โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ตรีนุช เทียนทอง ผ่าตัดใหญ่ประกันสังคม ปฏิรูปองค์กร 360 องศา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 12.05 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 12.05 น.
ตรีนุช เทียนทอง

ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์สำนักงานประกันสังคมที่กลายเป็นประเด็นร้อนในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง “ตรีนุช เทียนทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหญิงคนแรกของประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” โดยยอมรับว่า สำนักงานประกันสังคมกำลังเผชิญ “ระเบิดเวลา” ที่สั่งสมมานาน พร้อมเผยแผนผ่าตัดครั้งใหญ่ที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าระบบประกันสังคมไทยไปตลอดกาล

ตรีนุชระบุว่า สำนักงานประกันสังคมตั้งมา 35 ปีแล้ว ถึงเวลาที่ต้องปรับโครงสร้างให้ทันสมัย ตอบโจทย์บริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลง เพิ่มความคล่องตัว ลดข้อจำกัดด้านกฎหมาย และยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการให้เทียบเท่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่ หรือกองทุน กบข.

“โครงสร้างของสำนักงานประกันสังคมในระบบราชการแบบเดิม ๆ เริ่ม ‘ตึงตัว’ เกินไปสำหรับการดูแลคน 24.5 ล้านคน และนายจ้างอีก 5 แสนราย เราอยากเห็นสำนักงานประกันสังคมเป็นหน่วยงานอิสระที่บริหารงานแบบมืออาชีพ”

เธอเผยว่าได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงแรงงานไปเร่งหาแนวทางในการแก้ปัญหา ล่าสุด บอร์ดประกันสังคมมีมติตั้งคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม กำหนดระยะเวลาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน

“เราต้องการความคล่องตัวในการดึงผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและไอทีระดับประเทศมาร่วมงาน โดยไม่ต้องติดเพดานเงินเดือนราชการ เพื่อให้การบริหารเงินกองทุนมีประสิทธิภาพสูงสุดและโปร่งใสตรวจสอบได้”

ตรีนุชเตือนว่า หากไม่ปฏิรูปตอนนี้ แรงงานรุ่นใหม่ทั้ง Gen Z และ Millennials จะหมดศรัทธาในระบบ และมองว่าประกันสังคม คือ “แชร์ลูกโซ่ของรัฐ” ที่พวกเขาจ่ายเงินไป แต่จะไม่ได้ใช้ในอนาคต

รับผิดชอบปัญหา SSO Plus

เมื่อถูกถามถึงเรื่องความไม่โปร่งใสในสำนักงานประกันสังคม ตรีนุชตอบว่า เรื่องที่เป็นประเด็นในวันนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต แต่การเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน คงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ในหลายเรื่องก็ได้ลงไปเร่งรัดติดตามด้วยตนเอง

เธอยกตัวอย่างเรื่องการปิดระบบ SSO Plus ว่าเป็นเรื่องที่ต้องขอโทษผู้ประกันตนจริง ๆ เพราะเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านที่ต้องนำข้อมูลจาก
ระบบเดิมมาเข้าระบบใหม่ คือ SSO Core ซึ่งขณะนี้การนำเข้าข้อมูลทำเสร็จไปมากกว่า 90% แล้ว

“ตอนที่เกิดปัญหาที่พูดกันว่าระบบล่ม สาเหตุหลักคือ ระบบใหม่ไม่สามารถรองรับปริมาณผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลพร้อมกันได้ ทำให้มีข้อมูล ‘ค้างท่อ’ จำนวนมหาศาล โดยเฉพาะกรณีสิทธิประโยชน์ว่างงาน”

ตรีนุชบอกว่า ได้ให้นโยบายกับทางประกันสังคมแล้วว่า ถ้าระบบไอทีมีปัญหา ก็อาจต้องมีแผนรองรับ อาจกลับไปใช้ระบบ Manual Process เพื่อเร่งรัดการจ่ายเงินให้ได้มากที่สุด เท่าที่ได้รับรายงานตอนนี้ก็ทยอยจ่ายไปได้มากกว่า 70,000 คนแล้ว

คาดว่าระบบ SSO Plus น่าจะเปิดให้บริการได้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ถ้ายังมีปัญหามาก ได้สั่งเตรียมแผน Rollback กลับไปใช้ระบบเดิม (SAPIENS) เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนไปมากกว่านี้

“ต้องขอบคุณภาคประชาสังคมที่ช่วยกันตีแผ่เรื่องนี้ จะได้เป็นเหตุที่ทำให้เราต้องเร่งปรับโครงสร้าง ปฏิรูปองค์กร 360 องศา ผ่าตัดระบบกันครั้งใหญ่”

สำหรับเรื่องของระบบไอที 850 ล้านบาท ตรีนุชยืนยันว่าไม่ได้ปล่อยให้ผ่านไป ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบคู่สัญญาย้อนหลัง หากพบความบกพร่องก็อาจต้องมีการเรียกค่าปรับกันอย่างจริงจัง

