โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

พบกล่องดำ AT-6 ตกที่เชียงใหม่แล้ว สมบูรณ์ 90% อยู่ระหว่างนำส่งบริษัทผู้ผลิตในสหรัฐ ตรวจสอบ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 04.49 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 04.47 น.

“โฆษก ทอ.” เผยผลสอบสาเหตุ AT-6 ตก จ.เชียงใหม่ เบื้องต้นตรวจพบกล่องดำแล้ว อยู่ระหว่างนำส่งบริษัทผู้ผลิตตรวจสอบ พบมีความ ความสมบูรณ์ถึง 90 % ชี้รายละเอียด ขอให้รอผลจากกล่องดำ ย้ำกองทัพดูแลเครื่องบินเปรียบเสมือนครอบครัว

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการหาสาเหตุเครื่องบน AT-6 ตกที่ จ.เชียงใหม่ ว่า ทางกองทัพอากาศได้ส่งคณะกรรมการสอบสวนอากาศยานอุบัติเหตุด้านนิรภัยการบินลงพื้นที่ตั้งแต่วันแรก ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งการสัมภาษณ์นักเรียนการบินที่ร่วมทำการบิน และเจ้าหน้าที่หอบังคับการบิน รวมถึงตรวจพบกล่องดำของอากาศยานแล้ว

เบื้องต้นกล่องดำจะถูกส่งไปยังบริษัทผู้ผลิตในสหรัฐอเมริกา เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการบินในขณะเกิดเหตุ ตามมาตรฐานการบินสากล โดยระยะเวลาในการตรวจสอบขึ้นอยู่กับสภาพความสมบูรณ์ของข้อมูล ซึ่งเบื้องต้นพบว่า กล่องดำมีความสมบูรณ์ประมาณ 80–90% แม้จะได้รับผลกระทบจากแรง G แต่ถูกออกแบบมาให้ทนทาน และสามารถดึงข้อมูลกลับมาได้ ทั้งนี้กองทัพอากาศยังไม่สามารถระบุสาเหตุการตกได้ในขณะนี้ ต้องรอผลการวิเคราะห์อย่างเป็นทางการก่อน เพื่อนำข้อเท็จจริงไปใช้เป็นบทเรียน และกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ กล่าวย้ำว่า เครื่องบินทุกลำมีความเสี่ยงไม่ว่า จะเป็นเครื่องใหม่หรือเก่า แต่กองทัพอากาศดูแลอากาศยานทุกลำอย่างดีที่สุด เปรียบเสมือนคนในครอบครัว มีการบำรุงรักษา เปลี่ยนอะไหล่ และปรับปรุงตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเครื่องบิน F-16 ที่ประจำการมานานเกือบ 40 ปี หรือกริพเพนที่มีอายุราว 15 ปี หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ก็ได้ไปปฏิบัติภารกิจในการปกป้องอธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติ ในสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาที่ผ่านมา

สำหรับอากาศยานที่ประสบเหตุ เป็นเครื่องบินใหม่ อายุไม่ถึงหนึ่งปี ซื้อจากบริษัทสหรัฐอเมริกาและนำมาประกอบในประเทศไทย เพิ่งบรรจุประจำการเมื่อกลางปีที่ผ่านมา พร้อมได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์เพิ่มเติมบางส่วนจากรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อเพิ่มความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ ยืนยันว่าไม่ใช่เครื่องบินเก่า

ปัจจุบันกองทัพอากาศมีเครื่องบิน AT-6 ทั้งหมด 8 ลำ ประสบอุบัติเหตุไป 1 ลำ เหลือ 7 ลำ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาความเพียงพอในการปฏิบัติภารกิจ โดยจะพักการบินเครื่องบิน AT-6 ทั้ง 7 ลำเป็นการชั่วคราว เพื่อให้มั่นใจว่า จะไม่เกิดเหตุซ้ำ ขณะที่ฝูงบิน และหมู่บินอื่นยังคงปฏิบัติภารกิจตามปกติ และคาดว่า จะสามารถกลับมาบินได้ในเวลาไม่นานหลังทราบผลสอบสวน

ในด้านขวัญกำลังใจของกำลังพล ยอมรับว่า การสูญเสียเป็นสิ่งที่ไม่มีใครยอมรับได้ แต่ภารกิจในการพิทักษ์น่านฟ้าไทยไม่อาจหยุดยั้งได้ กองทัพอากาศยังคงเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอน เพื่อรักษาเอกราชอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ

เมื่อถามว่ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดีดตัวของเก้าอี้นักบิน พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ระบุว่า การหลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมชนเป็นแนวคิดหลักในการฝึก และการปฏิบัติภารกิจมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเชิงลึกของเหตุการณ์ต้องรอผลการวิเคราะห์จากกล่องดำก่อน เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันที่ชัดเจน

ทั้งนี้กองทัพอากาศยืนยันว่า เครื่องบินทุกลำมีความสมควรเดินอากาศตามมาตรฐาน มีการตรวจสอบก่อนขึ้นบินทุกเที่ยว โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการซ่อมอากาศยานของกองทัพอากาศ ซึ่งผ่านการฝึกในมาตรฐานเดียวกัน พร้อมย้ำว่าความปลอดภัยและมาตรฐานการบินเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดถือมาโดยตลอด ภายใต้แนวคิด “ฝึกเหมือนรบจริง และรบจริงเหมือนฝึก”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า เครื่องบินรบทุกประเภทจะไม่มีประกันกับบริษัทผู้ผลิต ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ โดยการตรวจรับเครื่องบินนั้น ก็จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดตามมาตรฐาน แต่ถึงแม้จะไม่มีประกัน แต่มีสัญญาการซื้อขายระหว่างกัน ซึ่งมีรายละเอียดในเงื่อนไข

อ่านข่าว : เปิดสมรรถนะ AT-6 Wolverine เครื่องบินโจมตีมะกัน ควบคุมคล้าย F-6 เพิ่งบรรจุได้ 3 เดือน งบ 4.6 พันล้าน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พบกล่องดำ AT-6 ตกที่เชียงใหม่แล้ว สมบูรณ์ 90% อยู่ระหว่างนำส่งบริษัทผู้ผลิตในสหรัฐ ตรวจสอบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...