ตรีนุช เทียนทอง ผ่าตัดใหญ่ประกันสังคม ปฏิรูปองค์กร 360 องศา
ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์สำนักงานประกันสังคมที่กลายเป็นประเด็นร้อนในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง “ตรีนุช เทียนทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหญิงคนแรกของประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” โดยยอมรับว่า สำนักงานประกันสังคมกำลังเผชิญ “ระเบิดเวลา” ที่สั่งสมมานาน พร้อมเผยแผนผ่าตัดครั้งใหญ่ที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าระบบประกันสังคมไทยไปตลอดกาล
ตรีนุชระบุว่า สำนักงานประกันสังคมตั้งมา 35 ปีแล้ว ถึงเวลาที่ต้องปรับโครงสร้างให้ทันสมัย ตอบโจทย์บริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลง เพิ่มความคล่องตัว ลดข้อจำกัดด้านกฎหมาย และยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการให้เทียบเท่าสถาบันการเงินขนาดใหญ่ หรือกองทุน กบข.
“โครงสร้างของสำนักงานประกันสังคมในระบบราชการแบบเดิม ๆ เริ่ม ‘ตึงตัว’ เกินไปสำหรับการดูแลคน 24.5 ล้านคน และนายจ้างอีก 5 แสนราย เราอยากเห็นสำนักงานประกันสังคมเป็นหน่วยงานอิสระที่บริหารงานแบบมืออาชีพ”
เธอเผยว่าได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงแรงงานไปเร่งหาแนวทางในการแก้ปัญหา ล่าสุด บอร์ดประกันสังคมมีมติตั้งคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม กำหนดระยะเวลาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
“เราต้องการความคล่องตัวในการดึงผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและไอทีระดับประเทศมาร่วมงาน โดยไม่ต้องติดเพดานเงินเดือนราชการ เพื่อให้การบริหารเงินกองทุนมีประสิทธิภาพสูงสุดและโปร่งใสตรวจสอบได้”
ตรีนุชเตือนว่า หากไม่ปฏิรูปตอนนี้ แรงงานรุ่นใหม่ทั้ง Gen Z และ Millennials จะหมดศรัทธาในระบบ และมองว่าประกันสังคม คือ “แชร์ลูกโซ่ของรัฐ” ที่พวกเขาจ่ายเงินไป แต่จะไม่ได้ใช้ในอนาคต
รับผิดชอบปัญหา SSO Plus
เมื่อถูกถามถึงเรื่องความไม่โปร่งใสในสำนักงานประกันสังคม ตรีนุชตอบว่า เรื่องที่เป็นประเด็นในวันนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต แต่การเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน คงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ในหลายเรื่องก็ได้ลงไปเร่งรัดติดตามด้วยตนเอง
เธอยกตัวอย่างเรื่องการปิดระบบ SSO Plus ว่าเป็นเรื่องที่ต้องขอโทษผู้ประกันตนจริง ๆ เพราะเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านที่ต้องนำข้อมูลจาก
ระบบเดิมมาเข้าระบบใหม่ คือ SSO Core ซึ่งขณะนี้การนำเข้าข้อมูลทำเสร็จไปมากกว่า 90% แล้ว
“ตอนที่เกิดปัญหาที่พูดกันว่าระบบล่ม สาเหตุหลักคือ ระบบใหม่ไม่สามารถรองรับปริมาณผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลพร้อมกันได้ ทำให้มีข้อมูล ‘ค้างท่อ’ จำนวนมหาศาล โดยเฉพาะกรณีสิทธิประโยชน์ว่างงาน”
ตรีนุชบอกว่า ได้ให้นโยบายกับทางประกันสังคมแล้วว่า ถ้าระบบไอทีมีปัญหา ก็อาจต้องมีแผนรองรับ อาจกลับไปใช้ระบบ Manual Process เพื่อเร่งรัดการจ่ายเงินให้ได้มากที่สุด เท่าที่ได้รับรายงานตอนนี้ก็ทยอยจ่ายไปได้มากกว่า 70,000 คนแล้ว
คาดว่าระบบ SSO Plus น่าจะเปิดให้บริการได้ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ถ้ายังมีปัญหามาก ได้สั่งเตรียมแผน Rollback กลับไปใช้ระบบเดิม (SAPIENS) เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนไปมากกว่านี้
“ต้องขอบคุณภาคประชาสังคมที่ช่วยกันตีแผ่เรื่องนี้ จะได้เป็นเหตุที่ทำให้เราต้องเร่งปรับโครงสร้าง ปฏิรูปองค์กร 360 องศา ผ่าตัดระบบกันครั้งใหญ่”
