โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กรมทางหลวง เผยความคืบหน้าสัปดาห์แรก ของการรื้อถอนสะพานโครงการมอเตอร์เวย์ M82 ที่เสียหายจากเหตุเครน LG ถล่ม และการเทคอนกรีตเชื่อมสะพานคานยื่นข้ามแม่น้ำท่าจีน

สวพ.FM91

อัพเดต 01 ก.พ. เวลา 10.40 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. เวลา 10.40 น.

กรมทางหลวง เผยความคืบหน้าสัปดาห์แรก ของการรื้อถอนสะพานโครงการมอเตอร์เวย์ M82 ที่เสียหายจากเหตุเครน LG ถล่ม และการเทคอนกรีตเชื่อมสะพานคานยื่นข้ามแม่น้ำท่าจีน ย้ำ! ความปลอดภัยประชาชนเป็นหลัก พร้อมเชิญ วสท. กำกับดูแลควบคุมอย่างใกล้ชิด

(1 กุมภาพันธ์ 2569) — กรมทางหลวงรายงานความคืบหน้าโครงการมอเตอร์เวย์ M82 ตอนที่ 7 ภายหลังเกิดเหตุอุปกรณ์ยกติดตั้งชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป (Launching Gantry : LG) ถล่มบริเวณทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) โดยขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการเตรียมรื้อถอนสะพานที่ได้รับความเสียหายจากเครน LG ภายใต้การกำกับดูแลของผู้เชี่ยวชาญจาก วสท. และมาตรการควบคุมพื้นที่ให้มีความปลอดภัย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้ใช้เส้นทาง ส่วนงานเทคอนกรีตเชื่อมสะพานคานยื่นข้ามแม่น้ำท่าจีนแล้วเสร็จ 1 จุด พร้อมเร่งตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาการกำกับการดำเนินงานให้เป็นไปตามสัญญาอย่างเคร่งครัด

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า จากเหตุเครน LG ถล่มของโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 ตอนที่ 7 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทำให้จำเป็นต้องรื้อย้ายพื้นสะพานคอนกรีตอัดแรงใกล้จุดเกิดเหตุที่ถูกเครน LG พังถล่ม มากระแทกได้รับความเสียหาย จำนวน 2 ช่วง เนื่องจากตรวจพบว่าพื้นสะพานทะลุและลวดอัดแรง (Prestressed Tendon) ได้รับความเสียหาย รวมถึงมีรอยร้าวปรากฎบริเวณชิ้นส่วนสะพานรูปกล่อง ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง จึงจำเป็นต้องรื้อถอนลงมาก่อนเพื่อความปลอดภัย โดยการเคลื่อนย้ายเครน LG เข้าไปติดตั้งและยกชิ้นส่วนสะพานคอนกรีตรูปกล่องอัดแรงที่จะถูกตัดแยกแต่ละก้อนลงมาอย่างเป็นระบบ ตามขั้นตอนทางวิศวกรรมและมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ภายใต้การกำกับดูแลขั้นตอนและแผนการดำเนินการของผู้เชี่ยวชาญจาก วสท. และมาตรการควบคุมพื้นที่ให้มีความปลอดภัย เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจต่อสาธารณะ แบ่งออกเป็น 5 มิติ ดังนี้

มิติที่ 1 พื้นที่ก่อสร้างต้องปลอดภัย: ปิดพื้นที่การจราจร 100% บริเวณพื้นที่ก่อสร้างที่มีงานอันตรายบนที่สูง รวมทั้งให้เว้นระยะปลอดภัย (Safety Zone) ด้านข้าง เพื่อแยกพื้นที่ก่อสร้างออกจากพื้นที่สัญจรอย่างเด็ดขาด

มิติที่ 2 เครื่องจักรและอุปกรณ์ต้องปลอดภัย: ยกเครื่องระบบตรวจสอบทางวิศวกรรม โดยให้ตรวจทานแบบและรูปแบบการติดตั้งเครน LG ของแต่ละช่วงสะพาน พร้อมทั้งรายการคำนวณใหม่ทั้งหมด รวมทั้งให้ตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์เครน LG ใหม่อีกครั้ง และดำเนินการติดตั้ง Add-on ระบบ Structural Health Monitoring (SHM) หรือเซนเซอร์ตรวจวัดพฤติกรรมโครงสร้างแบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

มิติที่ 3 เปลี่ยนผู้ปฎิบัติงาน LG เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีมาตรฐาน: ยุติการดำเนินงานของชุดปฏิบัติงาน LG รายเดิมของ ITD และจัดหาบริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านงาน LG ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยได้รับการยอมรับเข้ามาดำเนินการแทน

มิติที่ 4 ตรวจสอบและกำกับควบคุมความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ (Third Party): เพิ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยที่เป็นอิสระ โดยเชิญ วสท. ส่งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบและร่วมกำกับควบคุมดูแลความปลอดภัยในทุกขั้นตอนอีกชั้นหนึ่ง ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน

มิติที่ 5 ประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณะอย่างเปิดเผย: เปิดเผยข้อมูลทางวิศวกรรมให้ประชาชนทราบอย่างตรงไปตรงมา พร้อมรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง

โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมทางหลวง ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้ประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยขั้นสูงสุดก่อนเริ่มขั้นตอนการรื้อถอน พร้อมทั้งได้ลงพื้นที่ประเมินความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างบริเวณข้างเคียงที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุเครน LG ถล่ม เพื่อสอบทานความถูกต้องของแผนการรื้อถอน และตรวจสอบสภาพความสมบูรณ์และความแข็งแรงของโครงสร้าง LG ที่จะนำมาใช้ยกชิ้นส่วนสะพานที่เสียหายลงมา โดยล่าสุดจนถึง 31 มกราคม 2569 ได้เริ่มดำเนินการในขั้นตอนการทำงานที่สำคัญไปแล้ว 2 ส่วน คือ

