โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดัชนี MPI บวกรับแรงหนุนจากเลือกตั้ง- ยานยนต์- ส่งออก

The Better

อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 06.06 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 06.10 น. • THE BETTER
สศอ.เผยภาคอุตสาหกรรมได้รับปัจจัยบวกจากออเดอร์รถยนต์ไฟฟ้า ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ยังขยายตัว รวมถึงอีเว้นท์เลือกตั้งกระตุ้นกำลังซื้อ โดยคาดการณ์ดัชนี MPI และ GDP ภาคอุตสาหกรรมมาอยู่ที่ 1.5 – 2%

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ระดับ 101.58 ขยายตัวร้อยละ 1.46 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ร้อยละ 60.07 เนื่องจากการผลิตรถยนต์ขยายตัวต่อเนื่อง ผู้ประกอบการต้องผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อชดเชยการนำเข้าในช่วงที่ผ่านมา การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมที่ขยายตัวได้

รวมถึงการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยก่อนการเลือกตั้งจะมีกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง ซึ่งไปกระตุ้นภาคการผลิตและภาคบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น การผลิตป้ายและสิ่งพิมพ์ เสื้อผ้า อาหารเครื่องดื่ม ส่งผลให้ความต้องการสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องเพิ่มขึ้น อาทิ อุตสาหกรรมกระดาษ สิ่งพิมพ์ แผ่นไม้ อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

สำหรับปัจจัยที่กดดันภาคอุตสาหกรรมในเดือนมกราคม 2569 ได้แก่ ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องส่งผลให้รายได้และความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกลดลง ประกอบกับการท่องเที่ยวจากต่างประเทศลดลง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น เนื้อไก่ปรุงรส เนื้อไก่แช่แข็ง แฮม และรองเท้า เป็นต้น รวมถึงสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ที่ยังมีความตึงเครียด และนโยบายเศรษฐกิจและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอน

ด้านระบบการเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2569 “ส่งสัญญาณปกติเบื้องต้น” โดยปัจจัยต่างประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัว ตามทิศทางการส่งออกสินค้าที่ปรับตัวดีขึ้นในตลาดจีนและออสเตรเลีย รวมทั้งภาคการผลิตของอาเซียน และสหรัฐอเมริกาที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นมาได้

ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังคงต้องเฝ้าระวังจากความเชื่อมั่นด้านคำสั่งซื้อที่ลดลงในกลุ่มค้าปลีกหลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การนำเข้าในกลุ่มสินค้าทุนปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามการนำเข้าเครื่องจักรที่ขยายตัว

สำหรับแนวโน้มปี 2569 คาดการณ์ดัชนี MPI และ GDP ภาคอุตสาหกรรขยายตัวร้อยละ 1.5 – 2.5 โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการค้าระหว่างประเทศของไทยกับคู่ค้าหลัก ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 และทิศทางการผ่อนคลายอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ทั้งนี้ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการบริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนมกราคม 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 18.18 จากผลิตภัณฑ์ Printed Circuit Board Assembly (PCBA), IC และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เป็นหลัก ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์โลก ส่งผลให้มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น

ขณะที่น้ำมันปาล์ม ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 67.31 จากผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ตามปริมาณผลปาล์มออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ส่งผลให้ทลายปาล์มมีน้ำหนักดี ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น และพื้นที่เพาะปลูกใหม่เริ่มให้ผลผลิต

ส่วนยานยนต์ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 6.27 จากรถยนต์นั่งขนาดเล็ก รถยนต์นั่งไฮบริดขนาดใหญ่ รถยนต์นั่งขนาดใหญ่ และรถยนต์นั่งไฟฟ้า เป็นหลัก ตามความต้องการที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับฐานต่ำในปีก่อน รวมทั้งความนิยมและการแข่งขันด้านราคาของรถยนต์ไฟฟ้ากระตุ้นให้อุตสาหกรรมขยายตัวเพิ่มขึ้น

ด้านอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตเดือนมกราคม 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ น้ำตาล หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 6.88 จากทุกรายการสินค้า ตามปริมาณอ้อยเข้าหีบลดลงจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้อ้อยบางส่วนได้รับความเสียหาย ไม่สามารถเข้าเก็บเกี่ยวอ้อยได้ และหลายพื้นที่ขาดแคลนแรงงาน นอกจากนี้บางพื้นที่อากาศแห้งแล้งส่งผลให้คุณภาพ น้ำหนัก และความหวานของอ้อยลดลง

ปุ๋ยเคมีและสารประกอบไนโตรเจน หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 29.60 เนื่องจากผู้ผลิตบางรายลดปริมาณการผลิตลงจากการหยุดผลิตชั่วคราวหลังไม่มีคำสั่งซื้อ ประกอบกับบางรายชะลอการผลิตจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

ผลิตภัณฑ์คอนกรีต ปูนซีเมนต์ และปูนปลาสเตอร์ หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.07 จากผลิตภัณฑ์เสาเข็มคอนกรีต คอนกรีตผสมเสร็จ พื้นสำเร็จรูปคอนกรีต และปูนมอร์ตาร์ เป็นหลัก ตามการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ กำลังซื้อผู้บริโภคมีจำกัด และสถาบันการเงินเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ และผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 8.35 จากผลิตภัณฑ์ถุงมือยางทางการแพทย์ และยางแท่ง เป็นหลัก ตามปริมาณน้ำยางออกสู่ตลาดลดลงจากอุทกภัยทางภาคใต้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...