ลูกดื้อเงียบ : ไม่เถียง ไม่งอแง แต่พ่อแม่หนักใจเหลือเกิน…
คุณพ่อคุณแม่จำนวนไม่น้อยอาจเคยรู้สึกว่าว่า ความยากของการเลี้ยงลูกไม่ได้อยู่ที่วันที่ลูกเถียงหรือโวยวายเสียงดัง แต่อยู่ที่วันที่ลูกนิ่งเงียบ ไม่เถียง ไม่แสดงออก และไม่สามารถคาดเดาได้ว่าลูกกำลังคิดหรือรู้สึกอะไรอยู่ ความเงียบแบบนี้ต่างหากที่น่าหนักใจ เพราะไม่รู้ว่าลูกกำลังโกรธ เสียใจ สับสน หรือแค่ไม่อยากคุย และที่ยากกว่านั้นก็คือพ่อแม่ไม่รู้ว่าจะคุยกับลูกอย่างไรดีคำว่า ลูกดื้อเงียบ มักถูกพูดถึงด้วยน้ำเสียงแห่งความวิตกกังวล เพราะเป็นความดื้อที่มองไม่เห็น คาดเดาไม่ได้ เพราะเมื่อลูกเลือกใช้ความเงียบแทนการตอบโต้ เถียง หรืออธิบาย ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องคิดเอาเอง เดาเอาเอง หรืออาจทำให้บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปในทางที่ไม่ดี เพราะคุณพ่อคุณแม่พยายามกดดันให้ลูกแสดงออกความคิดเห็นอะไรสักอย่างออกมางานวิจัยด้านพัฒนาการเด็กและการสื่อสารในครอบครัวอธิบายว่า ลูกดื้อเงียบ เป็นพฤติกรรมเพื่อหลีกเลี่ยงการสื่อสาร เป็นหนึ่งในวิธีจัดการอารมณ์ของเด็กและวัยรุ่น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่พวกเขารู้สึกว่า การพูดอาจนำไปสู่การถูกตำหนิ ความขัดแย้ง หรือการถูกเข้าใจผิด สำหรับเด็กบางคน ความเงียบไม่ใช่การต่อต้าน แต่เงียบเพื่อจะประมวลความรู้สึกให้ดีก่อนจะพูดออกมามากกว่า1. เงียบ ไม่ตอบ ไม่ปะทะ แต่ไม่ทำตาม
ในสายตาคุณพ่อคุณแม่ ความเงียบอาจดูเหมือนการเมินเฉย หรือไม่ให้ความร่วมมือ แต่ในมุมของลูก ความเงียบคือพื้นที่ปลอดภัย เป็นวิธีปกป้องตัวเองจากสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่า ถ้าพูดไปแล้วอาจพูดผิด ถ้าเถียงอาจโดนดุ หรือถ้าอธิบายไม่เก่งพอ เรื่องอาจยิ่งแย่ลงกว่าเดิมแต่ความจริงแล้วการที่ลูกเลือกที่จะไม่พูด ไม่เผชิญหน้า นั่นเป็นเพราะว่าลูกไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกของตัวเองออกมายังไง เวลาที่ไม่เห็นด้วย ไม่สบายใจ หรือรู้สึกว่ากำลังถูกกดดัน สิ่งที่ลูกเลือกทำจึงไม่ใช่การเถียง แต่เป็นการนิ่งเงียบแทน2. ยิ่งถูกถาม ยิ่งเงียบ เพราะไม่รู้จะตอบยังไงให้ถูกใจ
เวลาลูกเงียบ สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ทำคือการถาม เพราะอยากเข้าใจ อยากช่วย และอยากแก้สถานการณ์ให้เร็วที่สุด แต่สำหรับลูกที่เลือกใช้ความเงียบ การถูกตั้งคำถามหรือคาดคั้นเอาคำตอบกลับยิ่งเป็นแรงกดดันที่ทำให้ลูกไม่อยากพูดหรือแสดงออกมากขึ้น เพราะไม่แน่ใจว่า ถ้าพูดออกไปแล้ว จะได้รับความเข้าใจหรือถูกตัดสิน หรือจะกลายเป็นชนวนให้ถูกตำหนิมากกว่าเดิมเมื่อสมองยังประมวลความรู้สึกไม่ทัน ความเงียบจึงเป็นคำตอบที่ปลอดภัยที่สุด การบอกว่า ยังไม่รู้ หรือ ยังไม่อยากพูดตอนนี้ ไม่ได้หมายถึงการปิดใจถาวร แต่เป็นการขอเวลา ซึ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่ให้พื้นที่ตรงนี้ได้ ลูกจะค่อยๆ กลับมาพูดในจังหวะของตัวเอง3. ความเงียบ คือวิธีควบคุมอารมณ์ของลูกบางคน