สำหรับเรื่องของระบบไอที 850 ล้านบาท ตรีนุชยืนยันว่าไม่ได้ปล่อยให้ผ่านไป ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบคู่สัญญาย้อนหลัง หากพบความบกพร่องก็อาจต้องมีการเรียกค่าปรับกันอย่างจริงจัง
เตือนภัย “กองทุนล่ม” หากไม่ปฏิรูป
เมื่อถูกถามถึงการสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกันตนว่า “กองทุนจะไม่ล่ม” ในอนาคต ตรีนุชเผยตามตรงว่า หากไม่เริ่มปฏิรูปในวันนี้ ในอนาคตก็ไม่มีอะไรแน่นอน แม้ตัวเลข ณ สิ้นปี 2568 กองทุนประกันสังคมจะยังคงแข็งแรง ทำกำไรได้ถึง 80,000 ล้านบาท แต่ก็ไม่มีอะไรจะการันตีได้ว่าอนาคตจะต้องดี ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย
เธอยกตัวอย่างเรื่องการจ่ายบำนาญชราภาพว่า หากไม่มีการปรับโครงสร้าง วันนี้ตัวเลขของคนที่รับบำนาญจากสำนักงานประกันสังคมอยู่ที่ประมาณ 850,000 ราย อัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 100,000 ราย มา 2-3 ปีแล้ว
ขณะนี้ประกันสังคมจ่ายบำนาญอยู่ประมาณเดือนละ 4,400 ล้านบาท ถ้าตัวเลขของคนรับบำนาญเพิ่มขึ้น ก็แปลว่าคนจ่ายเงินเข้ากองทุนลดลง ตอนนั้นโอกาสที่จะมีสภาวะการจ่ายทวีคูณแบบ Exponential ก็เป็นไปได้สูง
“สำหรับดิฉัน อยากเห็นประกันสังคมเป็น ‘Universal Coverage & Sustainability’ ไม่ใช่แค่จ่ายเงินสมทบแล้วจบไป แต่ประกันสังคมต้องเป็นหลักประกันชีวิตที่ทันสมัย”
ปรับฐานเงินสมทบ เพิ่มสิทธิประโยชน์
เรื่องการปรับฐานการจ่ายเงินสมทบจาก 750 เป็น 875 บาท ตรีนุชอธิบายว่า การปรับฐานเงินสมทบก็เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน 750 บาท หรือ 5% จากฐานเงินเดือนสูงสุด (Ceiling) 15,000 บาท ใช้ฐานนี้มาตั้งแต่มีการปรับกฎหมายน่าจะมากกว่า 10 ปี
มาถึงวันนี้ทั้งอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพต่าง ๆ จึงปรับฐานเงินเดือนสูงสุดเป็น 17,500 บาท ทำให้ฐานเงินสมทบกลายเป็น 875 บาท ซึ่งไม่ได้แค่เก็บเพิ่ม แต่เพิ่มสิทธิประโยชน์บำนาญและเงินทดแทนให้สอดคล้องกับค่าครองชีพจริงควบคู่ไปด้วย
สำหรับเรื่องระบบบำนาญสูตร CARE ตรีนุชยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่อยากให้รอบคอบ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของฝ่ายกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าบำนาญของผู้ประกันตนจะไม่ลดลงแม้แต่รายเดียว และต้องเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกันตน ถ้าเรื่องมาถึงมือตนในช่วงที่ยังรักษาการ รมว.อยู่ ยืนยันว่าพร้อมลงนามและเสนอ ครม.แน่นอน
ตรีนุชกล่าวถึงเรื่องแก้ไขระเบียบเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคมฉบับใหม่ว่า ณ เวลานี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงระเบียบการเลือกตั้ง จนกว่าผลประชาพิจารณ์จะแล้วเสร็จ เพราะอยากฟังเสียงของประชาชนก่อน รวมถึงยังมีขั้นตอนที่อนุกรรมการเลือกตั้งและบอร์ดประกันสังคมต้องพิจารณาอีกครั้ง ตอบไม่ได้ว่าจะเซ็นหรือไม่เซ็นรับระเบียบเลือกตั้งใหม่
“เราต้องฟังเสียงประชาพิจารณ์ ฟังเสียงคนส่วนใหญ่ก่อน ประชาพิจารณ์นี้ก็บอกอยู่แล้วว่า ต้องการรับฟังสิ่งที่คณะกรรมการเสนอขึ้นมา เป็นหลักเกณฑ์ที่รับได้ไหม ถูกต้องไหม หรือมีข้อเสนอแนะอะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อโครงสร้างของประกันสังคมที่ดี”
ท้ายนี้ ตรีนุชฝากไปถึงผู้ประกันตนและผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมว่า ในฐานะรัฐมนตรีแรงงาน ตนตระหนักเสมอว่าเงินทุกบาทในกองทุนคือหยาดเหงื่อของพี่น้องแรงงาน
การปรับโครงสร้างประกันสังคมครั้งนี้คงไม่ใช่แค่เปลี่ยนชื่อหน่วยงาน แต่คือการสร้างความยั่งยืน เพื่อให้กองทุนนี้เป็นที่พึ่งของคนไทยไปอีกหลายทศวรรษ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตรีนุช เทียนทอง ผ่าตัดใหญ่ประกันสังคม ปฏิรูปองค์กร 360 องศา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net