ทั้งหมด 18 ไร่ จำนวน 8 ยูนิต ขนาดที่ดิน 800 - 1,287 ตร.ว. ขนาดพื้นที่ใช้สอย 2,000 ตร.ม. ราคา 60-80 ล้านบาท บนทำเลพระราม 2 จุดเชื่อมยุทธศาสตร์ธุรกิจฝั่งพระราม 2 – เอกชัย – มหาชัย ส่งออกสินค้า ย่านฝั่งธนฯ ใกล้ทะเล เป็น Hub ของอาหารทะเลในกรุงเทพฯ
  • โครงการ Billion Business Park BANGNA-THEPARAK มูลค่าโครงการ 280 ล้านบาท ตั้งอยู่บนเนื้อที่ทั้งหมด 11 ไร่ จำนวน 7 ยูนิต ขนาดที่ดิน 398-1,110 ตร.ว. ขนาดพื้นที่ใช้สอย 1,000 ตร.ม. ราคา 29-60 ล้านบาท บนทำเลย่านบางบ่อ ซึ่งเป็น “Core Industrial Zone of Thailand” แหล่งอุตสาหกรรมกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ
  • โครงการ Billion Business Park BANGNA AMATA มูลค่าโครงการ 380 ล้านบาท ตั้งอยู่บนเนื้อที่ทั้งหมด 7 ไร่ จำนวน 6 ยูนิต ขนาดที่ดิน 398-554 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 1,000 ตร.ม. ราคา 52-82 ล้านบาท จุดเด่นโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ “Eastern Seaboard Business Node” ทำเลยุทธศาสตร์เชื่อมธุรกิจฝั่งตะวันออกของประเทศไทย อมตะ – แหลมฉบัง – มอเตอร์เวย์
  • โครงการ Billion Business Park LAEM CHABANG มูลค่าโครงการ 440 ล้านบาท ตั้งอยู่บนเนื้อที่ทั้งหมด 10 ไร่ จำนวน 8 ยูนิต ขนาดที่ดิน 402-512 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 1,000 ตร.ม. ราคา 51-62 ล้านบาท บนทำเลยุทธศาสตร์ Gateway to Laem Chabang Port ท่าเรือ – นิคมฯ – สุขุมวิท ใกล้ท่าเรืออุตสาหกรรมพรีเมียม การขนส่งทางเรือ การลงทุนระยะยาว
  • โครงการ Billion Business Park Rayong มูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท ตั้งอยู่บนเนื้อที่ทั้งหมด 5 ไร่ จำนวน 5 ยูนิต ขนาดที่ดิน 280-520 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 1,000 ตร.ม. ราคา 36-53 ล้านบาท บนทำเลที่เป็น Industrial Estate Market Zone

“พระราม 2 บางขุนเทียนเป็นเกตเวย์เส้นทางขนส่งไปยังภาคใต้ มีแวร์เฮาส์จำนวนมาก ผู้ประกอบการหลากหลายโครงการของเราตั้งอยู่ใกล้ชุมชนและรีเทล ขณะที่บางนา-ตราด แหลมฉบัง และระยอง เป็นโซน EEC ที่รัฐบาลโปรโมทและมีนักลงทุนเข้ามาลงทุนจำนวนมากและอยู่ใกล้กับโซนท่องเที่ยวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นชลบุรี พัทยา ระยอง ซึ่งจะเป็นกำลังซื้อที่จะเข้ามาช่วยภาคธุรกิจที่เป็นลูกค้าของ Billion business Park ได้ ทุก ๆ โลเคชันเป็น Rare Location และมีความสำคัญเชิงโลจิสติกส์ค่อนข้างมาก

เราจึงกำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้ตั้งแต่ต้นเช่นเส้นแหลมฉบังจะเจาะไปที่กลุ่ม SME กลุ่มซัพพลายโลจิสติกส์ Shipping กลุ่ม Import-Export พระราม 2 ใกล้มหาชัยและเป็นเกตเวย์สู่ภาคใต้จะเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจอาหารแช่แข็ง อาหารสัตว์ ฝั่งของเทพารักษ์ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิเป้าหมายหลักจะเป็นกลุ่ม Shipping Export-Import”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...