เด็กแต่ละคนมีวิธีจัดการอารมณ์ไม่เหมือนกัน บางคนร้องไห้ บางคนระบายออกมาด้วยคำพูด บางคนแสดงออกชัดเจน แต่ลูกดื้อเงียบมักเป็นเด็กที่อารมณ์ข้างในแรงมาก แต่ยังไม่รู้ว่าจะรับมือกับมันยังไงดีความโกรธ ความน้อยใจ ความเสียใจ หรือความผิดหวัง อาจถาโถมเข้ามาพร้อมกัน จนลูกเองก็สับสนว่า กำลังรู้สึกอะไรอยู่ การพูดในช่วงนั้นเลยเป็นเรื่องยาก เพราะกลัวพูดผิด กลัวควบคุมตัวเองไม่ได้ หรือกลัวทำให้เรื่องแย่ลง ความเงียบจึงกลายเป็นสิ่งที่ลูกใช้หยุดอารมณ์ตัวเองเอาไว้ก่อนแล้วถ้าหากคุณพ่อคุณแม่รีบเข้าไปเร่งให้ลูกพูดในตอนที่อารมณ์ยังตึงเครียด สิ่งที่มักเกิดขึ้นคือ ลูกจะยิ่งปิดใจและถอยออกมาเงียบกว่าเดิม แต่ถ้าให้เวลาลูกได้สงบก่อน แล้วค่อยกลับมาคุยกันใหม่ในจังหวะที่อารมณ์เบาลง ลูกจะรู้สึกปลอดภัยพอที่จะค่อยๆ พูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาเอง4. คำพูดของผู้ใหญ่ บางทีก็ทำให้ลูกเลือกเงียบมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เด็กที่ดื้อเงียบมักเป็นเด็กที่รับรู้อารมณ์รอบตัวเก่งมาก ทั้งน้ำเสียง สีหน้า และบรรยากาศในบ้าน หรือแม้แต่การถอนหายใจเบาๆ การพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด หรือการพูดประชด เช่น ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด หรือ จะเงียบทำไมนักหนา ก็เพียงพอจะทำให้ลูกเรียนรู้ว่า การเงียบไว้จะปลอดภัยกว่า เพราะอย่างน้อยก็ไม่ทำให้ใครอารมณ์เสียไปมากกว่านี้สิ่งที่ช่วยได้มากกว่าการพยายามดึงคำพูดออกมาทันที คือการเข้าใจและยอมรับอารมณ์ของลูก เช่น บอกลูกว่าตอนนี้ยังไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไร ไว้พร้อมเมื่อไรบอกแม่ได้นะ แบบนี้จะช่วยให้ลูกรู้ว่า ความเงียบไม่ใช่ปัญหา และคุณพ่อคุณแม่พร้อมจะรับฟังในเวลาที่ลูกต้องการเสมอ5. เมื่อลูกเงียบ แต่บ้านยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การทำให้ลูกพูด แต่คือการให้ลูกรู้ว่า ต่อให้ไม่พูด เขาก็ยังถูกรัก ยังมีที่ยืน และยังมีคนรออยู่ตรงนั้นงานวิจัยด้านความสัมพันธ์ในครอบครัวพบว่า การตอบสนองในเชิงสนับสนุนมากกว่าเชิงวิจารณ์ จะช่วยให้เด็กค่อยๆ กล้าพูดออกมาเมื่อพร้อมได้มากขึ้น ดังนั้น การนั่งอยู่ใกล้กันโดยไม่ซักถาม การคุยเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นที่ตึงเครียด หรือการทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้ลูกเชื่อมต่อกับคุณพ่อคุณแม่มากขึ้นอ่านบทความ รับมือลูกดื้อ : ดุไปก็เท่านั้น ลองใช้เสียงหัวเราะ มุกตลกเข้าสู้! เผื่อลูกจะว่าง่ายขึ้นอ้างอิงchildmindlink.springer