โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมควบคุมโรคเฝ้าระวัง-ตรวจจับไวรัสซิกาต่อเนื่อง

[invalid]

อัพเดต 07 พ.ย. 2559 เวลา 11.06 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2559 เวลา 09.33 น. • tnnthailand.com
กรมควบคุมโรคเผยไทยเข้มมาตรการเฝ้าระวังและตรวจจับไวรัสซิกาต่อเนื่อง ชี้ผู้ป่วย-ผู้ใกล้ชิดดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ

กรมควบคุมโรค เผยไทยเข้มมาตรการเฝ้าระวังและตรวจจับโรคติดเชื้อไวรัสซิกาต่อเนื่อง ชี้ผู้ป่วย-ผู้ใกล้ชิดดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติวันนี้ (7 พ.ย.59) นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข  อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค (EOC) ว่า จากกรณีที่มีนิสิตของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครปฐม ป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกา นั้นเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้เพราะปัจจุบันประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) มีการดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกาอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ทุกภาคส่วน รวมถึงมีระบบการตรวจที่แม่นยำและส่งตัวอย่างตรวจมากขึ้น ทำให้การตรวจจับโรคติดเชื้อไวรัสซิกาครอบคลุมทุกพื้นที่และสามารถพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร สาธารณสุข มหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกาอย่างเข้มข้น รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย เพื่อตัดวงจรของยุงลายพาหะนำโรคดังกล่าว นอกจากนี้ขอให้ประชาชนเข้าใจไม่ต้องกลัวหรือรังเกียจผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกา เพราะปัจจุบันโรคติดเชื้อไวรัสซิกายังไม่มีรายงานการติดต่อจากการสัมผัสและไม่สามารถติดต่อทางลมหายใจ ซึ่งผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิดสามารถดำเนินกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ซึ่งผู้ป่วยโรคนี้ควรป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อหากมีเพศสัมพันธ์ต้องใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่สำคัญขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบเฝ้าระวังของประเทศไทย และติดตามข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง โดยนพ.เจษฎา กล่าวต่อว่า สถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสซิกาในประเทศไทย ตั้งแต่ 1 ม.ค. - 4 พ.ย. 2559 พบผู้ป่วยแล้ว 653 ราย ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (29 ต.ค. – 4 พ.ย. 2559) พบผู้ป่วยรายใหม่ 17 ราย ซึ่งจำนวนผู้ป่วยลดลงจากสัปดาห์ก่อนนี้ แต่ละสัปดาห์มีความใกล้เคียงกันและสามารถควบคุมโรคได้ โดยพบผู้ป่วยในบางอำเภอ บางจังหวัดเท่านั้น  สำหรับการเฝ้าระวังและติดตามในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ในพื้นที่ที่พบผู้ป่วย ขณะนี้มีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ 65 ราย คลอดแล้ว 20 ราย ทารกทุกรายมีอาการปกติ  ส่วนการเฝ้าระวังและสอบสวนทารกศีรษะเล็ก นั้น ยืนยันพบทารกมีภาวะศีรษะเล็กจากการติดเชื้อไวรัสซิกาในครรภ์มารดา 2 รายสำหรับคำแนะนำในการใช้ผลิตภัณฑ์ไล่แมลงของหญิงตั้งครรภ์นั้น ขอให้ใช้ผลิตภัณฑ์ไล่แมลงที่มีการขึ้นทะเบียนรับรองไว้อย่างชัดเจน เนื่องจากได้รับการประเมินด้านประสิทธิภาพแล้ว โดยผลิตภัณฑ์ไล่แมลงชนิดสารธรรมชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ไม่แนะนำให้ใช้เนื่องจากความไม่ชัดเจนของข้อมูลด้านประสิทธิภาพ  ซึ่งหลักการใช้ผลิตภัณฑ์ไล่แมลง โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดมีระยะเวลาการออกฤทธิ์ไม่เท่ากัน จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด ไม่ควรใช้ถี่เกินไป รวมถึงไม่ควรใช้บริเวณผิวหนังส่วนที่มีเสื้อผ้าปกคลุมไว้แล้ว กรณีใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์กันแดด ควรทาผลิตภัณฑ์กันแดดก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ไล่แมลงอย่างไรก็ตามจากที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) มีการดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกาอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง รวมถึงการรณรงค์ให้ประชาชนปฎิบัติตามมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” ทำให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับโรคที่มาจากยุงลายเพิ่มขึ้น และตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมกันกำจัดเพาะพันธุ์ยุงลายที่เป็นสาเหตุของโรคดังกล่าว ส่วนอาการของผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ส่วนใหญ่อาการของโรคไม่รุนแรง และส่วนใหญ่ป่วยแล้วหายได้เอง อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ จะมีปัญหาเฉพาะกับหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งมีหลักฐานทางระบาดวิทยาที่บ่งชี้ว่าอาจสัมพันธ์กับอาการศีรษะเล็กในทารกแรกเกิด อาการจะทุเลาลงภายในเวลา 2-7 วัน  หากอาการไม่ดีขึ้นให้พบแพทย์โดยเร็ว ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...