เตือนภัย “กองทุนล่ม” หากไม่ปฏิรูป

เมื่อถูกถามถึงการสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกันตนว่า “กองทุนจะไม่ล่ม” ในอนาคต ตรีนุชเผยตามตรงว่า หากไม่เริ่มปฏิรูปในวันนี้ ในอนาคตก็ไม่มีอะไรแน่นอน แม้ตัวเลข ณ สิ้นปี 2568 กองทุนประกันสังคมจะยังคงแข็งแรง ทำกำไรได้ถึง 80,000 ล้านบาท แต่ก็ไม่มีอะไรจะการันตีได้ว่าอนาคตจะต้องดี ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย

เธอยกตัวอย่างเรื่องการจ่ายบำนาญชราภาพว่า หากไม่มีการปรับโครงสร้าง วันนี้ตัวเลขของคนที่รับบำนาญจากสำนักงานประกันสังคมอยู่ที่ประมาณ 850,000 ราย อัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 100,000 ราย มา 2-3 ปีแล้ว

ขณะนี้ประกันสังคมจ่ายบำนาญอยู่ประมาณเดือนละ 4,400 ล้านบาท ถ้าตัวเลขของคนรับบำนาญเพิ่มขึ้น ก็แปลว่าคนจ่ายเงินเข้ากองทุนลดลง ตอนนั้นโอกาสที่จะมีสภาวะการจ่ายทวีคูณแบบ Exponential ก็เป็นไปได้สูง

“สำหรับดิฉัน อยากเห็นประกันสังคมเป็น ‘Universal Coverage & Sustainability’ ไม่ใช่แค่จ่ายเงินสมทบแล้วจบไป แต่ประกันสังคมต้องเป็นหลักประกันชีวิตที่ทันสมัย”

ปรับฐานเงินสมทบ เพิ่มสิทธิประโยชน์

เรื่องการปรับฐานการจ่ายเงินสมทบจาก 750 เป็น 875 บาท ตรีนุชอธิบายว่า การปรับฐานเงินสมทบก็เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน 750 บาท หรือ 5% จากฐานเงินเดือนสูงสุด (Ceiling) 15,000 บาท ใช้ฐานนี้มาตั้งแต่มีการปรับกฎหมายน่าจะมากกว่า 10 ปี

มาถึงวันนี้ทั้งอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพต่าง ๆ จึงปรับฐานเงินเดือนสูงสุดเป็น 17,500 บาท ทำให้ฐานเงินสมทบกลายเป็น 875 บาท ซึ่งไม่ได้แค่เก็บเพิ่ม แต่เพิ่มสิทธิประโยชน์บำนาญและเงินทดแทนให้สอดคล้องกับค่าครองชีพจริงควบคู่ไปด้วย

สำหรับเรื่องระบบบำนาญสูตร CARE ตรีนุชยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่อยากให้รอบคอบ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของฝ่ายกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าบำนาญของผู้ประกันตนจะไม่ลดลงแม้แต่รายเดียว และต้องเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกันตน ถ้าเรื่องมาถึงมือตนในช่วงที่ยังรักษาการ รมว.อยู่ ยืนยันว่าพร้อมลงนามและเสนอ ครม.แน่นอน

ตรีนุชกล่าวถึงเรื่องแก้ไขระเบียบเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคมฉบับใหม่ว่า ณ เวลานี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงระเบียบการเลือกตั้ง จนกว่าผลประชาพิจารณ์จะแล้วเสร็จ เพราะอยากฟังเสียงของประชาชนก่อน รวมถึงยังมีขั้นตอนที่อนุกรรมการเลือกตั้งและบอร์ดประกันสังคมต้องพิจารณาอีกครั้ง ตอบไม่ได้ว่าจะเซ็นหรือไม่เซ็นรับระเบียบเลือกตั้งใหม่

“เราต้องฟังเสียงประชาพิจารณ์ ฟังเสียงคนส่วนใหญ่ก่อน ประชาพิจารณ์นี้ก็บอกอยู่แล้วว่า ต้องการรับฟังสิ่งที่คณะกรรมการเสนอขึ้นมา เป็นหลักเกณฑ์ที่รับได้ไหม ถูกต้องไหม หรือมีข้อเสนอแนะอะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อโครงสร้างของประกันสังคมที่ดี”

ท้ายนี้ ตรีนุชฝากไปถึงผู้ประกันตนและผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมว่า ในฐานะรัฐมนตรีแรงงาน ตนตระหนักเสมอว่าเงินทุกบาทในกองทุนคือหยาดเหงื่อของพี่น้องแรงงาน

การปรับโครงสร้างประกันสังคมครั้งนี้คงไม่ใช่แค่เปลี่ยนชื่อหน่วยงาน แต่คือการสร้างความยั่งยืน เพื่อให้กองทุนนี้เป็นที่พึ่งของคนไทยไปอีกหลายทศวรรษ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตรีนุช เทียนทอง ผ่าตัดใหญ่ประกันสังคม ปฏิรูปองค์กร 360 องศา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...