1. การรื้อย้าย LG ด้านซ้ายทาง: ปลดอุปกรณ์ยึดรั้ง (PT-Bar) และดำเนินการเคลื่อนย้าย LG ถอยกลับไปยังตำแหน่งปลอดภัย เพื่อไม่ให้กีดขวางขั้นตอนการรื้อย้ายคาน

2. การปรับตำแหน่ง LG ชุดที่สอง: ดำเนินการเคลื่อนย้าย LG จากด้านขวาทาง เข้าสู่ตำแหน่งปฏิบัติงานเพื่อเตรียมรื้อถอนคานที่ชำรุด โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนงาน ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนการติดตั้งค้ำยัน (Main Support) และการเจาะคอนกรีตสำหรับติดตั้งโครงสร้างรองรับ (Supporting Frame)

สำหรับแผนการดำเนินงานในสัปดาห์หน้า ทีมวิศวกรจะดำเนินงานขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารรายการคำนวณ และขั้นตอนการเคลื่อนย้ายชุดเครื่องจักร LG (Method Statement) ที่จะใช้ในการรื้อถอนอย่างละเอียด พร้อมทั้งดำเนินการติดตั้งระบบติดตามพฤติกรรมโครงสร้าง (Structural Health Monitoring) แบบ Real Time เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยตลอดเวลา ควบคู่ไปกับการลงพื้นที่ตรวจสอบความสมบูรณ์ของเครื่องจักรและอุปกรณ์ส่วนควบให้พร้อมสมบูรณ์ ก่อนที่จะเริ่มเคลื่อนย้าย LG เข้าสู่ตำแหน่งเพื่อปฏิบัติงานรื้อถอนในลำดับถัดไป

ในส่วนของการเทคอนกรีตเชื่อมต่อโครงสร้างสะพานคานยื่น (Balanced Cantilever) ช่วงข้ามแม่น้ำท่าจีนที่ยังไม่บรรจบกันจำนวน 3 จุด ยังคงเดินหน้าตามแผนภายใต้มาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เนื่องจากปัจจุบันโครงสร้างสะพานฯ ถูกทิ้งค้างไว้ในรูปแบบ “คานยื่นอิสระ” และใช้นั่งร้านชั่วคราวขนาดใหญ่ทำหน้าที่แบกรับน้ำหนักอยู่ จึงจำเป็นต้องเร่งเทคอนกรีตเชื่อมต่อโครงสร้างสะพานส่วนยื่น (Closure) ให้บรรจบอย่างสมบูรณ์ เพื่อให้การรับน้ำหนักและถ่ายแรงเป็นไปตามการออกแบบด้านวิศวกรรม และสามารถรื้อถอนโครงสร้างนั่งร้านชั่วคราวที่มีความเสี่ยงสูงออกจากพื้นที่ก่อสร้าง และเปิดช่องทางหลักช่วงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนเพิ่มเติมได้ โดยล่าสุดจนถึง 31 มกราคม 2569 ได้ดำเนินการเทคอนกรีตเชื่อมสะพานและดึงลวดแล้วเสร็จ 1 จุด (ตำแหน่ง M3) สำหรับแผนการดำเนินงานในสัปดาห์หน้า จะเริ่มดำเนินการอีก 2 จุดที่เหลือ (ตำแหน่ง M4 และ M5)

โดยความคืบหน้าของการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุของเหตุการณ์การเครน LG ถล่ม คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนของกรมทางหลวง ซึ่งประกอบด้วยวิศวกรโยธาเชี่ยวชาญจากกรมทางหลวง ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนสภาวิศวกร ผู้แทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบวัตถุพยานและสถานที่เกิดเหตุบริเวณ กม.30+300 พร้อมทั้งร่วมประชุมสรุปแนวทางการดำเนินงานโดยคณะกรรมการฯ ได้กำหนดและเก็บรวบรวมวัตถุพยานสำคัญทั้งทางคดีและทางวิศวกรรม รวมจำนวน 9 จุด อาทิ ชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็ก (Truss) ชุดมอเตอร์ ระบบไฮดรอลิก และชิ้นส่วนที่ได้รับความเสียหาย โดยมีเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมดำเนินการ เพื่อนำวัตถุพยานไปเก็บรักษาในพื้นที่ควบคุมเฉพาะ ป้องกันการสูญหาย และเตรียมพร้อมสำหรับการตรวจสอบเชิงลึก

นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้วางแผนการตรวจสอบทางนิติวิศวกรรม โดยในสัปดาห์ถัดไปจะเริ่มดำเนินการตรวจสอบพินิจ (Visual Inspection) การวัดขนาดและเก็บข้อมูลทางกายภาพของโครงสร้างเปรียบเทียบกับแบบแปลน จากนั้นจะคัดเลือกชิ้นส่วนสำคัญส่งทดสอบในห้องปฏิบัติการ (Laboratory Test) เพื่อทดสอบค่ากำลังรับแรงของวัสดุจริง ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดไปใช้ในการจำลองสถานการณ์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (Finite Element Analysis) เพื่อวิเคราะห์สาเหตุการวิบัติของโครงสร้างให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับตามหลักวิศวกรรมสากล

ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาว่าการดำเนินงานของผู้รับเหมาเป็นไปตามแบบ วิธีการก่อสร้าง และเงื่อนไขในสัญญาหรือไม่ รวมถึงใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาความรับผิดและสิทธิของกรมทางหลวงในการดำเนินการตามสัญญาต่อไป

กรมทางหลวงยืนยันให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน และจะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...