โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘SME D Bank’ โชว์ผลงานปี 68 ปล่อยกู้ท็อปฟอร์ม 7.9 หมื่นล้าน

ไทยโพสต์

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 17.05 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 10.05 น.

SME D Bank’ ท็อปฟอร์ม! โชว์ผลดำเนินงานปี 68 ปล่อยกู้เติมทุนเอสเอ็มอี 7.9 หมื่นล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ลุยบริหารหนี้เสียกดเหลือต่ำสุดเพียง 7.9% ปักธงปี 69 เดินหน้าอุ้มเอสเอ็มอีต่อเนื่อง ชูเทคโนโลยี-AI เพิ่มขีดความสามารถรายเล็ก

2 ก.พ. 2569 - นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2568 ว่า สามารถสร้างสถิติใหม่ (New High) พาเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนรวมกว่า 79,043 ล้านบาท ถือเป็นยอดสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งธนาคารมากว่า 23 ปี โดยมุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหม่และขนาดเล็ก วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาท สูงถึงกว่า 70% ของการเติมทุนทั้งหมด ช่วยสร้างประโยชน์ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 362,010 ล้านบาท รักษาการจ้างงาน 620,360 ราย สวนทางกับแนวโน้มสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีในระบบที่ติดลบต่อเนื่องมา 13 ไตรมาส ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding) ขยายตัวอยู่ที่กว่า 99,564 ล้านบาท เติบโต 0.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567

นอกจากนี้ ยังให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นจากสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยมาตรการต่างๆ เช่น พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยแก่เอสเอ็มอีประสบมหาอุทกภัยภาคเหนือและภาคใต้ โครงการคุณสู้ เราช่วย เป็นต้น จำนวน 32,900 ราย ขณะเดียวกัน บริหารจัดการสินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดลงเหลือเพียงประมาณ 7.9% ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์นับแต่ก่อตั้งเช่นกัน อีกทั้ง ให้ความสำคัญด้านบริหารความเสี่ยง ด้วยการตั้งสำรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานะ NCR (NPL Coverage Ratio) หรืออัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ สูงถึงประมาณ 154% สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และมีเสถียรภาพทางการเงินของธนาคาร โดยธนาคารมีกำไรหลังหักสำรองฯ ที่ 261 ล้านบาท

ขณะเดียวกันช่วยพัฒนาเพิ่มศักยภาพให้เอสเอ็มอี มากกว่า 20,000 ราย ผ่านกิจกรรมออนไซต์ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ควบคู่เสริมแกร่งผ่านออนไลน์ ด้วยแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มพัฒนาธุรกิจครบวงจรที่ธนาคารพัฒนาขึ้น โดยมียอดสมาชิกสะสม ตั้งแต่เริ่มเปิดบริการเมื่อปี 2567 ถึงปัจจุบัน ประมาณ 46,000 ราย

สำหรับแนวทางการดำเนินงานของ SME D Bank ในปี 2569 นายพิชิต ระบุว่า ธนาคารวางเป้าหมายในการปล่อยสินเชื่อเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่น้อยกว่าปี 2568 และคาดการณ์ว่ายอดสินเชื่อคงค้างรวมจะสามารถเติบโตแตะระดับ 100,000 ล้านบาทได้ ขณะที่ NPLs นั้น จะยังใช้เครื่องมือในการช่วยปิดความเสี่ยง และเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของลูกค้าแต่ละราย ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการจัดการหนี้เสียได้อย่างมีศักยภาพ

โดยธนาคารยังมุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใน 3 อุตสาหกรรมหลักที่เป็นอนาคตของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ อาหาร สุขภาพ และเกษตรแปรรูป ให้สามารถยกระดับปรับเปลี่ยนพัฒนาสู่ธุรกิจใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม มาตรฐาน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มศักยภาพธุรกิจ พัฒนาสู่การเป็นเอสเอ็มอีที่มีคุณภาพ แข่งขันได้ทั้งในและต่างประเทศเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ขณะเดียวกันอาจจะต้องมีการจับตาธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อมีปัจจัยเสี่ยงเข้ามาก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มที่เป็นฐานการผลิตของประเทศ โดยธนาคารจะเตรียมพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมในการเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ทั้งนี้ ธนาคารได้จัดเตรียม 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำคัญเพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีรายใหม่ขนาดเล็กให้เข้าถึงแหล่งทุน ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี วงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท ตอบโจทย์นำไปลงทุน ขยาย ปรับปรุงกิจการ หรือหมุนเวียนเสริมสภาพคล่อง ช่วยยกระดับธุรกิจ ได้แก่ โครงการสินเชื่อ ปลุกพลัง SME สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน, โครงการสินเชื่อ Beyond ติดปีก SME วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท และสินเชื่อ SME Green Productivity สนับสนุนเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...