โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

THAI รุกตลาด จีน – อินเดีย ชูเป้ารายได้ชน 2แสนล้าน

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 14.50 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 07.50 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - THAI ตั้งเป้ารายได้ปี2569 แตะระดับ2 แสนล้านบาท เติบโต5%จากปี268 และดัน EBITDA MARGING อยู่ที่ระดับ20% เดินหน้ารุกตลาดจีน-อินเดีย สร้างโอกาสโตแกร่ง พร้อมแผนเพิ่มจำนวนเครื่องบิน - เส้นทางบิน รองรับดีมานด์การท่องเที่ยวและเดินทางที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)หรือTHAI เปิดเผยถึงการดำเนินงานปี2569 คาดว่าจะมีรายได้แตะระดับ200,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ5% จากปี2568 ที่มีรายได้ 190,277 ล้านบาท และคาดว่า EBITDA MARGING อยู่ที่ระดับ20% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มอุตสาหกรรมการบินมีแนวโนมเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ International Air Transport Association หรือ IATA คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต3.9% อีกทั้งภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ สนับสนุนให้อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) (Cabin Factor) เติบโตเฉลี่ย 80% เทียบจากปี2568 มีอัตราเฉลี่ยที่ 79.2%

ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าที่สร้างรายได้ให้กับการบินไทย คือเอเชียที่มีสัดส่วนมากที่สุด 50% และมีแนวโนมการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยุโรป มีสัดส่วน 1 ใน 3 ของรายได้ ออสเตรเลีย 10% และลูกค้าในประเทศ5% ซึ่งในปีนี้จะเน้นขยายฐานตลาดจีนและอินเดียเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดที่ใหญ่และมีศักยภาพการเติบโตในอนาคต ทั้งนี้บริษัทจะบริหารควบคุมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรให้ไม่เกิน13% ของรายได้รวม

ปี68กำไรทะลุ3หมื่นล.-ปันผล0.21บาท

สำหรับผลการดำเนินงานปี2568 บริษัทและบริษัทย่อย มีรายได้ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว 190,277 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากปี 2567 และคิดเป็นสัดส่วน 103.4% ของปี 2562 ก่อนการระบาดของโควิด-19 เป็นรายได้จากกิจกรรมขนส่งผู้โดยสารที่เติบโต 0.5% โดยในปี 2568 มีค่าใช้จ่ายไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว 149,438 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% จากปี 2567 ตามปริมาณการผลิตและ/หรือปริมาณการขนส่ง จำนวนเที่ยวบิน และผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าค่าน้ำมันเครื่องบินลดลงตามราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ปรับลดลง ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อย มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงินไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (EBIT) เป็นเงิน 40,839 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน จำนวน 676 ล้านบาท และมี EBITDA 53,880 ล้านบาท

บริษัทมีต้นทุนทางการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 (TFRS 9) จำนวน 13,154 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 30,940 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.09 บาท เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ขาดทุนต่อหุ้น 6.26 บาท

คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.21 บาทต่อหุ้น วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2569 (จะขึ้นเครื่องหมาย XD) หรือวันที่ไม่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569) และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569

เดินหน้าขยายฝูงบิน-เส้นทางบิน

ในปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) เพิ่มขึ้น 8.3% มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ย 79.2% สูงกว่าปี 2567 ที่เฉลี่ยเท่ากับ 78.8% มีจำนวนผู้โดยสารที่ทำการขนส่งรวมทั้งสิ้น 16.46 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.0% มีปริมาณการผลิตด้านการขนส่งสินค้า (ADTK) สูงกว่าปีก่อน 9.7% ปริมาณการขนส่งสินค้า (RFTK) สูงกว่าปีก่อน 8.3% อัตราส่วนการขนส่งสินค้า (Freight Load Factor) เฉลี่ยเท่ากับ 51.3%

ปัจจุบันบริษัทมีอากาศยานที่ใช้ทำการบินรวมทั้งสิ้น 80 ลำ แบ่งเป็นแบบลำตัวกว้างจำนวน 59 ลำ และลำตัวแคบ จำนวน 21 ลำ ที่รวมถึงอากาศยานแบบ Airbus A321neo จำนวน 1 ลำ ที่ใช้เครื่องยนต์ที่ทันสมัยและส่งเสริมความยั่งยืน โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และรองรับการใช้เชื้อเพลิง SAF โดยมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนเครื่องบินอีก 14 ลำ และเช่าอีก10ลำ เพื่อรองรับตลาดให้มีความเหมาะสมตามฤดูกาลและการจัดกิจกรรมทางการตลาดให้มีความสอดคล้องแต่ละภูมิประเทศ

นอกจากนี้ในตารางการบินฤดูร้อนปี 2569 การบินไทยพร้อมให้บริการเที่ยวบินสู่ 62 เส้นทางบินทั่วโลก รวมถึงการเพิ่มจุดบินใหม่เส้นทางกรุงเทพฯ - อัมสเตอร์ดัม ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางประเทศจีนและอินเดียเพื่อตอบสนองความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นของผู้โดยสาร ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...